'จตุพร' รับเสียใจ ขอโทษ 'เฮียหวัง' โดนรีดภาษีกว่า 500 ล้าน

'จตุพร' รับเสียใจ ขอโทษ 'เฮียหวัง' โดนรีดภาษีกว่า 500 ล้าน
5 ตุลาคม 2562
15,346

"จตุพร" รับเสียใจ ขอโทษ "เฮียหวัง" โดนรีดภาษีกว่า 500 ล้านบาท จี้ "สรรพากร" ยกเลิกคำสั่ง ขออุตตมใช้บรรทัดฐานเดียว 3 กลุ่มการเมือง ไม่เช่นนั้นอาจถูกกล่าวหา ละเว้นปฏิบัติหน้าที่

นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ให้สัมภาษณ์เปิดใจถึงกรณีที่ อดีตแกนนำกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) และเจ้าของบริษัทเครื่องใช้ไฟฟ้า ยี่ห้อมิซูชิต้า สมหวัง อัสราษี ได้โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว (สมหวัง อัสราษี-เฮียหวัง) แฉ "สามเกลอ นปช." ใช้ให้ตนไปเปิดบัญชีรับเงินบริจาค จนโดนเรียกเก็บภาษี 572 ล้าน และโดนฟ้องเป็นบุคคลล้มละลาย ว่า ส่วนตัวรู้สึกไม่สบายใจ เสียใจ และต้องขอโทษนายสมหวัง กับครอบครัวด้วย มีความเห็นใจ ซึ่งนายสมหวังมีสิทธิที่จะน้อยใจในโชคชะตา ทั้งนี้ส่วนตัวไม่ทราบว่า จะมีการเรียกเก็บภาษีถึง 2 เท่า ดังนั้นจึงขอเรียกร้องไปยังอธิบดีกรมสรรพากร และ รมว.คลัง อุตตม สาวนายน ให้ช่วยยกเลิกคำสั่งการเก็บภาษีต่อนายสมหวังด้วย เพราะส่วนตัวคิดว่าเงินบริจาคทางการเมืองเพื่อการชุมนุม ไม่ควรเรียกเก็บภาษี และในอดีตก็ไม่เคยมีการเรียกเก็บภาษีแบบนี้มาก่อน แต่ถ้าหากทำไม่ได้ ก็ขอให้อย่าเลือกปฏิบัติ ให้มีมาตราฐานเดียวกัน กับ 3 กลุ่มการเมือง (พันธมิตร,นปช. ,กปปส.) ซึ่งตนก็ไม่อยากให้ทั้ง 2 กลุ่มที่เหลือ มาเผชิญกับกรณีแบบเดียวกันกรณีดังกล่าวด้วย มองว่าไม่อย่างนั้น นายอุตตม อาจจะเข้าข่ายการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ได้ พร้อมตัดพ้อว่า แกนนำ นปช. ทุกคน และผู้ร่วมชะตากรรม มีจุดจบไม่ต่างกัน ไม่โดนคดี ติดคุก ก็ต้องล้มละลาย

ถามถึงก่อนหน้านี้ได้มีความพยายาม ติดต่อไปยังนายสมหวังหรือไม่ นายจตุพร บอกว่า เบื้องต้นได้มีพี่น้องไปคุยบ้างแล้ว แต่นายสมหวังยังคงมีความเครียด และคิดไม่ถึงว่าครอบครัว จะต้องมาประสบชะตากรรมเช่นนี้

ถามต่อการที่นายสมหวัง ออกมาโพส ลักษณะนี้ ถือว่า นปช. เสียงแตกแล้วหรือไม่ นายจตุพร บอกว่า ต้องยอมรับสภาพความเป็นจริง นปช. อยู่มายาวนานที่สุด แต่อยู่ในสภาพที่ยากลำบาก และไม่มีวันที่จะกลับมาเป็นเหมือนเดิม เวลาที่เหลือหลังจากนี้ คือการชดใช้ในสิ่งที่ทำไว้ จุดจบคงหนีไม่พ้นการติดคุก และล้มละลาย

ในส่วนเหตุผลว่าทำไมถึงไม่มีชื่อทั้ง 3 รายชื่อที่เหลือนายวีระกานต์ มุสิกพงศ์,นายจตุพร พรหมพันธุ์ และนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ  ระบุในบัญชีบริจาคดังกล่าวด้วย นายจตุพร บอกว่า เพราะการที่เป็นแกนนำ คงไม่สะดวกที่จะเบิกจ่ายเงิน มองว่าไม่เหมาะในการถือเงิน พร้อมย้ำว่าไม่ทราบ ว่าจะต้องมีการเรียกเก็บภาษีย้อนหลังด้วย



แชร์ข่าว :
เพิ่มเพื่อน
Tags:

ข่าวที่เกี่ยวข้อง