รัฐบาลตั้งเป้าพัฒนาฐานรากหนุนจีดีพีประเทศ

รัฐบาลตั้งเป้าพัฒนาฐานรากหนุนจีดีพีประเทศ
21 กันยายน 2562
1,427

รัฐบาลจัดโครงการประชุม “รวมพลังขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากอย่างยั่งยืน ประชารัฐสร้างไทย”โดยนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรีเป็นธานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

การจัดงานประชุมในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อบูรณาการความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชนในการจัดทำแนวทางการขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากของชุมชน ซึ่งประกอบด้วยชุมชนเมืองและชุมชนชนบท เพื่อให้เกิดความชัดเจนการทำงานร่วมกันในการกำหนดเป้าหมาย แผนงาน โครงการและ
งบประมาณเพื่อบรรลุเป้าหมายร่วมกัน

ซึ่งได้แก่ การปรับโครงสร้างทางเศรษฐกิจมุ่งเน้นการพัฒนาเศรษฐกิจ
ฐานรากในชุมชนด้วยการสร้างกิจกรรมทางเศรษฐกิจใหม่ๆ ให้เกิดขึ้นในแต่ละชุมชน สามารถแก้ไขปัญหาของ
คนในชุมชนอย่างมีส่วนร่วมเพื่อยกระดับรายได้และการมีงานทำของคนในชุมชนอย่างยั่งยืน

ทั้งนี้ มีผู้เข้าร่วมประชุมจำนวนทั้งสิ้น 2,400 คน ประกอบด้วย ผู้บริหารส่วนราชการ
รัฐวิสาหกิจ องค์กรเอกชน และเครือข่ายองค์กรชุมชน

"อุตตม"เล็งใช้มาตรการคลังดึงเอกชนพัฒนาฐานราก

นายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังกล่าวว่า กระทรวงการคลังเตรียมใข้มาตรการทางการคลังจูงใจให้ภาคเอกชนร่วมพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากนอกเหนือจากการใช้เครือข่ายจากหน่วยงานภายในกระทรวงการคลังร่วมบูรณาการความช่วยเหลือเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจฐานราก

"ถ้าพูดถึงการพัฒนาเกษตรอุตสาหกรรม การพัฒนาจากภาคเกษตรให้เป็นเกษตรอุตสาหกรรม จะต้องมีเอกชนเข้าไปช่วยสร้างเครือข่ายพัฒนาการต่อยอด ฉะนั้น เราจะมีแรงจูงใจให้"

ทั้งนี้ ในแง่เครือข่ายกระทรวงการคลังนอกเหนือจากแบงก์รัฐที่จะสนับสนุนด้านแหล่งทุนแล้ว ในแง่สวัสดิการของรัฐก็จะพัฒนาขึ้นมาใหม่เพิ่มเติมด้วย สำหรับการสร้างรายได้นั้น ขณะนี้ กรมธนารักษ์ได้เตรียมกางแผนที่ เพื่อนำที่ีราชพัสดุที่ว่างเปล่ามาเป็นแหล่งค้าขายให้กับชุมขน โดยร่วมกับหน่วยงานต่างๆ เช่น ธ.ก.ส. ออมสิน และททท.เป็นต้น ซึ่งแนวทางนี้ จะทำให้เกิดการสร้างงานสร้างอาชีพให้กับชุมชนได้อีกทางหนึ่ง

เขากล่าวด้วยว่า กระทรวงการคลังกำลังพัฒนาระบบบิ๊กดาต้าเพื่อบูรณาการข้อมูลนำไปสู่การพัฒนาเศรษฐกิจฐานราก ยกตัวอย่าง ข้อมูลผู้ลงทะเบียนคนจนกว่า 14 ล้านคน จะทำให้เรารูัข้อมูลด้านการใข้จ่ายทั้งจุดใข้จ่าย สินค้าที่ซื้อ ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการสร้างวิสาหกิจชุมชน การสร้างตลาดการค้าชุมชนและการสร้างอำนาจการต่อรองในการซื้อสินค้าต่างๆ นอกจากนี้ ยังทำให้เรารู้ข้อมูลด้านแรงงาน เพื่อนำไปสู่การพัฒนาอาชีพอย่างเหมาะสมและยั่งยืน

