รอดูท่าที Fed ในวันพรุ่งนี้

รอดูท่าที Fed ในวันพรุ่งนี้
9 กรกฎาคม 2562 | โดย บล.กรุงศรี
2,309

คาดว่านักลงทุนส่วนหนึ่งอาจจะชะลอการลงทุนเพื่อรอดูท่าทีของประธานเฟดซึ่งจะขึ้นกล่าวแถลงนโยบายในรอบครึ่งปีต่อสภาคองเกรสในวันพรุ่งนี้

ลาดหุ้นวานนี้ : SET Index ปรับตัวลงตามตลาดหุ้นต่างประเทศ นักลงทุนกังวลเฟดชะลอลดอัตราดอกเบี้ยหลังจากตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐพุ่งขึ้นเกินคาดในเดือน มิ.ย. แต่ปิดตลาด SET Index ลดลงเพียง 0.20 จุด (-0.01%) ปิดที่ระดับ 1,731 จุด มูลค่าการซื้อขาย 57,309 ล้านบาท Fund Flow ต่างชาติพลิกเป็นลบ ขายสุทธิทั้ง 3 ตลาด โดยขายสุทธิในตลาดหุ้น 650 ล้านบาท เป็นวันแรกในรอบ 6 วันทำการ Net Short TFEX 8,687 สัญญา และขายสุทธิในตลาดพันธบัตร 8,748 ล้านบาท

แนวโน้มตลาดหุ้นวันนี้ : คงมุมมองเป็นกลางถึงลบ โดยให้กรอบ SET Index ในวันนี้ที่ 1,715 – 1,735 จุด ตามเดิม เนื่องจากตลาดยังไม่มีกลุ่มนำตลาด การ Preview ผลประกอบการกลุ่มธนาคารยังไม่สดใสและนักลงทุนเริ่มกังวลกับภาวะหนี้ NPL ที่สูงขึ้น, กลุ่มธุรกิจน้ำมัน โรงกลั่นและปิโตรฯยังเหนื่อยตามราคาขายผลิตภัณฑ์ที่ลดลงและอาจมี Stock loss กลุ่มสื่อสารน่าจะดีสุดในกลุ่ม Big Cap แต่ราคาปรับขึ้นตอบรับไปบ้างแล้ว นอกจากนี้เราเชื่อว่านักลงทุนจะระมัดระวังการลงทุนมากขึ้นเนื่องจากเริ่มไม่มั่นใจกับทิศทางของ Fund Flow หลังจากค่าเงินดอลลาร์สหรัฐเริ่มแข็งค่าและ Bond yield 10 ปีของสหรัฐเริ่มฟื้นตัว ทั้งนี้ เราคาดว่านักลงทุนส่วนหนึ่งอาจจะชะลอการลงทุนเพื่อรอดูท่าทีของประธานเฟดซึ่งจะขึ้นกล่าวแถลงนโยบายในรอบครึ่งปีต่อสภาคองเกรสในวันพรุ่งนี้ บรรยากาศการลงทุนจะยังคล้ายกับวานนี้คือนักลงทุนจะหมุนกลุ่มเก็งกำไรในหุ้นขนาดกลางถึงเล็ก

กลยุทธ์การลงทุน: Selective Buy

  • กลุ่มที่คาดว่างบ 2Q19 จะเติบโตขึ้น (PTTEP, EA, BGRIM, GPSC, CKP ,CPF, GFPT, TFG, CPALL, MTC, THANI, VGI, PLANB, MINT, VNT, WORK, MAJOR, JMT, PRM)
  • หุ้นปันผลครึ่งปีเด่น (INTUCH, ADVANC, KKP, TCAP, LH, QH)

หุ้นแนะนำวันนี้: EA (ปิด 54.75 ซื้อ/เป้า 63) โดดเด่นในทุกธุรกิจ 1) ธุรกิจโรงไฟฟ้าแสงอาทิตย์และพลังงานลมคาดกำไรสุทธิทำ New high ต่อเนื่อง จากการรับรู้รายได้จากโรงไฟฟ้าพลังงานลมโครงการหนุมานกำลังการผลิตรวม 260MW ซึ่งเริ่ม COD ตั้งแต่ 1Q19 แต่จะรับรู้รายได้เต็มไตรมาสตั้งแต่ 2Q19, 2) ธุรกิจไบโอดีเซลได้อานิสงส์ภาครัฐส่งเสริมการใช้ B10 และ B20 จากเดิม B7 และ 3) ธุรกิจแบตเตอร์รี่ ล่าสุดประกาศจับมือ 4 พันธมิตร คือ เชฟรอน ซีพีออล บริดจสโตน และ โรบินสัน เดินหน้าติดตั้งสถานีอัดประจุไฟฟ้าในพื้นที่ให้บริการ, KKP (ปิด 71.5 ซื้อ/เป้า IAA Consensus 79 บาท) ราคาหุ้นยัง Laggard เมื่อเทียบกับ TISCO ( 2 เดือนที่ผ่านมา KKP +5% แต่ TISCO+12%) ทั้งที่ให้ Dividend yield ใกล้เคียงกันที่ 6-7%ต่อปี ประกอบกับตัวถ่วงของ KKP ใน 1Q19 คือธุรกิจหลักทรัพย์ แต่ปัจจุบันมูลค่าการซื้อขายปรับตัวขึ้นแล้วจึงไม่น่ากังวล อีกทั้งยังมีรายได้จากงาน IB ขนาดใหญ่หลายรายการ ทำให้แนวโน้มกำไรน่าจะ Bottom ไปแล้ว

KSS report วันนี้: SIRI (ปิด 1.53 ซื้อ/เป้า 1.76)

ประเด็นสำคัญวันนี้:

  • (-) World bank ลดคาดการณ์ GDP ของไทยในปีนี้และปีหน้าเหลือโต 3.5% และ 3.6% จากเดิมคาดโต 3.8% และ 3.9% ตามลำดับ: เราไม่ได้วิตกกังวลต่อการปรับลดคาดการณ์ GDP ของ World Bank ในครั้งนี้ เนื่องจากเป็นไปในทิศทางเดียวกับที่เราและตลาดคาดไว้อยู่แล้ว ซึ่งในช่วงต้นเดือนที่ผ่านมาแบงก์กรุงศรีฯได้ลดคาดการณ์ GDP ของไทยในปีนี้สู่ระดับ 3.2% จากเดิม 3.8% ซึ่งต่ำกว่าคาดการณ์ของ World Bank ด้วยซ้ำ โดยเหตุผลที่ปรับลดมาจากการส่งออกที่หดตัว เพราะได้รับผลกระทบจากปัญหาสงครามการค้า, การท่องเที่ยวชะลอตัว และการใช้จ่ายลงทุนของภาครัฐยังน้อยจากการจัดตั้งรัฐบาลที่ล่าช้า
  • (-) มอร์แกน สแตนลีย์ แนะลดน้ำหนักการลงทุนในตลาดหุ้นทั่วโลก มองเศรษฐกิจซบเซาจะหักล้างมาตรการกระตุ้นจากธนาคารกลาง: มอร์แกน สแตนลีย์ เตือนว่าผลประกอบการในไตรมาส 2 จะสร้างความผิดหวังต่อนักลงทุน ซึ่งขณะนี้กำลังมีความเชื่อมั่นมากเกินไปเกี่ยวกับตัวเลขคาดการณ์ผลประกอบการ นอกจากนี้ยังเชื่อว่ามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่ธนาคารกลางทั่วโลกเตรียมประกาศใช้ จะยังไม่เพียงพอที่จะช่วยพยุงเศรษฐกิจได้ ดังนั้นจึงแนะนำให้นักลงทุนลดน้ำหนักการลงทุนในหุ้น แต่ยังคงน้ำหนักการลงทุนในตราสารหนี้โดยเฉพาะในตลาดเกิดใหม่ และให้ถือครองเงินสดให้มากขึ้น
  • (+/-) พรุ่งนี้ติดตามประธานเฟดกล่าวแถลงนโยบายรอบครึ่งปีต่อสภาฯ เพื่อจับสัญญาณการปรับอัตราดอกเบี้ยและนำ QE กลับมาใช้ : การประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงินของสหรัฐในช่วงวันที่ 18-19 มิ.ย.ที่ผ่านมายังไม่มีข้อบ่งชี้ที่ชัดเจนว่าเฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงหรือไม่ และจะนำมาตรการ QE กลับมาใช้เมื่อใด ดังนั้นการขึ้นแถลงนโยบายรอบครึ่งปีต่อสภาผู้แทนฯในวันที่ 10 ก.ค.และวุฒิสภาฯในวันที่ 11 ก.ค.19 จึงเป็นอีกหนึ่งเหตุการณ์ที่นักลงทุนเฝ้าจับตามองเพราะเชื่อว่านายเจอ โรมพาวเวล ประธานเฟดจะใช้เวทีนี้ในการส่งสัญญาณถึงการปรับเปลี่ยนอัตราดอกเบี้ยก็ได้ซึ่งจะมีผลต่อบรรยากาศการลงทุนในตลาดหุ้นทั่วโลกโดยเฉพาะหากส่งสัญญาณลดอัตราดอกเบี้ยเชื่อว่า Momentum ของ Fund Flow ไหลเข้าจะกลับมาเป็นบวกได้อีกครั้ง

ไม่พลาดข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อนกับ LINE @Bangkokbiznews ที่นี่


เพิ่มเพื่อน
แชร์ข่าว :
เอกสารประกอบ:
Tags: