“มิชลิน” เบื้องหลังความเร็ว โมโตจีพี 

“มิชลิน” เบื้องหลังความเร็ว โมโตจีพี 
15 ตุลาคม 2562
3,564

พัฒนายางพิเศษ 2 สนาม "ช้างฯ-ออสเตรีย"

       การแข่งขัน โมโตจีพี ที่สนามช้าง อินเตอร์เนชันแนล เซอร์กิต บุรีรัมย์ ซึ่งปีนี้สนุกทีเดียว เพราะต้องลุ้นหาผู้ชนะกันจนถึงรอบสุดท้าย โค้งสุดท้าย ก่อนเป็นมาร์ค มาร์เกซ จากเรปโซล ฮอนด้า ที่เฉือนชนะ ฟาบิโอ กวาร์ตาราโร่ จากปิโตรนาส ยามาฮ่า เอสอาร์ที ไปได้ ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่คล้ายกับปีที่แล้ว ที่ขับเคี่ยวถึงโค้งสุดท้ายเช่นกันระหว่างมาร์เกซ กับ ดาวิซิโอโซ จากดูคาติ ทำให้ผู้ชมรู้สึกสนุกสนาน ตื่นเต้น ต่างจากการแข่งในหลายๆ สนามที่ผู้นำ นำห่างจนอันดับ 2 หมดลุ้น 

       นอกจากนั้นสนามนี้ยังมีความพิเศษอีกหลายอย่าง ทั้งการที่มาร์เกซฉลองแชมป์โลกเรียบร้อยไปแล้ว แม้ฤดูกาลแข่งขันยังไม่จบก็ตาม หรือการทำสถิติความเร็วสูงสุดในรอบควอลิฟายของ กวาร์ตาราโร่ การทำสถิติความเร็วต่อรอบสูงสุดในการแข่งขัน โดยมาร์เกซ

       นอกเหนือจากนักแข่ง ผลการแข่งขัน หรือกว่าการพัฒนารถซึ่งหลายๆ ทีมทำได้ขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ยังมีสิ่งหนึ่งที่น่าสนใจก็คือ ยาง ที่ใช้ในการแข่งขัน ซึ่งแน่นอน ยางทั้งหมดของทุกทีมในการแข่งขันโมโต จีพี เป็นยางมิชลิน ซึ่งเป็นผู้สนับสนุนหลักอย่างเป็นทางการ

       ปี 2561 ซึ่งไทยจะเป็นเจ้าภาพจัดแข่งขันเป็นครั้งแรกในเดือน ต.ค. นั้น ช่วงต้นปีคือเดือน มี.ค. มีการจัดทดสอบที่เรียกว่า วินเทอร์ เทสต์ และแน่นอน มิชินก็ส่งยางมาทดสอบพร้อมส่งทีมงานมาเก็บข้อมูลต่างๆ ก่อนผลิตยางป้อนให้ทีมแข่งในเดือน ต.ค.

       ทั้งนี้การเดินทางมายังสนามนั้น มิชลินจะมีทั้งทีมช่างที่จะความพร้อมของยาง ทีมเทคนิคทั้งที่อยู่ส่วนกลาง และส่วนที่ประจำอยู่กับทีมแข่งต่างๆ 1-2 คน ต่อทีม เพื่อเก็บข้อมูล

157110844667

       ยางที่มิชลินส่งให้กับทุกทีมมี 3 คอมปาวด์ คือ ซอฟท์ มีเดียม และฮาร์ด ซึ่งการแข่งขันในปี 2561 ส่วนใหญ่ของทีมแข่ง เลือกใช้ยาง ซอฟท์

       แต่เมื่อการแข่งขันเสร็จสิ้นข้อมูลที่ได้กลับมาจากนักแข่งคือ ยางซอฟท์ค่อนข้างนุ่มเกินไป ดังนั้นการแข่งขันปีนี้มิชลินปรับเปลี่ยนส่วนผสมใหม่ ให้ยางซอฟท์แข็งขึ้นกว่าเดิม 