ทั้งนี้ จากข้อมูลของเวิลด์แบงก์ที่สำรวจฐานรากพบว่า 40%ของผู้ถูกสำรวจระบุว่า ความเป็นอยู่โดยรวมไม่ดีขึ้น ปัญหาความเหลื่อมล้ำยังมี นี่คือสิ่งที่เรากำลังเผชิญ ฉะนั้น เราต้องเลือกโมเดลการพัฒนาที่เป็นโมเดลใหม่ๆ คือ เน้นลงทุนไปที่ชุมชน เพื่อสร้างให้คนระดับฐานรากอยู่ดีกินดี ซึ่งจะเป็นฐานสำคัญในการเติบโตของจีดีพีประเทศ

ธ.ก.ส.​ตั้งเป้าเพิ่มรายได้ฐานราก10%

นายอภิรมย์ สุขประเสริฐ ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร(ธ.ก.ส.)กล่าวว่า ธ.ก.ส.มีเป้าหมายดูแลเศรษฐกิจชุมชน ด้วยการสร้างรายได้สุทธิให้คนในชุมชนระดับฐานรากให้เพิ่มขึ้นไม่น้อยกว่า 10% รวมถึง ต้องมีอัตราการออมเงินไม่น้อยกว่า 10% ของรายได้รวม พร้อมทั้งมีการจัดการเพิ่มมูลค่าผลผลิตหลักทางการเกษตรไม่น้อยกว่า 20% ของปริมาณผลผลิตรวม และมีองค์กรการเงินชุมชนที่ได้มาตรฐานภายในชุมชน

ด้านมาตรการสินเชื่อนั้น จะเน้นให้กับผู้ประกอบการเกษตร ประกอบด้วย สินเชื่อสมาร์ฟาร์มเมอร์สร้างไทย อัตราดอกเบี้ย MRR ซึ่งมีเป้าหมายปล่อยสินเชื่อให้ได้ 10,000 ล้านบาทในปี 62 ใหักับผู้ประกอบการ 1 แสนราย ส่วนในปี 63 ตั้งเป้าปล่อยสินเชื่อ 20,000 ล้านบาท ให้ผู้ประกอบการจำนวน 200,000 ราย และในปี 64 มีเป้าหมายปล่อยสินเชื่อ 30,000 ล้านบาท ให้กับผู้ประกอบการ 300,000 ราย

สินเชื่อ SMAEs สร้างไทย ส่งเสริมผู้ประกอบการเอสเอ็มอีเกษตร อัตราดอกเบี้ย 4% มีเป้าหมายในปี 62 จะปล่อยสินเชิ่อ 10,000 ล้านบาท จำนวน 10,000 ราย ส่วนปี 63 ปล่อยสินเชื่อ 20,000 ล้านบาท จำนวน 20,000 ราย และปี 64 ปล่อยสินเชื่อ 30,000 ล้านบาท จำนวน 30,000 ราย

สินเชื่อวิสาหกิจชุมชนสร้างไทย อัตราดอกเบี้ย 0.01% โดยมีเป้าหมายปีนี้ปล่อยสินเชื่อได้ 10,000 ล้านบาท จากจำนวนวิสาหกิจ 10,000 กลุ่ม ขณะที่ปี 63 จะปล่อยสินเชื่อ 20,000 ล้านบาท ให้กับ 20,000 กลุ่มวิสาหกิจ และในปี 64 จะปล่อยสินเชื่อ 40,000 ล้านบาท กับวิสาหกิจ 40,000 กลุ่ม

และสินเชื่อสหกรณ์การเกษตรสร้างไทย อัตราดอกเบี้ย 0.01% มีเป้าหมายปีนี้ ปล่อยสินเชิ่อ 10,000 ล้านบาท จำนวน 1,000 แห่ง ส่วนปี 63 จะปล่อยสินเชื่อ 20,000 ล้านบาท ให้จำนวน 1,200 แห่ง และปี 64 จะปล่อยสินเชิ่อ 30,000 ล้านบาท จำนวน 1,500 แห่ง

