กกร. มองศก.ไทยครึ่งปีหลังเผชิญหลายปัจจัยเสี่ยง

กกร. มองศก.ไทยครึ่งปีหลังเผชิญหลายปัจจัยเสี่ยง
7 สิงหาคม 2562
1,322

กกร.มองเศรษฐกิจครึ่งปีหลังเผชิญแรงกดดันสงครามการค้า จ่อทบทวนเป้าส่งออกหากสถานการณ์รุนแรงขึ้น คงเป้าจีดีพีปีนี้ 2.9 – 3.3% “กลินท์” เผยสภาหอการค้า-สภาอุตฯ เตรียมเข้าพบแบงก์ชาติพรุ่งนี้


เมื่อวันที่ 7 ส.ค.62 มีการประชุมคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) ประกอบไปด้วยสมาคมธนาคารไทย สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย และสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (สอท.) ภายหลังการประชุมนายปรีดี ดาวฉายประธานกรรมการสมาคมธนาคารไทย แถลงข่าวร่วมกับนายกลินท์ สารสิน ประธานสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย และนายสุพันธ์ มงคลสุธี ประธาน สอท.

นายปรีดีกล่าวว่าจากการติดตามภาวะเศรษฐกิจไทยของภาคเอกชนพบว่าเศรษฐกิจในช่วงครึ่งปีแรกของไทยมีสัญญาณที่อ่อนแอทั้งจากปัจจัยการส่งออกและการใช้จ่ายภายในประเทศและคาดว่าเศรษฐกิจในไตรมาสที่ 2 จะขยายตัวได้ต่ำกว่าไตรมาสแรกที่ขยายตัวได้ 2.8% ทำให้เศรษฐกิจในภาพรวมช่วงครึ่งแรกของปีนี้ขยายตัวได้ต่ำกว่าไตรมาสแรกหรือขยายตัวได้ต่ำกว่า 2.8%

นอกจากนี้เศรษฐกิจในครึ่งปีหลังเศรษฐกิจไทยยังคงเผชิญความไม่แน่นอนจากสงครามการค้าระหว่างจีนและสหรัฐฯซึ่งล่าสุดความขัดแย้งนำไปสู่การที่จีนเริ่มปล่อยให้ค่าเงินหยวนอ่อนค่าเห็นได้จากใน 2 วันที่ผ่านมาค่าเงินหยวนอ่อนค่าลงไปอยู่ที่ 7 หยวนต่อดอลลาร์ซึ่งอ่อนค่าที่สุดในรอบ 7 ปี ซึ่งสหรัฐฯได้ระบุว่าจีนมีการบิดเบือนค่าเงิน (Currency Manipulator) ซึ่งน่าจะทำให้สหรัฐฯมีมาตรการเพิ่มเติมในการกดดันจีนทำให้ประเด็นสงครามการค้ายังกดดันเศรษฐกิจโลกและภาคการส่งออกของไทย ขณะที่ความเสี่ยงของเศรษฐกิจโลกยังมีปัจจัยในเรื่องของการออกจากการเป็นสมาชิกของสหภาพยุโรป (EU) ของอังกฤษแบบไร้ข้อตกลงภายในวันที่ 31 ต.ค.นี้

“ปัจจัยความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก ความผันผวนของค่าเงินดอลลาร์ ทำให้เงินบาทผันผวนในทิศทางที่แข็งค่าขึ้น เป็นแรงงานกดดันต่อภาคการส่งออก ซึ่ง กกร.ยังประเมินภาคการส่งออกอยู่ที่ลบ 1% จนถึงขยายตัวได้ 1% ขณะที่จีดีพีในปีนี้ยังคาดการณ์ว่าจะขยายตัวได้ 2.9 – 3.3% ซึ่งในส่วนของการส่งออกยังต้องจับตาดูผลกระทบจากสงครามการค้าหากปัญหาบานปลาย กกร.คงต้องทบทวนคาดการณ์ภาคส่งออกอีกครั้ง” นายปรีดี กล่าว

ด้านนายกลินท์กล่าวว่าจากการติดตามสถานการณ์เศรษฐกิจในช่วงครึ่งปีแรกพบว่าภาคการส่งออกของไทยปรับตัวลดลง 2.9% ขณะที่หลายประเทศการส่งออกติดลบเช่นกัน เช่น อินโดนิเซียส่งออกลดลง 8.6% เกาหลีใต้ลดลง 8.5% ใต้หวันลดลง 2.3% สิงคโปร์ลดลง 4.1% ขณะมีประเทศเดียวที่การส่งออกสามารถบวกได้ 7.2%

ทั้งนี้ ในวันพรุ่งนี้ (8 ส.ค.) สภาหอการค้าไทย และสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย เตรียมที่จะเดินทางไปหารือกับธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เพื่อหารือแนวทางในการดูแลเศรษฐกิจ ซึ่งจะมีการเสนอมาตรการต่างๆประมาณ 10 ข้อให้ ธปท.ช่วยดูแลเศรษฐกิจ ซึ่งรวมทั้งการใช้มาตรการทางการเงินด้วย นอกจากนี้จะมีการหารือเรื่องการใช้สกุลเงินท้องถิ่นในอาเซียนเพื่อซื้อขายสินค้าข้ามแดนซึ่งจะช่วยแก้ปัญหาความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนรวมทั้งแก้ปัญหากรณีที่เงินหยวนอ่อนค่าได้ด้วย

แชร์ข่าว :
เพิ่มเพื่อน
Tags:

ข่าวที่เกี่ยวข้อง