'จุรินทร์' ถกวอรูมกลุ่มส่งออกข้าว-มันสำปะหลัง

'จุรินทร์' ถกวอรูมกลุ่มส่งออกข้าว-มันสำปะหลัง
26 สิงหาคม 2562
1,130

"จุรินทร์" ถกวอรูมกลุ่มส่งออกข้าว-มันสำปะหลัง หาทางผลักดันการส่งออกขยายตัว ชี้ ข้าวเร่งส่งออกตลาดอิรักผ่านรูปแบบจีทูจี รวมทั้งจีนและฟิลิปปินส์ ส่วนมันสำปะหลังเจาะจีนและอินเดีย

นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวภายหลังประชุมร่วมคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนหรือกรอ.พาณิชย์ ว่า ได้หารือกับสมาคมที่เกี่ยวข้องกับการส่งออกผลิตผลทางการเกษตรข้าวกับและมันสำปะหลังเพื่อที่จะเร่งรัดการส่งออกตามที่ได้มีการตั้งกรอ. พาณิชย์และวอร์รูมขึ้นมา ซึ่งครั้งนี้เป็นการประชุมวอร์รูมข้าวกับมันสำปะหลังเพื่อผลักดันให้การส่งออกของประเทศดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ และสร้างความต่อเนื่องจากตัวเลขเดือนกรกฎาคมที่เป็นบวก4.28%

"จากการประชุมเรื่องข้าวได้ข้อสรุปร่วมกันว่านอกจากมาตรการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวที่จะเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีในวันที่27 สิงหาคม 2562 โดยใช้วงเงิน 2.1 หมื่นล้านบาทก็จะดำเนินการเร่งรัดการส่งออกควบคู่กันไปด้วย เนื่องจากในช่วงที่ผ่านมายอดการส่งออกตัวเลขลดลงซึ่งเป็นผลจากค่าเงินบาทที่แข็งค่าทำให้ข้าวของไทยในตลาดโลกในสายตาประเทศผู้บริโภคแพงขึ้น และเพราะไทยสูญเสียตลาดให้กับคู่แข่งบางส่วน"

อย่างไรก็ตามที่ประชุมได้ข้อสรุปร่วมกันว่าจะดำเนินการเร่งรัดเป็นพิเศษในเรื่องของตลาด  คือ ตลาดอิรัก ซึ่งเป็นตลาดเดิมของไทยในอดีตแต่ได้สูญเสียไปในช่วงหลายปีที่ผ่านมา เพราะมีบริษัทส่งข้าวไม่มีคุณภาพให้กับอิรักทำให้ความสัมพันธ์ในเรื่องการค้าข้าวระหว่างไทยกับอิรักเสียหายมาจนถึงวันนี้กระทรวงพาณิชย์จะดำเนินการฟื้นฟูความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับอิรัก และจะร่วมมือกันทั้งส่วนของกระทรวงพาณิชย์และภาคเอกชนในการฟื้นตลาดอิรักใหม่โดยแนวทางที่จะดำเนินการ คือ จะเร่งรัดการเจรจาการค้าข้าวแบบจีทูจีG กับอิรักซึ่งดูเหมือนว่าก่อนหน้านี้ที่ได้มอบหมายให้กรมการค้าต่างประเทศไปดำเนินการมีความคืบหน้าเป็นลำดับอิรักได้แจ้งความประสงค์ที่จะทำการค้าข้าวแบบจีทูจีเป็นหลัก ซึ่งหลังจากนี้ไปสมาคมผู้ส่งออกข้าวไทยกระทรวงพาณิชย์จะเร่งดำเนินการกำหนดแผนปฏิบัติเมื่อถึงเวลาที่เหมาะสมจะดำเนินการเจรจาการค้าที่อิรักด้วยตนเองทั้งภาครัฐและเอกชน

