ฎีกาสั่งจำคุก 'ชวน ภูเก้าล้วน' ผิดรุกเกาะปอดะ ให้รอลงอาญา2ปี

ฎีกาสั่งจำคุก 'ชวน ภูเก้าล้วน' ผิดรุกเกาะปอดะ ให้รอลงอาญา2ปี
10 กันยายน 2562
7,566

ศาลฎีกายืนพิพากษา "ชวน ภูเก้าล้วน" นักธุรกิจดัง ผิดรุกเกาะปอดะ จำคุก 3 ปี 6 เดือน ปรับ 80,000 บาท ให้รอลงอาญา 2 ปี คุมประพฤติ 1 ปี ให้ทำงานบริการสังคม 30 ชั่วโมง

เมื่อเวลา 08.30 น. วันที่ 10 ก.ย.62 ที่ศาลจังหวัดกระบี่ นายชวน ภูเก้าล้วน อดีตนายกเทศมนตรีเมืองกระบี่ นายกสภาการศึกษาจังหวัดกระบี่ นักธุรกิจชื่อดังของจังหวัดกระบี่ ได้เดินทางมาที่ศาลจังกวัดกระบี่ เพื่อฟังคำพิพากษาศาลฏีกา ในคดีที่กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช ฟ้องในข้อหา บุกรุกครองทำประโยชน์ในที่ดินบนเกาะปอดะ ต.อ่าวนาง อ.เมือง จ.กระบี่ เขตอุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี เนื้อที่ 22 ไร่ ดำเนินการกั้นรั้วลวดหนามและก่อสร้างศาลาแปดเหลี่ยม โดยอ้างสิทธิ์ตามแบบแจ้งการ รอบครอง (ส.ค. 1)

โดยในคดีนี้ศาลชั้นต้น ได้มีคำพิพากษายกคำร้องนายชวนชนะคดี ต่อมาเมื่อวันที่ 12 ก.พ.61 ศาลอุทธรณ์ภาค 8 ได้มีคำพิพากษากลับ ให้นายชวนมีความผิดตาม พ.ร.บ.ป่าไม้ฯและพ.ร.บ.อุทยานฯ และลงโทษจำคุก 3ปี 6เดือน โดยนายชวนภูเก้าล้วน ได้ขอยื่นฎีกาต่อศาลฎีกา โดยศาลได้มีกำหนดอ่านคำพิพากษาในเวลา 09.30 น. ในวันนี้

โดยทันทีที่นานชวน เดินทางมาถึงศาลจังหงวัดกระบี่ ได้มีการบรรดาญาติๆ และพนักงานโรงแรมกระบี่ รีสอร์ท ได้นำช่อดอกไม้มามอบให้นายชวน เพื่อเป็นกำลังใจ โดยนายชวนได้กล่าวขอบคุณทุกคนที่เดินทางมาให้กำลังใจ ก่อนเดินขึ้นบัลลังก์ ที่ศาล เพื่อรอฟังคำพิพากษาด้วยสีกำน้ายิ้มแย้ม ซึ่งก่อนหน้านี้นายชวนได้ให้สัมภาษณ์ว่า ไม่มีความกังวลใดๆ แม้ว่าผลจะออกมาอย่างไร พร้อมน้อมรับคำตัดสิน

1_16

สำหรับคดีเกาะปอดะ นับเป็นคดีปะวัติศาสตร์ของจังหวัดกระบี่ ที่ มีการต่อสู้คดีกันมายาวนานระยะเวลา กว่า 33ปี 3 วัน รวม 3 คดี โดยใน คดีแรก ต่อสู้กันมา 3 ศาล กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช เป็นฝ่ายชนะ ศาลพิพากษาเพิกถอน นส.3ก. รวม พื้นที่ 51 ไร่ และขับไล่นายชวนพร้อมบริวารออกจากเกาะ ส่วนคดีที่2 ที่ นายชวน ภูเก้าล้วน เป็นโจทก์ฟ้องแพ่ง เรียกค่าเสียหายหลังทางอุทยานเข้าไปรท้อถอนสิ่งปลูกสร้าง โดยอ้างเอกสารสิทธิ์สค.1 และคดีที่ 3 ที่กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธ์พืช เป็นโจทก์ฟ้องคดีอาญา โดยศาลชั้นต้นตัดสินให้ นายชวน ภูเก้าล้วน เป็นฝ่ายชนะ เพราะเชื่อว่าที่ดินดังกล่าวมีการทำประโยชน์มาก่อนจริง ก่อนที่ชั้นศาลอุทธรณ์จะพิพากษากลับ ให้กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืชเป็นฝ่ายชนะคดี เนื่องจากการพิสูจน์ภาพถ่ายทาง อากาศ เมื่อปี 2510 ไม่พบร่องรอยการทำประโยชน์”

ล่าสุด ศาลฎีกาพิพากษา จำคุก 3 ปี 6 เดือน ปรับ 80,000 บาท โทษจำคุกรอลงอาญา 2 ปี คุมประพฤติ 1 ปี ให้ทำงานบริการสังคม 30 ชั่วโมง

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
- กรมอุทยานฯแจง"ซาฟารี" ห้วยขาแข้งเพื่อพัฒนาต้นแบบการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์เขตกันชน
-เด้ง! 'หน.อช.น้ำตกแม่สุรินทร์' เซ่นพิษอมเงินลูกจ้าง
-ทส. ยังไม่ย้าย “ชัยวัฒน์” ระบุ ยังไม่ได้รับการประสานจากดีเอสไอ
-เร่งนำน้ำคืนป่าพรุ หลังพบน้ำแห้งมีส่วนให้ไฟกระพือ


แชร์ข่าว :
เพิ่มเพื่อน
Tags: