อว.เสนองบฯ63บัณฑิตพันธุ์ใหม่ 1,028 ล้าน

อว.เสนองบฯ63บัณฑิตพันธุ์ใหม่ 1,028 ล้าน
21 สิงหาคม 2562
633

เลขาธิการกกอ.เผย อว.เสนอของบประมาณ 2563 ดำเนินโครงการผลิตบัณฑิตพันธุ์ใหม่ ตามนโยบาย Thailand 4.0 และการปฏิรูปอุดมศึกษาไทย 1,028 ล้านบาท ย้ำเพิ่มทักษะให้แก่ผู้เรียน และเป็นแรงงานที่ประเทศต้องการมาก จทำให้ต้องเร่งการผลิต

วันนี้ (21 ส.ค.2562) นายสัมพันธ์ ฤทธิเดช เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา(กกอ.) เปิดเผยว่า ขณะนี้ทางกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ได้เสนอขอตั้งกรอบวงเงินงบประมาณประจำปีงบประมาณ 2563 เพื่อดำเนินการโครงการผลิตบัณฑิตพันธุ์ใหม่และสร้างกำลังคนที่มีสมรรถนะสูงสำหรับอุตสาหกรรม (New Growth Engine) ตามนโยบาย Thailand 4.0 และการปฏิรูปอุดมศึกษาไทย จำนวน 1,028 ล้านบาท และโครงการผลิตบัณฑิตพันธุ์ใหม่ เพื่อสนับสนุนเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรือ EEC (Eastern Economic Corridor) อีก 500 ล้านบาท เพื่อสนับสนุนมหาวิทยาลัยทั้งรัฐและเอกชน ในการจัดหลักสูตรประกาศนียบัตร (Non-degree) และหลักสูตรระดับปริญญา (Degree) ซึ่งในปีงบประมาณ 2562 ได้รับงบฯ จำนวน 857 ล้านบาท ตั้งเป้าสถาบันอุดมศึกษาเข้าร่วม 23 แห่ง มีสถาบันผ่านการคัดเลือก 31 แห่ง ขณะที่ตั้งเป้าหลักสูตรประกาศนียบัตร 117 หลักสูตร โดยรอบแรกมีหลักสูตรที่ผ่านการคัดเลือก 69 หลักสูตร ซึ่งยังต่ำกว่าเป้า ทำให้มีการคัดเลือกเพิ่มเติมอีกและมีหลักสูตรผ่านการคัดเลือก69 หลักสูตร รวม 138 หลักสูตร


ทั้งนี้ ส่วนหลักสูตรปริญญาตรีตั้งเป้าไว้ 99 หลักสูตร ผ่านการคัดเลือก 82 หลักสูตร และมีหลักสูตรการศึกษาทั่วไป ตั้งเป้าไว้ 2 หลักสูตร ผ่านการคัดเลือก 1 หลักสูตร การดำเนินการคัดเลือกสถาบันและหลักสูตรที่เข้าร่วมโครงการถือว่าเกินเป้าหมายที่ตั้งไว้ โดยเฉพาะในส่วนของหลักสูตรประกาศนียบัตร ซึ่งเป็นหลักสูตรระยะสั้นใช้เวลาไม่นาน ที่สำคัญเป็นการเพิ่มทักษะให้แก่ผู้เรียนและเป็นแรงงานที่ประเทศต้องการมาก จึงทำให้ต้องเร่งการผลิต เพื่อให้ทันกับความต้องการของผู้ใช้งาน โดยในปีงบประมาณ 2562 มีผู้เข้าร่วมหลักสูตรประกาศนียบัตร แล้ว 2,505 คน และกำลังศึกษาในหลักสูตรระดับปริญญาอีก 3,238 คน

”จากที่ผมและคณะทำงานได้ลงพื้นที่มหาวิทยาลัยที่เข้าร่วมโครงการบัณฑิตพันธุ์ใหม่ อย่าง มหาวิทยาลัยเชียงใหม่(มช.) พบว่าสถาบันได้ปรับเปลี่ยนหลักสูตรเพื่อให้สอดคล้องกับหลักเกณฑ์ในการเข้าร่วมโครงการ คือเรื่องการเรียนรู้จากการปฏิบัติจริงในสถานประกอบการ เป็นเวลาไม่ต่ำกว่า 50 % ของเวลาเรียนปกติ สถานประกอบการพอใจเพราะผู้ที่จบหลักสูตรนี้มีคุณภาพ สามารถเข้าสู่ตลาลดแรงงานได้ตามที่ผู้ประกอบการต้องการจริง ๆ และขณะนี้มหาวิทยาลัยทั่วประเทศก็เริ่มตื่นตัวและต้องการที่จะเข้าร่วมโครงการจำนวนมาก แสดงว่าโครงการนี้ตอบโจทย์รัฐบาลได้เป็นอย่างดี” นายสัมพันธ์ กล่าว


แชร์ข่าว :
เพิ่มเพื่อน
Tags: