'ณัฏฐพล' รุกลดความเหลื่อมล้ำเด็กยากจน

'ณัฏฐพล' รุกลดความเหลื่อมล้ำเด็กยากจน
6 กันยายน 2562
979

ศธ.รุกลดความเหลื่อมล้ำเด็กยากจน หวังทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมแก้ปัญหา เตรียมดัน ตลาดวาดฝันโครงการสร้างความเสมอภาคทางการศึกษา เน้นให้เด็กเรียนเพื่อสร้างอาชีพ สร้างรายได้ ขณะที่ กสศ.ย้ำสร้างความเสมอภาค ไม่ใช่ให้แบบสงเคราะห์

เมื่อวันที่ 5 ก.ย.62 ที่โรงเรียนชุมชนวัดเสด็จ จังหวัดปทุมธานี กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) ร่วมกับ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) จัดงาน ‘ตลาดวาดฝัน ส่งต่อรอยยิ้ม สร้างโอกาส สร้างอาชีพ นักเรียนทุนเสมอภาค’ โดยนายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รมว.ศึกษาธิการ กล่าวตอนหนึ่งในการมอบนโยบายลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา ว่า กองทุน กสศ.เป็นหน่วยงานหนึ่งที่ทำให้กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เห็นตัวเลขเด็กยากจนที่ยังขาดโอกาสทางการศึกษาอยู่เป็นจำนวนมาก เพื่อส่งต่อข้อมูลเหล่านี้ให้ศธ.วางแผนจัดสรรงบประมาณช่วยเหลือโอกาสทางการศึกษาเด็กยากจนได้ในอนาคต ซึ่งมีนโยบายที่ชัดเจนในการขจัดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาและสร้างความเท่าเทียมให้เกิดขึ้นกับเด็กทุกคน ดังนั้น จะแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำให้เป็นนโยบายเร่งด่วน โดยหวังว่าทุกคนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะร่วมปรับปรุงแก้ไขและต่อยอดเรื่องการศึกษาต่างๆไปพร้อมกัน ซึ่งการสร้างความเสมอภาคทางการศึกษา ต้องมุ่งเน้นให้เด็กเรียนเพื่อการสร้างอาชีพไม่ใช่เรียนจบแล้วกลับไปนั่งอยู่บ้านหรือไปนั่งเล่นเกม

10516963323391

จากข้อมูลตัวเลขเด็กยากจนที่ได้รับเงินอุดหนุนจากกองทุนกสศ.นั้น ครอบครัวต้องมีรายได้เพียง 1,250 บาทต่อเดือนเท่านั้น ซึ่งมองว่ารายได้ในจำนวนเท่านี้หากไม่ได้รับการสนับสนุนเด็กไม่สามารถเข้าถึงโอกาสทางการศึกษาได้อย่างแน่นอน ดังนั้นจึงอยากให้ทุกภาคส่วนได้เข้ามาช่วยผลักดันแก้ไขปัญหาในการให้โอกาสทางการศึกษากับเด็กยากจนมากยิ่งขึ้นโดยที่ต้องไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อนด้วย อีกทั้งการจัดสรรงบประมาณจะต้องเชื่อมโยงกับตัวชี้วัดว่างบที่ให้ไปเด็กได้รับโอกาสทางการศึกษาที่แท้จริงหรือไม่ อย่างไรก็ตามขอให้ สพฐ.นำโครงการการสร้างอาชีพสร้างรายได้ที่กองทุนกสศ.ดำเนินการอยู่ไปต่อยอดขยายครอบคลุมให้มากขึ้นด้วย

