'AWS EdStart' พลิกโฉมการศึกษาเป็นเรื่องง่าย

'AWS EdStart' พลิกโฉมการศึกษาเป็นเรื่องง่าย
9 กรกฎาคม 2562 | โดย ชนิตา ภระมรทัต
1,462

OpenDurian (เปิด- ดู -เรียน) ก็คือสตาร์ทอัพด้านการศึกษา (EdTech) สัญชาติไทยทีมแรกที่ได้รับการคัดเลือกเข้าสู่โปรแกรม AWS EdStart

ซึ่งเป็นโปรแกรม Accelerator  ระดับโลกของบริษัท อะเมซอน เว็บ เซอร์วิสเซส จำกัด (AWS) บริษัทในเครือ Amazon.com ที่จะทำหน้าที่เป็นเหมือนคันเร่งให้กับสตาร์ทอัพด้านการศึกษาสามารถสร้างธุรกิจได้ง่ายขึ้น รวดเร็วขึ้น

"จุฬา พิทยาภินันท์" ซีอีโอและผู้ร่วมก่อตั้ง OpenDurian มีความเชื่อมั่นว่า  "AWS EdStart"  จะเป็นลมใต้ปีกหนุนให้ OpenDurian ก้าวจาก Zero สู่  Hero ได้อย่างแน่นอน

ด้าน  "วินเซนต์ คัวฮ์" หัวหน้าฝ่ายการศึกษา หน่วยงานด้านการวิจัย ธุรกิจสาธารณะสุข องค์กรที่ไม่แสวงผลกำไร ประจำ AWS ภูมิภาคเอเซียแปซิฟิค และญี่ปุ่น เล่าว่า AWS EdStart เกิดขึ้นเป็นครั้งแรกในสหรัฐอเมริกาเมื่อปีค.ศ. 2017 และขยายมาในประเทศแถบเอเชียในปี 2018

ที่่ผ่านมามีองค์กรธุรกิจทุกขนาด ทุกอุตสาหกรรม และสตาร์ทอัพ  รวมไปถึงสถาบันการศึกษา,หน่วยงานภาครัฐทั่วโลกที่ใช้บริการและโซลูชั่นต่างๆของ AWS จึงทำให้ได้รับรู้ถึงปัญหาในหลายๆมิติ แต่ที่สุดก็มองว่าเรื่องการศึกษาถือเป็นหัวใจสำคัญ หากพลิกโฉมได้จะสามารถสร้างผลกระทบที่ยิ่งใหญ่และนำมาสู่การขับเคลื่อนโปรแกรม AWS EdStart ซึ่งถูกออกแบบเพื่อมอบทรัพยากรที่จำเป็นให้กับ EdTech เพื่อช่วยให้สามารถเริ่มต้นธุรกิจได้อย่างสะดวกและง่ายดาย ด้วยเทคโนโลยีของ AWS 

ในภาพรวมนั้นเขามองว่าธุรกิจด้านการศึกษาทั่วโลกถือว่ามีโอกาส มีดีมานด์ที่ค่อนข้างสูง ในเวลาเดียวกันการแข่งขันในตลาดนี้ก็สูงเป็นเงาตามตัวด้วยเช่นกัน และเมื่อขึ้นชื่อเป็นสตาร์ทอัพก็ย่อมหนีไม่พ้นปัญหาในเรื่องทรัพยากรที่มีอย่างจำกัด ไม่ว่าจะเป็นเงินทุน คน ความรู้ เทคโนโลยี ฯลฯ การเริ่มต้นธุรกิจจึงไม่ใช่เรื่องที่ง่ายเลยสำหรับพวกเขา