ตลาดจีน เนื่องจากที่ผ่านมาได้มีการทำ MOUระหว่างไทยกับจีนที่จีนจะรับซื้อข้าวจากประเทศไทย 1 ล้านตันแต่ยังมีค้างท่ออยู่ 3 แสนตัน ซึ่งจะดำเนินการเจรจากับจีนต่อไปโดยจะขอให้จีนรับซื้อข้าวหอมมะลิหรือข้าวหอมจากประเทศไทยแทนข้าวขาวมากขึ้นในโควตาค้างท่อที่ว่านี้ตลาฟิลิปปินส์ ซึ่งฟิลิปปินส์ ได้ปรับจากระบบโควต้าเป็นระบบนำเข้าข้าวโดยภาคเอกชนเพราะฉะนั้นภาคเอกชนของฟิลิปปินส์ที่นำเข้าข้าวกับภาคเอกชนไทยที่ส่งออกข้าวก็ยังไม่ได้มีโอกาสที่จะได้พบปะกันอย่างจริงจัง เพราะระบบนี้พึ่งเริ่มต้นกระทรวงพาณิชย์จะทำหน้าที่ช่วยเป็นตัวกลางในการจัดการพบปะระหว่างผู้นำเข้าข้าวฟิลิปปินส์ผู้ส่งออกข้าวจากประเทศไทยในรูปแบบใดรูปแบบหนึ่งโดยเร็วและตลาดญี่ปุ่นซึ่งกระทรวงพาณิชย์ขอให้ญี่ปุ่นขยายโควต้าในการนำเข้าข้าวจากประเทศไทยให้มากขึ้น

นอกจากนี้ ที่ประชุมได้หารือ คือเรื่องมันสำปะหลัง มี 2 เรื่องได้แก่ 1.สถานการณ์ของโรคใบด่างที่เป็นปัญหาใหญ่ในขณะนี้และจะเป็นปัญหาใหญ่ในอนาคตถ้ายังไม่สามารถสกัดโรคใบด่างได้ในขณะนี้ระบาดแล้วประมาณ 9 จังหวัด ซึ่งวอร์รูมจะรีบดำเนินการและสรุปการหาแนวทางกำหนดมาตรการในการป้องกันการระบาดออกสู่ภายนอกใน9 จังหวัดนี้ และจะช่วยดำเนินการสนับสนุนในเรื่องต้นพันธุ์ในจังหวัดอื่นๆให้สามารถปลูกมันสำปะหลังเพื่อนำไปสู่การส่งออกและนำรายได้เข้าประเทศต่อไปภายในสัปดาห์นี้จะได้คำตอบจากการหารือร่วมกันของภาคเอกชนกับกระทรวงพาณิชย์และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ส่วนเรื่องการเปิดตลาดวันนี้ได้ข้อสรุปว่า ตลาดที่ต้องเร่งรัดเป็นพิเศษคือ 1.ตลาดจีน ซึ่งถือว่าเป็นตลาดที่มีศักยภาพสูงในการนำเข้ามันสำปะหลังจากประเทศไทยโดยเฉพาะจีนตอนใต้ที่จะเอาไปทำอาหารสัตว์

ตลาดอินเดียซึ่งถือว่ามีศักยภาพและเป็นตลาดที่ประเทศไทยสามารถดำเนินการขยายตลาดได้ในอนาคตแม้ว่าจะพึ่งเริ่มต้นก็ตามโดยเฉพาะแป้งมันที่นำไปใช้ในการทำอาหารและทำซอสปรุงรสของคนอินเดีย เป็นต้น

"ตลาดใหม่สำหรับไทยมีโอกาสที่จะเปิดตลาดและขยายตลาดได้โดยเฉพาะในเรื่องของอาหารสัตว์ที่ใช้มันสำปะหลังเป็นส่วนประกอบ เช่น ตลาดตุรกีตลาดนิวซีแลนด์ แต่ว่า 2ตลาดนี้ยังเป็นตลาดที่ยังขาดความเข้าใจในเรื่องของการใช้วัตถุดิบจากประเทศไทยที่จะนำไปทำอาหารสัตว์เพราะฉะนั้นกระทรวงพาณิชย์จะช่วยทำหน้าที่เป็นตัวหลักในการนัดพบผู้นำเข้าจากตุรกีและนิวซีแลนด์ให้กับผู้ส่งออกอาหารสัตว์ของประเทศไทยต่อไป"



แชร์ข่าว :
เพิ่มเพื่อน
Tags:

ข่าวที่เกี่ยวข้อง