นอกจากนี้ ธ.ก.ส.ยังสนับสนุนเกษตรกรปลูกป่าต้นน้ำ 11 จังหวัดภาคเหนือ วงเงินกู้ 5,000 ล้านบาท เป้าหมายเกษตรกรจำนวน 50,000 ราย พื้นที่ 500,000 ไร่ ด้วยการให้อัตราดอกเบี้ยต่ำ 1-3 ปีอีก คิด MRR-3 เพื่อนำเงินไปปลูกป่าในพื้นที่ที่กำหนด โดยมีระยะเวลากู้ไม่เกิน 15 ปี

ออมสินอัดเงินกู้ดอกต่ำ1.5แสนล.หนุนรายย่อย

นายชาติชาย พยุหนาวีชัย ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน กล่าวว่า ธนาคารมีสินเชื่อสร้างโอกาสเข้าถึงแหล่งเงินทุน อัตราดอกเบี้ยต่ำ กลุ่มเป้าหมาย 2 ล้านราย โดยเตรียมวงเงินไว้ 1.5 แสนล้านบาท เฉลี่ยปล่อยสินเชื่อรายละ 75,000 บาท เช่น สินเชื่อหาบเร่แผงรอย 4.0 เงื่อนไขผ่อนปรน เป้าหมาย 1 แสนราย ในวงเงิน 5,000 ล้านบาท สินเชื่อสถาบันการเงินประชาชนปล่อยกู้รายละไม่เกิน 10 ล้านบาท สินเชื่อ street food ปล่อยกู้ไม่เกิน 3 ล้านบาท รวมทั้งยังมีสินเชื่อแรงงาน เพื่อแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบและสร้างอาชีพเสริม สินเชื่อบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ปล่อยกู้ไม่เกิน 50,000 บาทต่อราย

กรุงไทยเชื่อมระบบการเงินฐานรากสร้างบิ๊กดาต้า

นายผยง ศรีวณิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงไทยกล่าวว่า ธนาคารได้เข้าไปสนับสนุนเศรษฐกิจฐานรากให้้เข้มแข็งผ่านการพัฒนาระบบการเงินที่เชื่อมโยงกลุ่มคนฐานรากไปจนถึงผู้ประกอบการทั่วไปเพื่อนำไปฐานข้อมูลที่จะส่งผ่านให้รัฐบาลนำไปบูรณาการนโยบายในการดูแลเศรษฐกิจได้ โดยขณะนี้ ธนาคารได้เชื่อมโยงระบบการเงินผ่านบัตรคนจนกว่า 14.6 ล้านคน และจะเขื่อมโยงกลุ่มผู้เข้าร่วมโครงการชิมช้อปใข้อีก 10 ล้านคน เชื่อมผ่านลูกค้าโมบายแบงก์กิ้งอีก 7 ล้านราย ร้านค้าธงฟ้า 8.5 หมื่นราย และจะขยายไปสู่ร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการชิมช้อปใช้อีก โดยเมื่อรวมกับร้านธงฟ้าแล้วจะมีร้านค้าที่เชื่อมโยงระบบการเงินกับธนาคารถึง 1.5 แสนราย

"ระบบบิ๊้กดาต้าดังกล่าว จะทำให้เราเห็นข้อมูลที่จะจัดสรรทรัพยากรและเชื่อมโยงตั้งแต่ฐานรากถึงผู้ประกอบการกลุ่มต่างๆตั้งแต่เอสเอ็มอี และโลจิส ติกส์ ที่จะทำให้ภาครัฐสามารถบูรณาการนโยบายการดูแลได้ทั้งระบบ ทำใก้ฐานรากเติบโตอย่างเข้มแข็ง"



แชร์ข่าว :
เพิ่มเพื่อน
Tags:

ข่าวที่เกี่ยวข้อง