สำหรับประโยชน์ที่ EdTech ที่เข้าสู่โปรแกรมนี้จะได้รับมีอยู่ด้วยกัน 3 ด้าน ได้แก่ 1. คอมมูนิตี้ หมายถึง การได้เข้าไปอยู่ในเครือข่ายของ EdTechทั่วโลกได้มีโอกาสพบปะ รู้จักแชร์ถึงไอเดียแนวทางในการหาวิธีเพื่อแก้ปัญหาความซับซ้อนทางการศึกษาที่มีอยู่ร่วมกัน ซึ่งทางAWS จะมีการจัดอีเวนท์ต่างๆ ให้คำแนะนำเกี่ยวกับโอกาสและช่องทางการตลาดใหม่ๆ   2. การสนับสนุนในเชิงเทคนิค ทั้งการให้คำปรึกษา การจัดสัมมนาให้ความรู้ พัฒนาศักยภาพและสร้างการเติบโตได้อย่างรวดเร็ว  และ3. ในเรื่องของการเงิน ซึ่งไม่ใช่ในรูปของเงินสด แต่เป็นคูปองหรือบัตรของขวัญที่สตาร์ทอัพสามารถเอามาแลกบริการและโซลูชั่นต่างๆของ AWS โดยไม่ต้องควักกระเป๋า เป็นต้น

ทั้งนี้ อะเมซอน เว็บ เซอร์วิส  ถือเป็นคลาวด์แพลตฟอร์มที่สมบูรณ์และมีการใช้งานอย่างแพร่หลายทั่วโลก เนื่องจากบริการที่มีมากกว่า 165 รายการของ AWS ทั้งในด้านการประมวลผล สตอเรจ ฐานข้อมูล การเชื่อมต่อเครือข่าย การวิเคราะห์ การใช้งานด้านโรโบติกส์ แมชชีนเลิร์นนิ่ง และปัญญาประดิษฐ์ ( AI) ไปจนถึงอินเตอร์เน็ต ออฟ ธิงส์ (IoT) โมบาย การรักษาความปลอดภัย ระบบไฮบริด เทคโนโลยี VR และ AR ฯลฯ 

อย่างไรก็ดี AWS EdStart ได้ตั้งหลักเกณฑ์พิจารณาไว้ว่า  EdTech ที่จะได้รับโอกาสดีๆต้องมีคุณสมบัติดังต่อไปนี้ 1. ต้องดำเนินธุรกิจมาเป็นเวลา  5 ปี และ2. มีรายได้ต่อปีไม่ต่ำกว่า 10 ล้านดอลลาร์ ในหมายเหตุว่าถ้าสตาร์ทอัพที่มีรายได้มากไปกว่านี้ ก็คงมีกำลังพอที่จะสร้างการเติบโตได้ด้วยตัวเอง

ประการสำคัญต้องมาพร้อมกับแผนธุรกิจที่ดี มีแนวคิดที่น่าสนใจในการนำเอาเทคโนโลยีเข้ามาพลิกโฉมการศึกษาที่เปิดโอกาสให้ผู้คนได้เข้าถึงการศึกษาได้ถูก ได้เร็ว ได้ง่ายมากยิ่งขึ้น ทั้งต้องระบุถึงแผนงาน เป้าหมายให้แน่ชัด โครงการนี้สตาร์ทอัพไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใดๆทั้งสิ้น รวมถึงจะไม่มีการเรียกถือหุ้นอีกด้วย (ดูรายละเอียดเพิ่มที่ AWS EdStart program page)

ฉายภาพกลับมาที่ฝั่งของ OpenDurian ซึ่งก่อตั้งขึ้นโดยกลุ่มอาจารย์ผู้สอนพิเศษและนักพัฒนาซอฟต์แวร์ ที่มีเป้าหมายต้องการสร้างเนื้อหาสำหรับการเตรียมสอบออนไลน์ที่สามารถเข้าถึงได้สำหรับนักเรียนตลอดจนผู้ที่ต้องการการเรียนรู้อย่างต่อเนื่องจากทั่วประเทศ ซึ่งที่ผ่านมานักเรียนจะต้องเข้าเรียนหลักสูตรการเตรียมสอบด้วยตนเองซึ่งบางหลักสูตรมีราคาค่อนข้างแพง  จึงพัฒนา OpenDurian ให้เป็นออนไลน์เลิร์นิ่งแพลตฟอร์มที่สอนวิชาต่าง ๆที่เป็นที่ต้องการ ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มนักเรียน กลุ่มคนทำงานที่เป็นผู้ใหญ่ อาทิ การทดสอบวิชาภาษาอังกฤษ การทดสอบวิชาความถนัดทั่วไป (GAT) การทดสอบความถนัดทางการแพทย์ (Doctor Aptitude Test) วิชาชีววิทยา ตลอดจนวิชาคณิตศาสตร์บนออนไลน์ในราคาที่ไม่แพง

