'อนุทิน' เผย 'กัญชา' บรรจุในนโยบายรัฐบาลแล้ว

'อนุทิน' เผย 'กัญชา' บรรจุในนโยบายรัฐบาลแล้ว
12 กรกฎาคม 2562
6,541

"อนุทิน" เผย "กัญชา" บรรจุในนโยบายรัฐบาลแล้ว รอฟังนายกฯ แถลง ประกาศนำ "ยากัญชา" บรรจุเข้าบัญชียาหลักให้ได้ หวังให้สิทธิคนไข้บัตรทอง-ทุกระบบประกันสุขภาพรัฐเข้าถึง


วันนี้(12ก.ค.)นายอนุทิน ชาญวีรกุล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าวในการเป็นประธานเปิดงานสัมมนาเชิงปฏิบัติการ "กัญชาเสรีเพื่อการแพทย์" จัดโดยพรรคภูมิใจไทยว่า เมื่อวันที่ 11 ก.ค. 2562 จากการหารือเกี่ยวกับนโยบายรัฐบาลร่วมกับพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีเพื่อเตรียมแถลงนโยบายรัฐบาลในเร็วๆนี้  ต้องขอขอบคุณท่านนายกฯที่กรุณาบรรจุนโยบายกัญชาเพื่อประโยชน์ในการรักษาโรคและทางการแพทย์เป็นนโยบายรัฐบาลด้วย ขอให้รอฟังจากที่นายกฯ.จะแถลงนโยบายได้ อย่างไรก็ตาม นโยบายของพรรคตั้งแต่แรกเริ่มของการคิดนโยบายกัญชาเสรี มุ่งเน้นประโยชน์เสรีทางการแพทย์และรักษาโรคเท่านั้น ซึ่งในการขับเคลื่อนนโยบายนี้มีเป้าหมาย คือ 1.กัญชาต้องเป็นยารักษาโรคที่ถูกกฎหมาย 2.กัญชาเป็นยารักษาโรคที่ประชาชนเข้าถึงได้ และบรรจุอยู่ในบัญชียาหลักแห่งชาติ เพื่อเป็นยาที่ผู้ป่วยในทุกสิทธิประกันสุขภาพรัฐทั้งหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ(บัตรทอง) ประกันสังคมหรือสวัสดิการข้าราชการสามารุนำมาใช้รักษาได้ และ3.กัญชาเป็นยารักษาโรคที่จะเป็นประโยชน์ต่อคนไทยอย่างเท่าเทียมกัน จะต้องไม่มีการอ้างสิทธิบัตรของใครเหนือพืชกัญชา ด้วยการจดสิทธิบัตรกัญชาสายพันธุ์ต่างๆ หากทำได้สำเร็จทั้ง 3 ข้อนี้ กัญชาจะเป็นพืชเศรษฐกิจให้คนไทยมีรายได้ที่เพิ่มขึ้น มีความมั่นคง แข็งแรง


"ตอนที่พรรคคิดนโยบายนี้คือเอากัญชามารักษาโรค ความเจ็บไข้ของประชาชน เพราะเชื่อว่าสายพันธ์กัญชาที่จะทำได้ดี จะช่วยลดค่าใช้จ่ายในการรักษาลงได้ เพื่อดูแลสุขภาพคนไทย ไม่ใช่ดูแลสุขภาพบริษัทค้ายาที่คว้ากำไรมากมายมหาศาล และขอย้ำว่าพรรคเน้นเรื่องกัญชาเสรีเพื่อประโยชน์การรักษาโรค และการพัฒนาทางการแพทย์ของประเทศเป็นหลัก"นายอนุทินกล่าว

