นิสสันกำไรดิ่งหนักเกือบ95%

นิสสันกำไรดิ่งหนักเกือบ95%

นิสสันเผยกำไรสุทธิ เม.ย.-มิ.ย.ร่วงเกือบ 95% ผลพวงยอดขายลด-ต้นทุนเพิ่ม ยืนยันลดคนงาน 12,500 คนด้าน“โฟล์คสวาเกน” ประสบชะตากรรมเดียวกัน แต่ยังเชื่อมั่นฝ่ากระแสยอดขายรถยตนต์ร่วงทั่วโลกปีนี้ได้

นิสสัน แถลงรายได้ประจำไตรมาส เม.ย.-มิ.ย. วานนี้ (25 ก.ค.) กำไรสุทธิลดลงเกือบ 95% มาอยู่ที่ 6.4 พันล้านเยน จาก 1.15 แสนล้านเยนในช่วงเดียวกันของปี 2561

แถลงการณ์นิสสันระบุว่า ความสามารถในการทำกำไรติดลบเป็นผลจากรายได้ลด ขณะที่ปัจจัยภายนอก เช่น ต้นทุนวัตถุดิบ อัตราแลกเปลี่ยนผันผวน และการลงทุนเพื่อให้ได้มาตรการการกำกับดูแลเพิ่มสูงขึ้น

นอกจากนี้นิสสันจะลดศักยภาพการผลิตทั่วโลกลง 10% ภายในสิ้นปีงบประมาณ 2565 รวมทั้งลดจำนวนพนักงานลงราว 12,500 คน

นายฮิโรโตะ ซาอิกาวะ ประธานคณะเจ้าหน้าที่บริหาร เผยว่าปี 2561 และปีงบการเงิน 2562 นิสสันลดพนักงานแล้ว 6,400 คน ใน 8 ที่ ระหว่างปีงบการเงิน 2563-2565 จะลดอีก6,100 คน ใน 6 ที่แต่ไม่เปิดเผยว่าที่ใดบ้าง

การลดการผลิตและจำนวนพนักงานเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามพลิกฟื้นธุรกิจ หลังจากนิสสันเกิดวิกฤตินายคาร์ลอส กอส์น อดีตประธานถูกจับกุมเมื่อเดือน พ.ย.2561 จากข้อกล่าวหานำเงินกองทุนบริษัทไปใช้ในทางมิชอบ และรายงานรายได้ต่ำกว่าความเป็นจริง

ด้านค่ายรถยนต์เยอรมนี “โฟล์คสวาเกน” แถลงเมื่อวันพุธ (24 ก.ค.) ตามเวลาท้องถิ่นว่า กำไรจากการปฏิบัติการประจำไตรมาส เม.ย.-มิ.ย. ลดลง 8.1% มาอยู่ที่ 5.1 พันล้านยูโร

รายได้โตขึ้น 6.6% มาอยู่ที่ 6.52 หมื่นล้านยูโร แม้ยอดขายเป็นจำนวนคันลดลง 2.8% อยู่ที่ 2.8 ล้านคัน โดยเฉพาะตลาดจีนลดลงมาก

แถลงการณ์จากโฟล์คสวาเกนชี้ว่า บรรยากาศเศรษฐกิจยังไม่แน่นอน การแข่งขันเข้มข้นขึ้นทุกวัน แนวโน้มอัตราแลกเปลี่ยนผันผวน และมีข้อกำหนดเข้มงวดยิ่งขึ้นให้ต้องปฏิบัติตาม เหล่านี้ถือเป็นความเสี่ยงสำคัญที่บริษัทต้องเผชิญต่อไป

อย่างไรก็ตาม นายแฟรงค์ วิตเทอร์ ผู้อำนวยการฝ่ายการเงินกล่าวว่าโฟล์คสวาเกนทำได้ดีมากหากเทียบกับตลาดโดยรวมที่ซบเซา

บริษัทเชื่อว่า แม้เงื่อนไขตลาดยังคงมีความท้าทาย แต่ยอดขายรถคิดเป็นจำนวนคันในปีนี้สูงกว่าปี 2561 เล็กน้อย รายได้เติบโตถึง 5% ที่ 2.36 แสนล้านยูโรเหมือนกับที่เคยทำได้ในปี 2561

บริษัทตั้งเป้าปีนี้กำไรเบื้องต้นจากยอดขายอยู่ระหว่าง 6.5-7.5% จาก 7.3% ในปี 2561 เฉพาะไตรมาส 2 กำไรอยู่ที่ 7.9%

อีกทั้งค่าใช้จ่ายเกี่ยวข้องกับการโกงมลพิษ “ดีเซลเกต” ก็ลดลงในช่วง 6 เดือนแรกของปีนี้ มาอยู่ที่ไม่ถึง 1 พันล้านยูโร เมื่อเทียบกับ 1.6 พันล้านยูโรในปี 2561

ตั้งแต่เรื่องนี้แดงขึ้นเมื่อปี 2558 โฟลค์สวาเกนต้องจ่ายเงินสะสางความเสียหายไปแล้วราว 3 หมื่นล้านยูโร