OpenDurian ได้รับการคัดเลือกเข้าร่วมในโครงการ AWS EdStart เมื่อต้นปีที่ผ่านมา และช่วยทำให้สามารถเร่งกระบวนทางความคิดใหม่ๆและทำให้เกิดขึ้นได้จริงภายในเวลาอันรวดเร็ว โดยการใช้ AWS Machine Learning ต่างๆ อาทิ Amazon Transcribe เพื่อการสร้างเครื่องมือในการฟังและการพูด Amazon Rekognition สำหรับการสร้างแบบฝึกหัดที่เกี่ยวกับคำศัพท์ที่ผู้สอนไม่ต้องเสียเวลาไปหาภาพประกอบหรือคิดคำบรรยายภาพเองแค่พิมพ์คำที่ต้องการเข้าไประบบก็จะหาภาพและคำบรรยายมาให้เบ็ดเสร็จ  เป็นต้น

"วิศวกรของเรายังได้เรียนรู้เป็นอย่างมากจาก AWS Solution Architects ในด้านสถาปัตยกรรมคลาวด์ และแนวทางการปฏิบัติที่ดีที่สุด เพื่อที่เราจะได้ออกแบบการทำงานเพื่อความสำเร็จอีกทั้งสามารถมอบประสบการณ์การใช้งานที่ยอดเยี่ยมให้กับผู้ใช้ได้” 

เขามองว่าภาพรวมของตลาดการศึกษาเมืองไทยเติบโตเร็วมากๆ และภาพที่เห็นชัดเจนเวลานี้ก็คือโลกการเรียนย้ายจากออฟไลน์สู่ออนไลน์   ตึกที่เคยที่เคยเปิดสอน ติวเด็กนอกเวลาก็เริ่มร้างเพราะติวเตอร์เกือบทั้งหมดย้ายขึ้นมาอยู่บนออนไลน์  มีหลายปัจจัยที่จะทำให้โลกการศึกษาเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง คือจะทำให้การเรียนไม่อยู่ภายในห้องเรียนอีกต่อไป  หลักๆเป็นเรื่องของเทคโนโลยีที่ก้าวหน้า นอกจากนี้ยังบางเทรนด์ที่ส่งผลกระทบไม่แพ้กัน ตัวอย่างเช่น การที่บริษัทเทคโนโลยีชั้นนำของโลกต่างประกาศว่าจากนี้จะไม่รับพนักงานจาก เกรด ดีกรีการศึกษา แต่จะดูใบประกาศนียบัตรที่แสดงว่าได้ผ่านการศึกษาและได้ปฏิบัติทักษะที่จำเป็นในโลกดิจิทัลมาหรือไม่อย่างไร และดูถึงผลงานที่เคยทำจริงๆในพอร์ต

รวมถึงเทคโนโลยีจะช่วยให้สตาร์ทอัพแข่งขันได้ เติบโตได้ดีและเร็วกว่าคู่แข่ง ซึ่งเขามั่นใจว่า AWS EdStart จะช่วยทำให้ OpenDurian ไปต่อได้แบบก้าวกระโดด (OpenDurian มีแผนจะเรสด์ฟันด์ระดับซีรีส์เอภายในปีหน้าด้วย)

ไม่พลาดข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อนกับ LINE @Bangkokbiznews ที่นี่


เพิ่มเพื่อน
แชร์ข่าว :
Tags:

ข่าวที่เกี่ยวข้อง