10516963750063

ดร.ประสาร ไตรรัตน์วรกุล ประธานคณะกรรมการบริหารกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา กล่าวว่าถือเป็นโอกาสที่ดีมากที่รมว.ศึกษาธิการ ได้เข้าร่วมงาน เพราะศธ.มีกลไกที่กว้างขวางกว่ากองทุนกสศ. สามารถขยายผลได้มากขึ้น เนื่องจากโจทย์ที่ทำค่อนข้างใหญ่ คือการช่วยลดอุปสรรคการศึกษา เพื่อให้เยาวชนเข้าถึงระบบการศึกษา ไม่ถูกอุปสรรคที่เกิดขึ้นทำให้เด็กต้องออกจากระบบการศึกษา และครั้งนี้ มีความพิเศษ ทุนการศึกษาที่มอบให้เป็นการได้รับบริจาค จากประชาชน ในโครงการจดหมาย..ลาครู ซึ่งได้จัดสรรให้ทั้งนักเรียน และโรงเรียน เพื่อให้ทางโรงเรียนได้จัดโปรแกรมส่งเสริมทักษะอาชีพ เพราะการจะทำแบบสงเคราะห์อย่างเดียวไม่ยั่งยืน จำเป็นต้องส่งเสริมให้เด็กมีทักษะอาชีพ เมื่อจบการศึกษาจะได้มีอาชีพ เป็นหนทางที่จะฝ่าวงล้อมความยากจนข้ามรุ่นไปได้ ดังนั้น การจัดกิจกรรมวันนี้ เป็นการแสดงให้เห็นถึงโปรแกรมความยั่งยืน ตัวอย่างโปรแกรมส่งเสริมทักษะอาชีพ ที่ต้องอาศัยกลไกการศึกษา ภาคประชาชนสังคม ทำให้เห็นผลได้กว้างขวางมากขึ้น


10516964125506

นพ.สุภกร บัวสาย ผู้จัดการกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา(กสศ.) กล่าวว่าโครงการทุนเสมอภาคได้เริ่มมาปีกว่าแล้ว ซึ่งมีการสนับสนุนเด็กยากจนพิเศษ 7 แสนคน ครอบคลุม 9 พันกว่าโรงเรียน นอกจากนั้นมีการพัฒนาครูทั่วประเทศ ประมาณ 4 แสนคน และกองทุน กสศ. มีการพัฒนาระบบฐานข้อมูลที่มีความแม่นยำ ซึ่งกองทุนทุนเสมอภาคที่ กสศ.ได้รับการจัดสรรจากรัฐบาลได้งบประมาณไม่มาก ดังนั้น การช่วยเหลือเด็กยากจนพิเศษ ไม่ใช่เป็นการใช้จ่ายเพื่อการสงเคราะห์ แต่เป็นการส่งเสริมให้ครูคิดพัฒนา จัดการเรียนการสอน ต่อยอดเป็นทักษะอาชีพ สร้างโอกาส และรายได้ให้เด็กๆรวมด้วย ตลาดวาดฝันจึง เป็นตัวอย่างที่ทำให้เห็นว่าการจัดการเรียนการสอนที่มีคุณภาพ และการส่งเสริมทักษะอาชีพนำไปสู่การพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการได้หลากหลายรูปแบบ โดยตลาดวาดฝันจะมีการนำเสนอโครงการทักษะอาชีพโรงเรียนต้นแบบ 15โรงเรียน จากโรงเรียน 107 โรงเรียนทั่วประเทศ ทั้ง การทำอาหาร ขนม เบเกอรี่ ชากาแฟ แปลกปลูกผัก เป็นต้น

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

-สพฐ. ระดมเขตพื้นเร่งช่วยเด็กยากจนพิเศษ 3 หมื่นคน
-ยากจนเป็นเหตุ เด็กเล็ก1ใน5 ไม่ได้อยู่กับพ่อแม่
-ชวนภาคเอกชนร่วมบริจาคช่วยเด็กยากจน
-ขจัดความยากจน ข้ามชั่วคนด้วยความเสมอภาคการศึกษา


แชร์ข่าว :
เพิ่มเพื่อน
Tags:

ข่าวที่เกี่ยวข้อง