'ศรีสุวรรณ' เดินหน้าเอาผิด 'ธนาธร' ให้อนค.กู้110-250ล้าน หากผิดติดคุก

'ศรีสุวรรณ' เดินหน้าเอาผิด 'ธนาธร' ให้อนค.กู้110-250ล้าน หากผิดติดคุก
11 มิถุนายน 2562
2,462

ชี้ "ธนาธร" ให้พรรคอนาคตใหม่กู้เงิน 110-250 ล้าน "ศรีสุวรรณ" เชื่อส่อผิดพ.ร.ป.พรรคการเมือง หากกกต.วินิจฉัยมีความผิด อาจโดนโทษปรับ-จำคุก-ตัดสิทธิเลือกตั้ง ถูกยึดเงินเข้ากองทุนพัฒนาการเมือง มั่นใจประจักษ์พยานชัด พร้อมแนะกกต.เรียกสอบบัญชีรับ-จ่าย อนค.

สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) -11 มิ.ย.62 เวลา 11.30 น. นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย เปิดเผยภายหลังเข้าให้ถ้อยคำต่อคณะกรรมการสืบสวนและไต่สวนของกกต.กรณีที่สมาคมฯร้องเรียนให้ตรวจสอบนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ที่ให้พรรคกู้ยืมเงินจำนวน 110 -250 ล้านบาท อันส่อที่จะขัดต่อพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ(พ.ร.ป.)ว่าด้วยพรรคการเมือง ว่า การเข้าให้ถ้อยคำของตนได้ยืนยันว่าการให้เงินกู้ของนายธนาธร และการรับเงินกู้ของพรรคอนาคตใหม่เป็นการกระทำที่อาจไม่ชอบด้วยพ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมืองปี 2560 มาตรา 62 ประกอบมาตรา 66 ที่ระบุว่าบุคคลจะบริจาคหรือให้ประโยชน์อื่นใดกับพรรคการเมืองเกิน 10 ล้านบาทไม่ได้ ดังนั้นการให้กู้ยืมเงินในระดับ 110-250 ล้านบาท น่าจะขัดต่อกฎหมาย หากกกต.รับเรื่องไว้วินิจฉัยว่าเป็นไปตามคำร้องของสมาคมฯนายธนาธร และพรรคอนาคตใหม่ ก็อาจจะมีความผิด โดยนายธนาธร อาจมีโทษปรับไม่เกิน 1 แสน บาทและโทษจำคุก รวมทั้งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง 10 ปี ส่วนกรรมการบริหารพรรคอาจจะถูกถอดถอนยกชุด สำหรับวงเงินที่เกิน 10 ล้านบาทจะต้องตกเป็นของกองทุนพัฒนาพรรคการเมืองต่อไป

“วันนี้กกต.พยายามซักถามผมว่าจะกล่าวหาใครอย่างไร ผมยืนยันว่าขอกล่าวหานายธนาธร และพรรคอนาคตใหม่ในฐานะผู้รับเงินกู้ ซึ่งเป็นหลักสำคัญในการให้ถ้อยคำ ส่วนหลักฐานมีเพียงข้อมูลจากการรายงานข่าวของสื่อมวลชน รวมทั้งคำบรรยายของนายธนาธร ที่ได้พูดกับสมาคมผู้สื่อข่าวต่างประเทศ ซึ่งเป็นประจักษ์พยาน นอกจากนี้ยังชี้ช่องให้กกต.เสาะแสวงหาพยานหลักฐานอื่น เช่น บัญชีรับ-จ่ายของพรรคการเมือง ซึ่งจะต้องประกาศให้สาธารณชนรับทราบ และส่งรายงานมายังกกต.ภายใน 90 วันหลังการเลือกตั้ง ซึ่งจะครบกำหนดในวันที่ 22 หรือ 23 มิ.ย.นี้ เพื่อพิสูจน์ว่าการได้เงินและการใช้จ่ายเงินของพรรคอนาคตเป็นไปตามที่พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมืองกำหนดไว้หรือไม่ ยืนยันว่าเอกสารที่มายื่นให้กับกกต.ครบถ้วนสมบูรณ์แล้ว”

เมื่อถามว่าใครจะเป็นผู้ชี้ขาดในประเด็นข้อกฎหมายว่าพรรคการเมืองสามารถกู้ยืมเงินได้หรือไม่ นายศรีสุวรรณ กล่าวว่าเมื่อเปรียบเทียบ พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมืองฉบับปี 2550 และ 2560 แล้วจะเห็นชัดว่า ฉบับปี 2550 กำหนดไว้ในข้อสุดท้ายว่ารายได้ของพรรคการเมืองจะมาจากรายได้อื่นๆ ซึ่งเป็นการกำหนดแบบปลายเปิด สามารถไปกู้ยืมหรือนำเงินมาจากแหล่งใดก็ได้ แต่ฉบับปี 2560 กำหนดไว้ชัดว่าไม่มีคำว่ารายได้อื่นๆ ซึ่งพ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมืองเป็นกฎหมายมหาชน เมื่อกฎหมายกำหนดไว้อย่างไรก็ต้องปฏิบัติตามนั้น จะกระทำนอกเหนือจากที่กฎหมายกำหนดไม่ได้ ถ้าทำถือว่ามีความผิด แตกต่างจากกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ซึ่งเป็นกฎหมายเอกชน ซึ่งอะไรที่กฎหมายไม่ได้กำหนดไว้สามารถกระทำได้

นายศรีสุวรรณ กล่าวถึงกรณีการต่อรองตำแหน่งรัฐมนตรีที่ยังไม่ลงตัว ว่า เป็นเรื่องที่แปลกประหลาด และเชื่อว่าประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งคงรับไม่ได้ ที่การแต่งตั้งคณะรัฐมนตรียังไม่มีข้อยุติและมีข้อถกเถียงมากมายถึงการแย่งตำแหน่ง นักการเมืองเวลาไปหาเสียงกับประชาชนก็มักจะยืนยันว่าจะทำทุกอย่าง และใช้อำนาจตามกฎหมาย เพื่อประโยชน์ของประชาชน แก้ไขปัญหาปากท้องและลดปัญหาความเหลื่อมล้ำ รวมถึงปัญหาเศรษฐกิจ แต่พอได้เป็น ส.ส. การแต่งตั้งรัฐมนตรีกลับเป็นไปอย่างล่าช้า มีการแก่งแย่งชิงดีชิงเด่น โดยไม่คำนึงถึงปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนที่จำเป็นต้องมีผู้บริหารราชการแผ่นดินเข้ามาทำหน้าที่อย่างเร่งด่วน เข้าใจว่าส.ส.และนักการเมืองเหล่านี้คงมองข้ามประชาชนไปแล้วหลังได้ประโยชน์จากการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 24 มี.ค.ที่ผ่านมา

ไม่พลาดข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อนกับ LINE @Bangkokbiznews ที่นี่


เพิ่มเพื่อน
แชร์ข่าว :
Tags:

ข่าวที่เกี่ยวข้อง