       และยางที่ใช้กับสนนามช้างมีความพิเศษคือยางซีกซ้ายและขวามีความแข็งต่างกัน เพื่อให้เข้ากับรูปแบบการขับขี่ของสนาม

       และปีนี้มี 2 สนามที่ใช้ยางแบบนี้คือ สนามช้างฯ กับสนามที่ออสเตรีย ส่วนสนามที่เหลือใช้ยางอีกรูปแบบหนึ่ง รวมถึงสนาม เซปัง อินเตอร์ชันแนล เซอร์กิต มาเลเซีย ที่อยู่ใกล้ไทยแค่นิดเดียว 

       สำหรับยางทั้งหมดผลิตจากโรงงานในฝรั่งเศส และถูกส่งมาในตู้คอนเทนเนอร์ควบคุมอากาศ 20 องศาเซลเซียส เพื่อให้ยางมีคุณภาพที่ดี รวมทั้งหมด 1,400 เส้น โดย 900 เส้นจะแจกจ่ายให้กับทีมแข่ง

157110844565

       หลังจากจบการแข่งขันที่เมืองไทยมิชลินจะกลับฐานที่ยุโรปช่วงสั้นๆ ก่อนที่จะเดินทางออกทัวร์ในกลุ่มประเทศแถบมหาสมุทรแปซิฟิกเป็นเวลา 3 สัปดาห์ เริ่มต้นด้วยรายการโมตุล กรังด์ปรีซ์ ออฟเจแปน ที่สนามทวินริงโมเตกิ ประเทศญี่ปุ่น วันอาทิตย์ที่ 20 ต.ค. และหลังจากนั้นจะไปที่ออสเตรเลียและมาเลเซียตามลำดับ

       ปิเอโร ทารามัสโซ่ ผู้จัดการฝ่ายมอเตอร์สปอร์ต ผลิตภัณฑ์ 2 ล้อของมิชลิน กล่าวว่าเป็นสุดสัปดาห์ที่น่าประทับใจมากสำหรับมิชลิน จากการทำลายทุกสถิติ แสดงให้เห็นว่ายางมีส่วนสำคัญกับการแข่งขันเป็นอย่างมาก 

       “จะเรียกว่าการทำงานตรงนี้ประสบความสำเร็จด้วยดีก็ได้ แต่เราก็จะไม่หลงระเริงจนชะล่าใจเพราะเราทราบดีว่าเรายังสามารถพัฒนาได้อีก และตอนนี้เราก็มีข้อมูลมากขึ้นหลังจากการแข่งขันปีที่ 2 ที่บุรีรัมย์ ในปีหน้าเราจะกลับมาในช่วงที่เร็วขึ้นกว่านี้และสภาพต่างๆ ก็จะแตกต่างออกไปด้วย ดังนั้นถือว่าเป็นเรื่องดีที่เราได้ทดลองยางทุกประเภทในสุดสัปดาห์นี้เพื่อเฟ้นหาว่าแบบไหนจะช่วยเพิ่มสมรรถนะได้ดีที่สุด” 

157110844414

       ทารามัสโซ่กล่าวว่า จากข้อมูลที่มิชลินได้รับเมื่อปีที่แล้ว ทำให้สามารถจัดหาเนื้อยางทั้งยางล้อหน้าและล้อหลังที่เหมาะกับนักแข่งทุกคนและเหมาะกับสภาพแวดล้อมของสนามช้างฯ ่ได้ และหลังจากนี้มิชลินจะศึกษาข้อมูลเพิ่มอีกเพื่อรองรับปี 2563 ในการจัดหาตัวเลือกที่มีความหลากหลาย ซึ่งเป็นสิ่งที่มิชลินตั้งเป้าไว้อยู่แล้ว 

       "แต่ในอีกมุมหนึ่งมันก็เป็นเรื่องดีถ้านักแข่งทุกคนจะได้เจอสิ่งที่ตอบโจทย์ความต้องการของพวกเขาได้เหมือนๆ กันทั้งสำหรับยางล้อหน้าและยางล้อหลัง” ทารามัสโซ่กล่าว



แชร์ข่าว :
เพิ่มเพื่อน
Tags:

ข่าวที่เกี่ยวข้อง