Money Wizard (2 ก.ค.62)

2 กรกฎาคม 2562 | โดย บล.กรุงศรี
1,581

Focus รายตัว

ลาดหุ้นวานนี้: SET Index ปรับตัวขึ้นแรงปิด +10.57 จุด (+0.61%) ที่ระดับ 1,740 จุด มูลค่าการซื้อขาย 6.8 หมื่นล้านบาท ตอบรับเชิงบวกผลการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐและจีนที่มีความคืบหน้ามาก ประกอบกับแรงหนุนราคาน้ำมันดิบที่ดีดตัวขึ้นหลังรัสเซียเผยว่าได้ตกลงกับซาอุฯที่จะขยายเวลาการปรับลดกำลังการผลิตน้ำมันออกไปอีก 6 – 9 เดือน ส่งผลให้มีแรงซื้อในกลุ่ม ENERG, PETRO และ ETRON ทั้งนี้นักลงทุนต่างชาติเป็นฝั่งซื้อสุทธิ 4,698 ล้านบาท และซื้อสุทธิในตลาดพันธบัตร 6,645 ล้านบาท แต่ Net Short TFEX 20,978 สัญญา

แนวโน้มตลาดหุ้นวันนี้: มุมมองเป็นกลางคาด SET Index แกว่งตัว 1,730 – 1,750 จุด โดยแม้ว่าภาวะตลาดจะยังคงได้แรงหนุนจาก Fund Flow ต่างชาติที่ไหลเข้าต่อเนื่อง (Net Buy 5.1 หมื่นลบ. ตั้งแต่เดือนมิ.ย.) จากคาดการณ์ FED ปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงเพื่อรับมือเศรษฐกิจชะลอตัว รวมถึงการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐ-จีนที่มีความคืบหน้าไปมาก อย่างไรก็ตามล่าสุดสหรัฐเตรียมปรับขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจาก EU จำนวน 89 รายการวงเงิน 4 พันล้านดอลลาร์ส่งผลให้ความกังวล Trade war ยังไม่จบไป ประกอบกับแรงขายระยะสั้นตามสัญญาณทางเทคนิค Overbougth ซึ่งเป็นความเสี่ยงที่จะกดดันให้ดัชนีผันผวน

กลยุทธ์การลงทุน: Selective Buy

  • กลุ่มพลังงาน (PTTEP, PTT, TOP, PTTGC) คาดหวังการประชุมกลุ่มในและนอกโอเปกจะขยายเวลาการปรับลดกำลังการผลิตน้ำมัน 2 ล้านบาร์เรล/วันออกไปอีก 6 – 9 เดือน
  • กล่มอิเล็คฯ, ขนส่ง, โลจิสติกส์ และมือถือได้ประโยชน์จากภาวะ Trade war สหรัฐ-จีนที่ผ่อนคลาย (KCE, HANA, PSL, JWD, WICE, SYNEX, COM7)
  • กลุ่มนิคมฯและรับเหมา ได้อานิสงส์ความคืบหน้ารถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน รวมถึงโครงการพัฒนาท่าเรืออุตฯมาบตาพุดระยะที่ 3 (AMATA, WHA ,STEC, SEAFCO, CK)
  • กลุ่ม Domestic Play  (AOT, TTW, CPALL, BEM, BTS, BDMS, EA, BGRIM, TPCH , GPSC)

หุ้นแนะนำวันนี้: THANI (ปิด 7 ซื้อ/เป้า IAA Consensus 7.7 บาท) คาดกำไรสุทธิ 2Q19 ยังโตต่อเนื่องจากยอดสินเชื่อที่ยังขยายตัว อีกทั้งยังมีโอกาสกลับรายการสำรองเข้ามาเป็นกำไรเพิ่มเติมเนื่องจากที่ผ่านมาบริษัทตั้งสำรองไว้เกินกว่าที่เกณฑ์ของแบงก์ชาติกำหนดไว้ ขณะที่ปีหน้าคาดต้นทุนดอกเบี้ยลดลง เพราะมีหุ้นกู้ครบกำหนดรวมกว่า 14,000 ล้านบาท จึงได้ประโยชน์โดยตรงจากทิศทางดอกเบี้ยขาลง, WORK (ปิด 25.25 ซื้อ/เป้า 35 บาท) เป็นทั้งหุ้น Turnaround และหุ้น Value stock โดยผลประกอบการค่อยๆฟื้นตัวจากการเร่งปรับผังรายการใหม่ซึ่งแต่ละรายการกระแสตอบรับค่อนข้างดีโดยเฉพาะรายการ 10 Fight 10 ขณะที่ WORK มี Cash flow ล้นมือเนื่องจากไม่ต้องจ่ายค่าไลเซนต์งวดที่ 5 และ 6 คาดว่า WORK จะนำกระแสเงินสดดังกล่าว มาจ่ายปันผลเพิ่ม หรือซื้อหุ้นคืน หรือจะเข้าซื้อกิจการเพื่อเพิ่มฐานกำไรให้ WORK ในอนาคตก็ได้

