อ่อนตัว

อ่อนตัว
2 สิงหาคม 2562 | โดย บล.เคที ซีมิโก้
1,362

ทยอยปิดโพสิชั่น Short (แนะนำเปิด Short ตั้งแต่ต้นสัปดาห์)

สรุปภาวะตลาดหุ้นไทยวานนี้

ตลาดหุ้นไทยวานนี้ ปิดลดลงและแย่กว่าภูมิภาค โดยดัชนีตลาดฯ ปิดที่ระดับ 1699.75 จุด -12.22 จุด หรือ -0.71% ด้วยวอลุ่มซื้อขาย 5.45 หมื่นล้านบาท นำลงโดยกลุ่มมีเดีย -2.85% ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ -2.82% รับเหมาก่อสร้าง -2.48% เกษตรฯ -2.42% ไฟแนนซ์ -1.58%

คาดการณ์ตลาดหุ้นไทยวันนี้

เรามีมุมมอง Negative และคาดดัชนีฯ อ่อนตัว แนวรับ 1680 / 1672 จุด แนวต้าน 1705 จุด เป็นผลจากการวิตกต่อโลกจะเกิดภาวะเศรษฐกิจถดถอย (เกิด Inverted Yield Curve) หลังปธน.ทรัมป์ ประกาศขึ้นภาษี 10% ต่อสินค้านำเข้าจากจีนล็อตใหม่ USD300bn (และคาดว่าจะมีการตอบโต้จากจีนกลับมาในเร็วๆ นี้) ส่งผลให้แรงขายสินทรัพย์เสี่ยงจะปรับสูงขึ้น ส่วนปัจจัยบวก คือ โอกาสที่เฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือน ก.ย. ปรับสูงขึ้น โดย CME group คาดว่าจะมีโอกาสสูงขึ้นเป็น 84.2% (จากเดิม 56.5%) ทั้งนี้ หุ้นกลุ่มอิงเศรษฐกิจโลก Global Play โดยเฉพาะกลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ มีความเสี่ยงเชิงลบสูงสุด ขณะที่กลุ่ม Domestic Play จะมีความเสี่ยงต่ำกว่า
โดยเฉพาะกลุ่มนิคมฯ AMATA WHA จะได้ประโยชน์จากการย้ายฐานการผลิตของจีนมาไทยเพิ่มขึ้น ส่วนหุ้นที่ต้องระวังแรงขายวันนี้ คือ หุ้นที่มีปริมาณ Block Trade สูง ได้แก่ JAS TRUE VGI STPI PTG (ดูรายชื่อข้างล่าง)

ประเด็นวันนี้: สหรัฐฯ -การจ้างงานนอกภาคเกษตร คาด +155k อัตราว่างงาน 3.6% ค่าจ้างรายชั่วโมง +3.2%

ประเด็นสำคัญวันนี้

USA: Trade war  - หลังจากการเจรจากับจีนไม่คืบหน้า ปธน.ทรัมป์ประกาศวานนี้ ปรับขึ้นภาษี 10% ต่อสินค้านำเข้ามูลค่าUSD300bnจากจีน เริ่ม 1 ก.ย. และส่งสัญญาณอาจปรับอัตราภาษีสูงขึ้นในอนาคต ส่งผลสินทรัพย์เสี่ยงปรับลดลง นำโดยตลาดหุ้นสหรัฐฯ DJIA -280.85 จุด -1.05% (จาก +300 จุด ก่อนการประกาศ) S&P500 -26.82 จุด -0.90% Nasdaq -64.30 จุด -0.79% ราคาสินค้าโภคภัณฑ์ร่วง WTI -USD4.63 -7.9% ปิด USD53.95/บาร์เรล ค่าระวางเรือร่วงเป็นวันที่แปดอีก -56 จุด ปิด 1812 จุด ทองคำ -USD5.40 -0.4% ปิดที่USD1432.40/ออนซ์ (ปรับขึ้นแรงเช้านี้ จากการเป็นสินทรัพย์ปลอดภัย)

USA: Fed Fund Rate Future - ผลจากปธน.ทรัมป์ ปรับขึ้นภาษีสินค้านำเข้าจากจีนล็อตใหม่ และรายงานภาคการผลิตสหรัฐฯ ที่แย่กว่าคาด ISM Mfg PMI เดือน ก.ค. อยู่ที่ 51.2 (Vs เดือน มิ.ย. 51.7) ทำให้การวิตกต่อการเกิดเศรษฐกิจถดถอยมีสูงขึ้น (เกิด Inverted Yield Curve ระหว่างยิลด์พันธบัตรสหรัฐฯ 10 ปี (1.87% จาก 2.05%) กับ 3 เดือน (2.07%) และโอกาสที่เฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยในการประชุมวันที่ 18 ก.ย. ปรับสูงขึ้นเป็น 84.2% (จากวานนี้ 56.5%)

UK: BoE Meeting  มีมติ 9 ต่อ 0 ให้คงดอกเบี้ยที่ 0.75% (แย่กว่าคาด) และปรับลดคาดการณ์เติบโตของเศรษฐกิจปีนี้ที่ 1.3% (จากเดิม 1.5%) จากความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นของ Brexit

EU: ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคการผลิตขั้นสุดท้ายเดือน ก.ค. ต่ำสุดนับตั้งแต่เดือน ธ.ค. 2012 ที่ระดับ 46.5 (Vs เดือน มิ.ย. 47.6) โดยหดตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 6 ติดต่อกัน นำลงโดยภาคการผลิตที่อ่อนแอของเยอรมนี ฝรั่งเศส อิตาลี สเปน

กลยุทธ์ : ทยอยปิดโพสิชั่น Short (แนะนำเปิด Short ตั้งแต่ต้นสัปดาห์)

หุ้นแนะนำ เก็งกำไรระยะสั้น (Trading Buy ทางเทคนิค)

        หุ้นโมเมนตัมลบ: เปิด Short หลักทรัพย์ที่มีปริมาณ Block Trade สูง JAS TRUE PLANB VGI STPI PTG CBG PRM RS AOT KBANK

        หุ้นร่วงแรงวานนี้: STEC TKN BEC JMT

        Derivatives: แนะสะสม Long S50U19P1125 เพื่อเก็งกำไรหรือประกันความเสี่ยงพอร์ตลงทุน (อ่านเพิ่มใน KTZ-D)

แชร์ข่าว :
เพิ่มเพื่อน
เอกสารประกอบ:
Tags: