มติศาลรธน.รับวินิจฉัย 32 ส.ส.ฝ่ายค้าน 'ถือหุ้นสื่อ'

มติศาลรธน.รับวินิจฉัย 32 ส.ส.ฝ่ายค้าน 'ถือหุ้นสื่อ'
4 กันยายน 2562
1,060

มติศาลรัฐธรรมนูญรับวินิจฉัย 32 ส.ส.ฝ่ายค้านถือหุ้นสื่อขัดรธน. แต่ไม่สั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่ "วุฒินันท์" เด็กอนาคตใหม่รอด ศาลไม่รับคำร้อง เหตุพบวัตถุประสงค์ประกอบธุรกิจคนละเรื่องกับที่ถูกร้อง

เมื่อวันที่ 4 ก.ย.62 ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งรับคำร้องที่ประธานสภาฯส่งความเห็นของส.ส.พรรคพลังประชารัฐ จำนวน 51 คน ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่า ส.ส.จำนวน 33 คน ถือครองหุ้นสื่อเข้าข่ายทำให้สมาชิกภาพสิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญมาตรา 101(6) ประกอบมาตรา 93 (3) หรือไม่ไว้พิจารณาจำนวน 32 คน โดยไม่รับคำร้องในส่วนของนายวุฒินันท์ บุญชู ส.ส.เขต 4 สมุทรปราการ พรรคอนาคตใหม่ ซึ่งเป็นผู้ถูกร้องที่ 29 ไว้พิจารณา

โดยเห็นว่ารัฐธรรมนูญมาตรา 98 (3) บัญญัติลักษณะต้องห้ามของบุคคลที่จะให้สิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็นส.ส.ไว้ว่า “เป็นเจ้าของหรือผู้ถือหุ้นในกิจการหนังสือพิมพ์ หรือสื่อมวลชนใดๆ” มิใช่เพียงมีเจตนาหรือความประสงค์จะทำกิจการดังกล่าวเท่านั้นแม้ห้างหุ้นส่วนหรือบริษัทมีวัตถุประสงค์จะประกอบธุรกิจพอที่จะใช้เป็นเหตุให้มีการยื่นคำร้องต่อศาลได้ ซึ่งก่อนที่ศาลจะรับคำร้องไว้พิจารณา ยังจำเป็นต้องตรวจสอบวัตถุประสงค์ของห้างหุ้นส่วนหรือบริษัทที่ส.ส.ทั้ง 33 คน เป็นเจ้าของหรือผู้ถือหุ้นอยู่ว่าเป็นวัตถุประสงค์ที่จะประกอบกิจการหนังสือพิมพ์ หรือสื่อมวลชนใดหรือไม่

เมื่อตรวจสอบจากคำร้องและเอกสารประกอบแล้ว นายวุฒินันท์ ถูกกล่าวอ้าง ถือหุ้นในบริษัท รุ่งเรืองสยาม ซูมิคอน จำกัด โดยบริษัทดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เกี่ยวของกับการประหอบกิจการหนังสือพิมพ์ หรือสื่อมวลชน โดยตามคำร้องระบุในข้อ 11 ว่า ประกอบกิจการจัดเก็บ รวบรวม จัดทำ จัดพิมพ์ และเผยแพร่สถิติ ข้อมูล ในทางเกษตรกรรม อุตสาหกรรม พาณิชยกรรม การเงิน การตลาด รวมทั้งวิเคราะห์ และประเมินผลในการดำเนินธุรกิจ และข้อ 17 ระบุว่า ประกอบกิจการจัดสร้างและจัดจำหน่ายภาพยนตร์ โรงภาพยนตร์ โรงมหรสพอื่น สถานพักตากอากาศ สนามกีฬา สระว่ายน้ำ โบว์ลิ่ง แต่เมื่อพิจารณาเอกสารประกอบคำร้องคือ หนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคลของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์แล้ว ปรากฏมีข้อความปรากฏไม่ตรงกันกับคำกล่าวอ้างของผู้ร้อง


โดยข้อ 11 ระบุวัตถุประสงค์ไว้ว่าเครื่องเคหะภัณฑ์ เครื่องเรือน เฟอร์นิเจอร์ เครื่องแก้ว เครื่องครัว ตู้เย็น เครื่องปรับอากาศ เครื่องฟอกอากาศ พัดลม เครื่องดูดอากาศ หม้อหุงข้าวไฟฟ้า เตารีดไฟฟ้า เครื่องทำความเย็น เครื่องทำความร้อน เตาอบ ไมโครเวฟ เครื่องใช้ไฟฟ้า อุปกรณ์ไฟฟ้า รวมทั้งอะไหล่ และอุปกรณ์ของสินค้าดังกล่าว

ส่วนข้อ 17 ระบุวัตถุประสงค์ไว้ว่า ประกอบกิจการค้ากระดาษ เครื่องเขียน แบบเรียน แบบพิมพ์ หนังสือ อุปกรณ์การเรียนการสอน อุปกรณ์ถ่ายภาพและภาพยนตร์ เครื่องคำนวณ เครื่องพิมพ์ อุปกรณ์การพิมพ์ สิ่งพิมพ์ หนังสือพิมพ์ ตู้เก็บเอกสาร เครื่องใช้สำนักงาน เครื่องมือสื่อสาร คอมพิวเตอร์ รวมทั้งอุปกรณ์และอะไหล่ของสินค่าดังกล่าว