KSS report วันนี้: CPALL (ปิด 86 ซื้อ/เป้า 120)LH (ปิด 11.1 ถือ/เป้าใหม่ 11.5 เดิม 11)MAKRO (ปิด 37 ถือ/เป้า 38)

ประเด็นสำคัญวันนี้:          

  • (+/-)เดือน ก.ค. คาด SET Index ยังไปต่อ Fund flow ไหลเข้าและการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ยังเป็นปัจจัยหนุนหลัก กลยุทธ์เน้น Domestic Play ตามเดิม Top pick – ANAN, CK, CPALL, EA และ WORK : SET Index เดือน มิ.ย.เพิ่มขึ้น 6.8% ส่วนพอร์ตลงทุนของเราให้ผลตอบแทนเท่ากับตลาดที่ 6.8% เช่นกัน โดยมี ADVANC ให้ผลตอบแทนสูงสุดของพอร์ตที่ 13% แนวโน้มเดือน ก.ค. คาด SET Index จะยังปรับตัวขึ้นต่อเพื่อทดสอบแนวต้านที่ระดับ 1,765-1,800 จุด แม้ว่าในช่วง 1-2 สัปดาห์แรกอาจเผชิญความผันผวนจากแรงขายทำกำไรหลังจากที่ดัชนีปรับตัวขึ้นอย่างร้อนแรงในเดือนที่ผ่านมา อย่างไรก็ตามเรายังมั่นใจว่า Fund flow ต่างชาติที่ไหลเข้าอย่างต่อเนื่อง และการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ของไทยจะยังเป็นปัจจัยบวกสำคัญหนุนให้ดัชนีในเดือน ก.ค.ยังปรับตัวขึ้นต่อ เบื้องต้นเราให้กรอบ SET Index เดือน ก.ค.ที่ระดับ 1,715 -1,800 จุด กลยุทธ์ยังเป็น Selective buy และเน้นกลุ่ม Domestic play ที่ได้อานิสงส์จากการเร่งออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ Top pick เดือน ก.ค. ANAN, CK, CPALL, EA และ WORK
  • (-) Trade war สหรัฐเปลี่ยนคู่ชก ล่าสุดเตรียมขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจากยุโรปแต่ไม่น่ากังวลเนื่องจากมูลค่าต่ำเพียง 4 พันล้านเหรียญฯ : หลังจากที่สหรัฐและจีนได้ตกลงสงบศึกทางการค้าระหว่างกันชั่วคราว แต่เหมือนสงครามการค้าของโลกยังไม่จบ เนื่องจากล่าสำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐ (USTR) ได้เสนอให้มีการปรับขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจากสหภาพยุโรป (EU) จำนวน 89 รายการ คิดเป็นมูลค่า 4 พันล้านดอลลาร์ เพื่อตอบโต้ที่ EU กล่าวหาสหรัฐว่าให้เงินอุดหนุนอุตสาหกรรมผลิตเครื่องบิน อย่างไรก็ตามเราไม่ได้กังวลต่อข่าวดังกล่าวมากนักเนื่องจากมูลค่าในการเรียกเก็บภาษีค่อนข้างน้อย และสินค้าส่วนใหญ่เป็นกลุ่มสินค้าอาหารซึ่ง supply chain ไม่ได้ใหญ่มากเหมือนกลุ่มอิเล็กฯและยานยนต์
  • (+/-) วันนี้ติดตามการประชุมร่วมระหว่าง OPEC กับ รัสเซีย (Non OPEC) ว่าจะขยายเวลาลดกำลังการผลิตออกไปอีก 6 หรือ 9 เดือน : วานนี้ที่ประชุมกลุ่มผู้ผลิตน้ำมันดิบ (OPEC) มีมติขยายเวลาการปรับลดกำลังการผลิตจำนวน 1.2 ล้านบาร์เรลต่อวันออกไปอีก 9 เดือน เพื่อพยุงราคาน้ำมันดิบให้ทรงตัวในระดับสูงในภาวะที่เศรษฐกิจโลกยังถดถอยซึ่งถือเป็น Sentiment บวกต่อทิศทางของราคาน้ำมันดิบในครึ่งปีหลัง อย่างไรก็ตามข้อสรุปดังกล่าวจะต้องได้รับอนุมัติจากกลุ่ม Non OPEC โดยเฉพาะรัสเซียด้วย ซึ่งทั้ง 2 กลุ่มจะมีการหารือกันอีกครั้งในวันนี้

 


แชร์ข่าว :
เพิ่มเพื่อน
Tags: