สศช.แถลงภาวะสังคมไตรมาส 1/62 พบการจ้างงานเพิ่มขึ้น 0.9%

สศช.แถลงภาวะสังคมไตรมาส 1/62 พบการจ้างงานเพิ่มขึ้น 0.9%
6 มิถุนายน 2562
1,786

สศช.แถลงภาวะสังคมไตรมาส 1/62 พบการจ้างงานเพิ่มขึ้น 0.9% ตลาดแรงงานใกล้ตรึงตัว เตือนระวังสงครามการค้ากระทบการท่องเที่ยวและการจ้างงานในไทย ขณะที่หนี้ครัวเรือนเพิ่มขึ้นอีก 6% สู่ระดับ 78.6% จากสินเชื่อเพื่อบริโภคของธนาคารพาณิชย์ที่ปรับเพิ่มขึ้นสูงสุดรอบ

นายทศพร ศิริสัมพันธ์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) แถลภาวะสังคมไทยไตรมาส 1 ปี 2562 ว่าในไตรมาสแรกของปีนี้ประเทศไทยมีการจ้างงานเพิ่มขึ้น 0.9% โดยเป็นการจ้างงานที่เพิ่มขึ้นในสาขาการเกษตร 3.2% ภาคการก่อสร้างเพิ่มขึ้น 10.5% การจ้างงานในภาคอุตสาหกรรมเพิ่มขึ้น 1% ขณะที่สาขาโรงแรมและภัตตาคารลดลง 0.2% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา ทั้งนี้การว่างงานในภาพรวมทรงตัวที่ 0.9% หรือคิดจำนวนผู้ว่างงานประมาณ 3.5 แสนคนซึ่งถือว่าการว่างงานอยู่ในระดับที่ต่ำต่อเนื่อง และตลาดแรงงานเริ่มตึงตัวมากขึ้นจากจำนวนผู้สมัครงานใกล้เคียงกับจำนวนตำแหน่งงานคิดเป็น 0.98 เท่าลดลงจากระดับ 1.35 เท่าจากปีก่อน


อย่างไรก็ตาม สศช.ได้แนะนำให้รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องติดตามสถานการณ์ที่จะกระทบต่อการจ้างงานในช่วงที่เหลือของปีโดยเฉพาะสถานการณ์ภัยแล้งที่จะกระทบการจ้างงานภาคเกษตร และสถานการณ์สงครามการค้าที่ยืดเยื้ออาจกระทบภาคท่องเที่ยวในไทยส่งผลต่อการจ้างงานในไทยได้เพราะนักท่องเที่ยวจีน-สหรัฐฯที่มาไทยรวมกันเป็น 30% ของนักท่องเที่ยวรวม นอกจากนี้แรงงานในส่วนนี้ยังมีการจ้างงานในลักษณะสัญญาระยะสั้นหรือรับค่าจ้างรายวันที่อาจได้รับผลกระทบได้ง่ายหากเกิดผลกระทบต่อภาคการท่องเที่ยว


สำหรับสถานการณ์หนี้ครัวเรือนของไทย สศช.รายงานว่าข้อมูลในไตรมาส 4/2561หนี้ครัวเรือนของไทยเท่ากับ 12.8 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 6% คิดเป็น 78.6% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) โดยแนวโน้มไตรมาส1/2562 ยังจะเพิ่มขึ้นต่อเนื่องโดยพิจารณาจากยอดคงค้างสินเชื่อเพื่อการอุปโภคส่วนบุคคลของธนาคารพาณิชย์ที่เพิ่มขึ้น10.1% สูงสุดรอบ 5 ปี นับตั้งแต่ไตรมาส 2/2557 เนื่องจากคนเร่งก่อหนี้ก่อนบังคับใช้มาตรการกำกับดูแลสินเชื่อที่อยู่อาศัยใหม่ (LTV) ที่มีผลบังคับใช้เมื่อ 1 เม.ย.2562 และความต้องการรถยนต์ที่เพิ่มสูงขึ้นในการออกรถยนต์รุ่นใหม่ทำให้สินเชื่อรถยนต์เพิ่มขึ้น



แชร์ข่าว :
เพิ่มเพื่อน
Tags:

ข่าวที่เกี่ยวข้อง