นายอนุทิน ให้สัมภาษณ์ภายหลังเป็นประธานเปิดสัมมนาว่า ในกานขับเคลื่อนเรื่องกัญชาเสรีทางการแพทย์และรักษาโรค ทุกอย่างจะต้องมีขั้นตอนดำเนินการ ซึ่งจากการประสานกับสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด(ป.ป.ส.)ก็ชัดเจน ว่าพ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ (ฉบับที่7) พ.ศ.2562 มีข้อยกเว้นให้สามารถนำมาใช้ประโยชน์ทางการรักษาโรค การวิจัย และการศึกษาค้นคว้าเพื่อพัฒนาในการรักษาโรค เมื่อตนเข้าทำงานที่กระทรวงสาธารณสุข(สธ.)จะดำเนินงานเรื่องนี้อย่างเต็มที่ ซึ่งจากการหารือกับผู้บริหารสธ.ทราบดีว่าเรื่องนี้เป็นนโยบาย และพร้อมให้ความร่วมมือ

ผู้สื่อข่าวถามว่า การขับเคลื่อนให้คนไทยปลูกที่บ้านได้เอง 6 ต้นจะมีแนวทางอย่างไร นายอนุทิน กล่าวว่า จะต้องเป็นการปลูกเพื่อใช้ประโยชน์ทางการแพทย์ รักษาโรคเท่านั้น ก็จะเป็นเหมือนพืชสมุนไพรอื่นๆที่คนไทยสามารถปลูกไว้ใช้ได้ อย่างไรก็ตาม ในเบื้องต้นอาจจะเป็นการขับเคลื่อนผ่านอาสาสมัครประจำหมู่บ้าน(อสม.)ที่มีอยู่ทั่วประเทศราว 1 ล้านคนก่อน โดยจัดอบรมให้มีความรู้อย่างครอบคลุมรอบด้าน และขยายผลถ่ายทอดต่อไปยังประชาชนในการปลูกในบ้าน โดยจะต้องมีความเข้าใจในเรื่องการใช้ประโยขน์ทางการแพทย์และรักษาโรค เกี่ยวกับสรรพคุณต่างๆ และการปราศจากการปนเปื้อนโลหะหนักที่กัญชาจะดูดซับได้ดี ซึ่งอาจจะใช้เวลา 1-2ปี จึงจะดำเนินการได้ทั่วถึง

ผู้สื่อข่าวถามย้ำว่าจะให้อสม.นำร่องในการปลูกกัญชาใช่หรือไม่และจะต้องมีการแก้กฎหมายหรือไม่เพราะอสม.ไม่ใช่วิสาหกิจชุมชนที่กฎหมายอนุญาตให้ปลูกได้ นายอนุทิน กล่าวว่า ใช่ เพราะอสม.ก็ถือเป็นประชาชน ส่วนกฎหมายยืนยันในเรื่องการปลูกกัญชาต้องมีแน่นอน เพราะตอนนี้ยังไม่มี ส่วนที่เป็นประกาศหรือกฎกระทรวงสธ.ต่างๆก็จะต้องมีการพิจารณาให้เกิดประโยขน์มากที่สุด อย่างไรก็ตาม ขณะนี้มีพ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ(ฉบับที่7) พ.ศ.2562 ที่เป็นกฎหมายหลักที่เพิ่งมีผลบังคับใข้ในปีนี้ ซึ่งครอบคลุมในวงกว้างอยู่แล้วอาจไม่จำเป็นต้องแก้ไขอะไร  ส่วนจะดำเนินการนำร่องในอสม.เมื่อไหร่ ต้องรอให้เข้าทำงานที่สธ.เต็มตัวก่อน ซึ่งทุกฝ่ายจะทราบดีว่านี่คือนโยบายที่ผู้ปฏิบัติต้องนำไปดำเนินการ หากติดขัดตรงจุดไหน อย่างไรก็เสนอฝ่ายนโยบายมาเพื่อหารือร่วมกันในการคลายล็อกตรงจุดนั้นได้อย่างไร

ไม่พลาดข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อนกับ LINE @Bangkokbiznews ที่นี่


เพิ่มเพื่อน
แชร์ข่าว :
Tags:

ข่าวที่เกี่ยวข้อง