กรณีนี้จึงไม่ปรากฏวัตถุประสงค์ตามที่ผู้ร้องกล่าวอ้าง และเมื่อพิจารณารายละเอียดวัตถุประสงค์ตามข้อ 11 และข้อ 17 ก็เห็นว่าไม่มีความเกี่ยวข้องกับการประกอบกิจการหนังสือพิมพ์ หรือสื่อมวลชนใดๆ กรณีดังกล่าวจึงไม่เป็นลักษณะเข้าข่ายอันเป็นให้สมาชิกภาพส.ส.ของนายวุฒินันท์ สิ้นสุดลง

ส่วน 32 ส.ส.ที่ศาลรับคำร้องไว้พิจารณาวินิจฉัย ให้แจ้งประธานสภาฯ ผู้ร้องทราบ และส่งสำเนาคำร้องให้ 32 ส.ส.ที่เป็นผู้ถูกร้องได้ยื่นคำชี้แจงแก้ข้อกล่าวหากลับมายังศาลภายใน 15 วันนับแต่ได้รับสำเนาคำร้อง สำหรับคำขอที่ขอให้สั่ง 32 ส.ส.หยุดปฏิบัติหน้าที่นั้นเห็นว่า คดีนี้ไม่มีการตั้งคณะกรรมการไต่สวนข้อเท็จจริง จึงไม่ปรากฏเอกสารหลักฐานใด ให้ใช้เป็นฐานในการพิจารณา มีเพียงหนังสือรับรองห้างหุ้นส่วนหรือบริษัทระบุวัตถุประสงค์ กับสำเนาบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น ซึ่งเป็นเอกสารประกอบคำร้องไม่ปรากฏแบบแสดงรายการเกี่ยวกับการประกอบธุรกิจของห้างหุ้นส่วน บริษัท (แบบสสช1.) แบบนำส่งงบการเงินของห้างหุ้นส่วน หรือบริษัท ว่ามีรายได้จากการประกอบกิจการใด จึงยังไม่มีมูลให้เห็นว่า ส.ส.ทั้ง 32 คนประกอบธุรกิจใด ศาลรัฐธรรมนูญจะต้องดำเนินการไต่สวนข้อเท็จจริงให้ยุติเสียก่อน เมื่อยังไม่ปรากฏเหตุอันควรสงสัยว่าส.ส.ทั้ง 32 คน มีกรณีตามที่ถูกร้อง ในชั้นนี้จึงยังไม่เข้าเงื่อนไขที่จะสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 82วรรคสอง

สำหรับส.ส. 32 รายที่ศาลรัฐธรรมนูญรับคำร้องไว้พิจารณาวินิจฉัย ประกอบด้วย ส.ส.จำนวน 33 รายที่พรรคพลังประชารัฐยื่นคำร้องเป็น ส.ส.ในส่วนพรรคร่วมฝ่ายค้านทั้งสิ้น ประกอบด้วย

พรรคอนาคตใหม่ 20 คน คือ 1.พล.ท.พงศกร รอดชมภู 2.นายธัญญ์วาริน สุขะพิสิษฐ์ 3.นายพิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ 4.นายสุรชัย ศรีสารคาม 5.นายชำนาญ จันทร์เรือง 6.นายวินท์ สุธีรชัย 7.นายธัญวัจน์ กมลวงศ์วัฒน์ 8.นายคารม พลพรกลาง 9.นายวาโย อัศวรุ่งเรือง 10. นางอมรัตน์ โชคปมิตต์กุล 11.นายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล 12.นายวิภพ วิริยะโรจน์ 13.น.ส.เบญจา แสงจันทร์ 14.นายสมเกียรติ ไชยวิสุทธิกุล ซึ่งเป็น ส.ส.บัญชีรายชื่อทั้งหมด

15.นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ ส.ส.กทม. 16.น.ส.กวินนาถ ตาคีย์ ส.ส.ชลบุรี 17.น.ส.สุทธวรรณ สุบรรณ ณ อยุธยา ส.ส.นครปฐม 18.นายจิรัฎฐ์ ทองสุวรรณ์ ส.ส.ฉะเชิงเทรา 19. นายปดิพัทธ์ สันติภาดา ส.ส.พิษณุโลก และ 20.น.ส.วรรณวรี ตะล่อมสิน ส.ส.กทม.

พรรคเพื่อไทย 4 คน ได้แก่ 1.นายวิสาร เตชะธีราวัฒน์ ส.ส.เชียงราย 2.นายนิยม ช่างพินิจ ส.ส.พิษณุโลก 3.นายจักรพล ตั้งสุทธิธรรม ส.ส.เชียงใหม่ และ 4.นายศรัณย์วุฒิ ศรัณย์เกตุ ส.ส.อุตรดิตถ์

พรรคเพื่อชาติ 4 คน เป็น ส.ส.บัญชีรายชื่อทั้งหมด ได้แก่ 1.นายสงคราม กิจเลิศไพโรจน์ 2.นางลินดา เชิดชัย 3.น.ส.ปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช และ 4.นายเพชรวรรต วัฒนพงศศิริกุล

พรรคเสรีรวมไทย จำนวน 3 คน เป็น ส.ส.บัญชีรายชื่อทั้งหมด ได้แก่ 1.พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส 2.น.ส.ธนพร โสมทองแดง และ 3.น.ส.พัชนี เพ็ชรจินดา อีก 1 รายคือ นายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชาติ


แชร์ข่าว :
เพิ่มเพื่อน
Tags:

ข่าวที่เกี่ยวข้อง