“บริทาเนีย”เร่งปรับกลยุทธ์รับมือพิษศก.

“บริทาเนีย”เร่งปรับกลยุทธ์รับมือพิษศก.
20 กันยายน 2562
1,736

บริทาเนีย เร่งปรับกลยุทธ์พลิกตลาดวางแผนระยะสั้น ประเมินตลาดเป็นระยะ หลังภาพรวมอสังหาฯขาลง กระทบแผนธุรกิจ ฮึดเปิดตัว 5 โครงการไตรมาสสุดท้าย

นางศุภลักษณ์ จันทร์พิทักษ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บริทาเนีย จำกัด เปิดเผยว่า จากนโยบายการก่อตั้งธุรกิจที่อยู่อาศัยแนวราบตั้งแต่ปี2560เพื่อเสริมทัพ บมจ. ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ โดยมีการวางเป้าหมายยอดขายเติบโตมีมูลค่า10,000ล้านบาท ภายใน5ปี จึงต้องทำยอดขายให้เติบโตมากขึ้นเป็นทวีคูณ หรือเท่าตัวทุกปี จากปีแรก2561มียอดขาย700-800ล้านบาท วางเป้าหมาย เพิ่มเป็น2,500ล้านบาทในปี2562

อย่างไรก็ตามหลังจากมีมาตรการคุมเข้มสินเชื่อ (LTV) ตั้งแต่ไตรมาส2ที่ผ่านมาพบว่าภาพรวมตลาดอสังหาฯชะลอตัว ส่งผลให้กลุ่มธุรกิจต้องประเมินสถานการณ์และวางแผนธุรกิจ จากวางแผนระยะยาวมาสู่การวางแผนระยะสั้น เพื่อพิจารณาสภาพตลาด ความต้องการของลูกค้าที่แท้จริงเป็นหลัก (Real Demand) พร้อมกับทำเลที่ยังมีความต้องการ (Blue Ocean)

“เดิมทีเราวางแผนระยะยาว แต่จากนี้จะปรับแผนรับมือกับสถานการณ์จะต้องดูกันช็อทต่อช็อท ซึ่งในปีนี้วางแผนเปิดตัว6โครงการ ก็ต้องเลื่อนมาเปิดในช่วงไตรมาสสุดท้าย 5 โครงการ เพราะปัจจัยลบหลากหลาย ต้องปรับกลยุทธ์การตลาดและการขายตลอดเวลา”

นางศุภลักษณ์ ยังกล่าวว่า ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ได้เปิดตัวโครงการแนวราบจำนวน4โครงการ มูลค่ารวม4,000ล้านบาทและในช่วงปลายปี มีแผนจะเปิดตัวโครงการเพิ่มอีก 5 โครงการมูลค่ารวม 8,300 ล้านบาท ประกอบด้วย1.บริทาเนีย บางนา-สุวรรณภูมิ บ้านเดี่ยว และบ้านแฝด เนื้อที่ 99 ไร่ จำนวนรวม485ยูนิต2.บริทาเนีย บางนา กม.42ทั้งบ้านเดี่ยว บ้านแฝด และทาวน์โฮม เนื้อที่ 70 ไร่ จำนวนรวม492ยูนิต

3.บริทาเนีย คูคต สเตชั่นเป็นโครงการบ้านเดี่ยวและบ้านแฝด เนื้อที่ 21 ไร่ จำนวน138ยูนิต4.บริทาเนีย วงแหวน-รามอินทรา เป็นโครงการบ้านเดี่ยว เนื้อที่ 68 ไร่ จำนวน278ยูนิต และ5.บริทาเนีย สายไหม เป็นโครงการบ้านแฝดและทาวน์โฮม เนื้อที่ 65ไร่ จำนวน294ยูนิตโดยรวมมูลค่าทั้งสิ้น 12,000 ล้านบาท ซึ่งปิดตัวไปแล้ว 1 โครงการ โดยในโครงการที่เปิดตัวในปลายปีจะเริ่มทยอยเปิดพรีเซลตั้งแต่ช่วงไตรมาส4/2562

อย่างไรก็ตามเพื่อเป้าหมายทำให้ยอดขายเติบโต10,000ล้านบาทภายใน5ปี ท่ามกลางปัจจัยลบที่หลากหลายจึงต้องปรับตัวทำการวิจัย คัดเลือกทำเลที่ยังมีความต้องการสูง ซึ่งออริจิ้นจึงปักธงในโซน ตะวันออก บางนา เพราะเป็นโครงการที่สร้างการเติบโตได้ดี จึงมีฐานลูกค้าจำนวนมาก รวมถึงขยายบางโครงการในช่วงตอนเหนือของกรุงเทพฯ 

ทั้งนี้ที่ผ่านมายอดการปฏิเสธสินเชื่อในกลุ่มบ้านทาวน์โฮม สูงถึง 50% ขณะที่บ้านเดี่ยวและบ้านแฝดประมาณ 10-15%ซึ่งลูกค้าบ้านเดี่ยวล้วนเป็นกลุ่มต้องการอยู่จริง จึงการปรับเปลี่ยนทางเลือกบ้านให้หลากหลายตอบสนองกำลังซื้อหากกู้ไม่ผ่าน รวมไปถึงการพิจารณากำลังซื้อและร่นระยะเวลาการตรวจสอบสินเชื่อให้สั้นที่สุด หากกู้ไม่ผ่านจะหาลูกค้ารายใหม่ได้รวดเร็ว ตลอดจนการทำราคาบ้านไปเจาะฐานลูกค้าที่มีผู้ต้องการจริง คือบ้านระดับราคา 3 ล้านบาทแต่ไม่เกิน 10 ล้านบาท มีสัดส่วนถึง 70%

สิ่งที่เป็นปัจจัยบวกคือกลุ่มธุรกิจไม่มีสินค้าคงคลังทำให้ไม่แบกรับต้นทุน และรูปแบบธุรกิจเป็นการทำโครงการแบบ ขายพร้อมพัฒนา ซึ่งอายุการพัฒนาสั้นเพียง 7-8 เดือน จึงทำให้ไม่มีความเสี่ยงในการแบกรับต้นทุน ซึ่งคาดว่าแต่ละโครงการจะใช้เวลาปิดโครงการประมาณ 2-2 ปีครึ่ง

นอกจากนี้การสร้างคอนเซ็ปต์ “B Genius Mode” เพื่อทำให้แบรนด์แตกต่างเจาะตลาดในกลุ่มผู้ซื้อบ้านที่กลุ่มผู้ซื้อบ้านมีอายุน้อยลง ประกอบด้วย 1.B Smart Home Automation ให้เชื่อมต่อกับระบบรักษาความปลอดภัยภายในบ้านได้อย่างง่ายดายทุกที่ทุกเวลา เช่น IP Camera, Motion Sensor 2.B Smart Design ออกแบบอย่างเข้าใจไลฟ์สไตล์ผู้อยู่อาศัยและทุกฟังก์ชันของการใช้ชีวิต

3.B Smart Home Services มีบริการหลังการขายแบบตามความต้องการ ผ่านแอะพลิเคชัน Origin Connect ตลอด 24 ชม. และ 4.B Smart Community สร้างสังคมที่ดีภายใต้ความเข้าใจผู้บริโภคและประสบการณ์ที่มีในธุรกิจคอนโดมิเนียมมาอย่างยาวนาน มาประยุกต์ใช้กับแบรนด์บริทาเนีย



แชร์ข่าว :
เพิ่มเพื่อน
Tags:

ข่าวที่เกี่ยวข้อง