เก็ทชูดาต้าชิงฟู้ดเดลิเวอรี

เก็ทชูดาต้าชิงฟู้ดเดลิเวอรี
8 สิงหาคม 2562 | โดย wariya Khamchana
2,022

“เก็ท” เร่งเครื่องฟู้ดเดลิเวอรี จัดหนักแคมเปญพิเศษ ดึง 4 เชฟดังร่วมสร้างกระแส ล่าสุดตั้ง “นนท์-ธนนท์” พรีเซ็นเตอร์คนแรก ชูดาต้าเข้าถึงความต้องการผู้ใช้เจาะแมส

นายภิญญา นิตยาเกษตรวัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เก็ท กล่าวว่า มีแผนผลักดันให้บริการฟู้ดเดลิเวอรีของเก็ทขยายตัวครอบคลุมทุกไลฟ์สไตล์ดิจิทัล สามารถเข้าถึงตลาดแมสให้ได้มากที่สุด

สำหรับกลุ่มเป้าหมายของเก็ทคือคนรุ่นใหม่ ต้องการความเร็ว ชอบมองหาสิ่งใหม่ๆ ให้กับชีวิต โดยไม่ได้จำกัดเรื่องของอายุ วางตำแหน่งเป็นแอพพลิเคชั่นไลฟ์สไตล์ออนดีมานด์ ให้บริการ 4 กลุ่มหลักประกอบด้วย บริการเรียกรถมอเตอร์ไซค์ สั่งอาหาร ส่งของ และอีวอลเล็ต

ล่าสุด จัดทำแคมเปญพิเศษ “อยากกินอะไร สั่ง GET เลย” พร้อมเปิดตัวพรีเซ็นเตอร์คนแรก “นนท์ ธนนท์” และครั้งนี้ยังร่วมมือกับ 4 เชฟชื่อดัง เชฟต้น จากร้านบ้าน เชฟกิ๊ก จากร้านเลิศทิพย์ เชฟเปเปอร์ จากร้าน ICI และเชฟเก๊า หรือเฮียเก๊าจากร้านเจ๊โอว มานำเสนอเมนูพิเศษ “Only At GET เรื่องกินต้องเก็ท” เพื่อให้ผู้ที่ติดตามเชฟเหล่านี้ สามารถเข้าถึงรายการอาหารต่างๆ ได้ง่ายยิ่งขึ้นผ่านแอพ ไม่ต้องไปรอคิวที่ร้าน สำคัญราคาจับต้องได้

อย่างไรก็ดี ช่วงครึ่งปีแรกที่ผ่านมาภาพรวมตลาดบริการส่งอาหารผ่านแอพพลิเคชั่นเติบโตถึง 6 เท่า ส่วนของเก็ทฟู้ดนับจากต้นปีซึ่งรวมให้บริการมา 6 เดือนมีการเติบโตถึง 168% รวมปัจจุบันมียอดดาวน์โหลดกว่า 1 ล้านครั้ง จากจำนวนดังกล่าวผู้ที่เข้ามาใช้งานเป็นประจำมีอยู่ถึง 5 แสนคนต่อเดือน

ปัจจุบัน เก็ท ฟู้ด(GET FOOD) ก้าวขึ้นมาเป็นบริการฟู้ดเดลิเวอรี่ชั้นนำในตลาดได้แล้ว จากปัจจับด้านบริการ ราคา และความหลากหลายของอาหาร บริษัทให้บริการผู้ใช้หลายแสนคนต่อเดือน ช่วยสร้างงานและรายได้ให้กับทั้งร้านค้าและคนขับหลายหมื่นคน

“จุดเด่นของเราคือมีพันธมิตรร้านอาหารจำนวนมาก โดยเฉพาะสตรีทฟู้ด ค่าส่งถูก ก้าวต่อไปเตรียมเร่งเครื่องการตลาดอย่างเต็มที่เพื่อทำให้เข้าถึงตลาดแมส ทำให้เก็ทใกล้ตัวผู้บริโภคมากขึ้น มีการสื่อสาร สร้างการรับรู้ในวงกว้าง ใช้พรีเซ็นเตอร์สร้างแรงจูงใจ พร้อมเดินหน้านำดาต้ามาช่วยพัฒนาประสบการณ์ เพิ่มฟีเจอร์ ฟังก์ชั่น ทำให้ลูกค้าได้รับประสบการณ์พิเศษอย่างที่หาที่อื่นไม่ได้”

นางสาววงศ์ทิพพา วิเศษเกษม ผู้อำนวยการธุรกิจ เก็ท ฟู้ด เสริมว่า เก็ทเป็นบริษัทที่มีการนำข้อมูลมาเป็นตัวขับเคลื่อนธุรกิจ จากการนำข้อมูลพฤติกรรมการใช้งานของลูกค้ามาวิเคราะห์ ทำให้สามารถนำเสนอรูปแบบการให้บริการที่เหมาะสม เพิ่มฟีเจอร์ ฟังก์ชั่น และจัดทำโปรโมชั่นได้ตอบโจทย์

บริษัทแบ่งลูกค้าออกเป็น 3 กลุ่มคือ 1.Explorers หรือลูกค้าที่เข้ามาเพื่อค้นหาร้านอาหารประเภทที่อยากทานสัดส่วน 58% 2.Chillaxer ลูกค้าที่ต้องการสั่งอาหารแต่ไม่รู้จะทานอะไร 18% และ 3.Routine lovers ผู้ที่เข้ามาสั่งอาหารนั้นๆ เป็นประจำ 16% ที่ผ่านมาเวลามีการจัดโปรโมชั่นพิเศษพบว่ายอดสั่งซื้อเพิ่มขึ้น 10 เท่า

สำหรับความท้าทายไม่ใช่การแข่งขันกับแอพอื่น แต่เป็นการพัฒนาประสบการออนไลน์ หลังจากนี้เก็ทเน้นการสร้างการมีส่วนร่วมของลูกค้า ขยายฐานการให้บริการ ผู้ใช้ เพิ่มน้ำหนักการตลาด สื่อนอกบ้าน พร้อมสร้างการรับรู้แบรนด์ให้กว้างขึ้น

ไม่พลาดข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อนกับ LINE @Bangkokbiznews ที่นี่


เพิ่มเพื่อน

แชร์ข่าว :
Tags:

ข่าวที่เกี่ยวข้อง