อังกฤษส่อปิดดีลการค้าอาเซียน

อังกฤษส่อปิดดีลการค้าอาเซียน
21 สิงหาคม 2562
1,632

ผู้นำมาเลเซียคาดว่า อังกฤษจะบรรลุข้อตกลงการค้ากับชาติอาเซียน รวมถึง 2 ผู้ผลิตปาล์มรายใหญ่สุดในโลก หลังออกจากสหภาพยุโรป (อียู) แล้ว ขณะที่ผู้ผลิตปาล์มอินโดนีเซียกังวลว่าภัยแล้งอาจทำให้ผลผลิตน้อยลงในระยะสั้นและกลาง

นายกรัฐมนตรีมหาธีร์ โมฮัมหมัดของมาเลเซียเผยกับเว็บไซต์บลูมเบิร์กเมื่อไม่นานนี้ว่า อังกฤษจะมีโอกาสในการทำข้อตกลงการค้ากับประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งรวมถึงมาเลเซียและอินโดนีเซีย เมื่อออกจากอียูไปแล้ว เพื่อให้ไม่ต้องพัวพันกับสงครามการค้าที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต

“กุญแจสำคัญคือการทบทวนนโยบายที่ถูกชี้นำผิด ๆ ของอียูเกี่ยวกับน้ำมันปาล์ม” นายมหาธีร์ระบุ และว่า “ทัศนคติใหม่ที่มีต่อน้ำมันปาล์มอาจนำไปสู่เงื่อนไขการค้าที่ดีขึ้นระหว่างอังกฤษกับภูมิภาคนี้มากกว่าที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน เราหวังที่จะเลี่ยงการทำสงครามการค้ากับยุโรป แต่หากเกิดขึ้น ก็ไม่ได้หมายความว่าอังกฤษต้องอยู่กลางความขัดแย้ง”

นอกจากนั้น นายกฯมาเลเซียเรียกร้องให้มีการพูดคุยและร่วมมือกันเพื่อหาทางออกร่วมกัน ซึ่งรวมถึงการออกกฎที่เข้มงวดขึ้นและสร้างมาตรฐานการรับรองที่เข้มแข็งขึ้น

ความเห็นของนายมหาธีร์มีขึ้นในช่วงที่บรรดาผู้ผลิตน้ำมันปาล์มรายใหญ่ในอินโดนีเซียกังวลว่า ผลผลิตจะได้รับผลกระทบระยะสั้นถึงระยะกลางเพราะภาวะแห้งแล้งที่เกิดขึ้นทั่วพื้นที่ปลูกปาล์มน้ำมันขนาดใหญ่จะทำให้ผลปาล์มสุกช้าลงและได้ผลผลิตน้อยลง

เจ้าหน้าที่อุตุนิยมวิทยาแจ้งว่า เกิดภาวะแห้งแล้งเป็นวงกว้างเพราะเกิดปรากฏการณ์ “เอล นีโญ”ระหว่างฤดูแล้ง คาดว่าสถานการณ์จะรุนแรงที่สุดตั้งแต่กลางเดือน ส.ค.ไปจนถึงกลางเดือน ก.ย.ขณะที่จำนวนจุดความร้อนก็เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ผู้ปลูกปาล์มน้ำมัน 4 รายเผยกับรอยเตอร์ว่า ผลผลิตไตรมาส 3ของปีนี้จะไม่เพิ่มขึ้นหรือเพิ่มขึ้นน้อยเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน เพราะขณะนี้ผลปาล์มสุกช้าลงแล้วขณะที่ผู้ปลูกอีก 3 รายคาดว่า จะเกิดผลกระทบเฉพาะช่วงครึ่งแรกของปีหน้าเท่านั้น

เอลนีโญ เมื่อปี 2558 ทำให้เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ประสบภาวะแห้งแล้งทั่วภูมิภาค เป็นเหตุให้ผลผลิตน้ำมันปาล์มในอินโดนีเซียและมาเลเซีย ประเทศผู้ผลิตอันดับ 1และอันดับ 2ของโลกลดลงในปีถัดมา และราคาปรับขึ้น

ผู้ผลิตบางรายคาดว่า เอลนีโญในปีนี้จะไม่รุนแรงเท่าปี 2558 และจะไม่กระทบต่อผลผลิตในปีนี้ แต่จะกระทบปาล์มที่กำลังออกดอกในปีนี้และจะให้ผลผลิตในปีหน้า ส่วนผลผลิตปีนี้คาดว่าจะสูงกว่าปีก่อน แต่ราคาจะไม่ปรับขึ้นมากเท่าปีก่อน

ขณะนี้ ราคาน้ำมันปาล์มดิบในอินโดนีเซียปรับขึ้นมาเกือบ10% แล้วตั้งแต่ต้นเดือน ก.ค.และเคลื่อนไหวที่ตันละ 500 ดอลลาร์เมื่อวันจันทร์ (19 ส.ค.)


อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

-กรีนพีซจี้ผู้นำอาเซียนเลิกค้าขยะพลาสติก

-นายกฯเน้นย้ำให้ที่ประชุม IMT-GT เร่งสร้างความเชื่อมโยงทุกด้าน

-'ลี เซียน หลุง' พร้อมสานสัมพันธ์มาเลเซีย

-นิคมฯใหม่มาเลย์เน้นดึงดูดเม็ดเงินลงทุนญี่ปุ่น


แชร์ข่าว :
เพิ่มเพื่อน
Tags:

ข่าวที่เกี่ยวข้อง