'จุรินทร์' ขอรวมซูเปอร์ฮีโร่พรรค ทำทีม Avenger ประชาธิปัตย์

'จุรินทร์' ขอรวมซูเปอร์ฮีโร่พรรค ทำทีม Avenger ประชาธิปัตย์
15 พฤษภาคม 2562
10,109

ศึกชิงหัวหน้าพรรคปชป.คนใหม่ "จุรินทร์" ขอรวมซูเปอร์ฮีโร่พรรค ทำทีม Avenger ประชาธิปัตย์ "พีระพันธุ์-กรณ์-อภิรักษ์" ชูจุดยืนเปลี่ยนบริหารจัดการพรรค สร้างโอกาสกลับชนะเลือกตั้ง ทางเลือกประชาชน บ่ายลุ้นผลใครคุมบังเหียนคนใหม่

ที่โรงแรงมิราเคิล แกรนด์ หลักสี่ "พรรคประชาธิปัตย์" จัดประชุมใหญ่วิสามัญปี 2562 เพื่อลงคะแนนเสียงเลือกตั้งหัวหน้าพรรคคนใหม่และกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่รวมทั้งวาระในการรับรอง รายงานการประชุมสามัญ เมื่อวันที่ 24 เม.ย.2561 โดยการเลือกตั้งคณะกรรมการบริหารชุดใหม่เริ่มต้นเมื่อเวลา 10.30 น. ด้วยการเปิดให้ผู้สมัครเลือกตั้งหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ทั้ง 4 คน ประกอบด้วย นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ , นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค , นายกรณ์ จาติกวณิช , นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน ได้แสดงวิสัยทัศน์คนละ 15 นาทีต่อที่ประชุมด้วย ซึ่งสมาชิกเข้าร่วมประชุมทั้งสิ้น 275 คน จากสมาชิกผู้มีสิทธิลงคะแนนทั้งหมด 309 คน ซึ่งการจัดให้แสดงวิสัยทัศน์นั้นทางพระได้มีการจับหมายเลขเรียงลำดับด้วยเพื่อให้เกิดความเสมอภาคสำหรับผู้สมัครทั้ง 4 คนซึ่งมีความแตกต่างกัน

นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน ได้ขึ้นกล่าวแสดงวิสัยทัศน์ต่อที่ประชุมเป็นคนแรก ระบุว่า ก้าวแรกที่ตนเข้ามาสมัครสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ เมื่อ 27 ปีที่แล้ว เพราะเชื่อมั่นในการทำงานของพรรคที่ยึดมั่นอุดมการณ์ความซื่อสัตย์สุจริต แม้ขณะนั้นตนจะทำงานอยู่ในภาคเอกชนแต่เมื่อมีโอกาสได้เข้ามาทำงานร่วมกับพรรคทั้งในคณะทำงานยุทธศาสตร์และปฏิบัติการ กระทั่งปี 2547 ตนจึงได้มีโอกาสลงรับสมัครเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม ในนามของพรรค

โดยวันนี้ที่ตัดสินใจมาลงสมัครเลือกตั้งหัวหน้าพรรค ก็เพราะผลการเลือกตั้งพรรคประชาธิปัตย์ครั้งนี้ ถือเป็นจุดเปลี่ยนของพรรค ซึ่งแฟนพันธุ์แท้ 3.9 ล้านเสียงต้องการเห็นพรรคประชาธิปัตย์ยืนอยู่บนเวทีการเมืองการเลือกตั้งของไทยมีความหวังเห็นอยากจะความเปลี่ยนแปลงของบ้านเมือง แต่การเลือกตั้งครั้งนี้กลับได้จำนวน ส.ส.ลดลง แต่หากเรามองวิกฤตครั้งนี้เป็นโอกาส ว่าอะไรเป็นเหตุผลที่ประชาชนให้ความไว้วางใจในการเลือก ส.ส. ประชาธิปัตย์ทั้งระบบเขตและระบบบัญชีรายชื่อกับการเลือกตั้งครั้งล่าสุดนี้ ได้จำนวน ส.ส.น้อยลงเป็นจำนวนมาก จึงทำให้ตนตัดสินใจเข้ามาลงสมัครเลือกหัวหน้าพรรคคนใหม่ เพื่อจะรวมพลัง พรรคประชาธิปัตย์ทุกคน โดยตั้งใจร่วมทำงานกับพี่น้องทั้งที่เป็น ส.ส.ในสภา และกลุ่มผู้สมัคร ส.ส.จำนวนมากถึง 100 คนที่ไม่ได้เลือกตั้ง

ตนก็จะใช้เวลาทั้งหมดนี้ทำงานร่วมกับพรรค , ส.ส. และสาขาพรรคปรับปรุงเปลี่ยนแปลงให้ พรรคประชาธิปัตย์ร่วมสมัย เข้าใจความเปลี่ยนแปลงกับโลกยุคสมัยใหม่ และที่หลายคน เป็นห่วงว่าการเลือกตั้งครั้งนี้จะก่อให้เกิดความแตกแยก หรือทำให้พรรคประชาธิปัตย์ก้าวต่อไปข้างหน้าไม่ได้นั้น วันนี้ตนขอเรียนว่า ตนพร้อมทำงานแม้จะไม่ได้เป็น ส.ส. โดยพร้อมที่จะเปิดใจรับฟังความคิดเห็นที่แตกต่าง

และตนก็จะขอตอบกับสิ่งที่มีคนเคยถามว่า 3 สิ่งที่ตนจะทำกับประชาธิปัตย์เมื่อได้เป็นหัวหน้าพรรค ก็คือ 1.ความร่วมแรงร่วมใจโดยต้องมั่นใจได้ว่าหัวหน้าพรรค จะรับฟังความคิดเห็นของทุกคนแม้ว่าจะเป็นความเห็นที่แตกต่าง หรือเป็นความเห็นที่หลายคนอาจจะไม่สบายใจแต่เราจะดึงพลังของทุกคนมาร่วมทำงานกันเหมือนเมื่อครั้งที่ตนเคยลงสมัครผู้ว่าฯ กทม โดยไม่มีการแบ่งแยกผู้ชาย-ผู้หญิง ไม่แบ่งแยกว่าเป็นใครมาจากไหน เหมือนที่เคยร่วมกันรณรงค์ให้ตนในการลงสมัครผู้ว่าฯ กทม 2.เรื่องสำคัญ ก็คืออยากเห็นการเปลี่ยน โดยจะเปลี่ยนแปลง การบริหารจัดการเทคโนโลยีสมัยใหม่ มาเก็บข้อมูลและวิเคราะห์ข้อมูล และใช้สื่อสานกับสื่อสังคมออนไลน์ แต่จะยึดมั่นควบคู่กับอุดมการณ์ของพรรคประชาธิปัตย์เหมือนเมื่อ 27 ปีที่แล้วที่ตนเข้ามาทำงานกับพรรคครั้งแรกเพราะเชื่อมั่นในพรรคประชาธิปัตย์ 3. อยากให้การทำงานเปิดกว้างเชื่อมโยงกับสมาชิกและสาขาพรรค ทำงานให้กับองค์กรในท้องที่ รวมทั้งเปิดโอกาสให้เครือข่ายเยาวชนคนรุ่นใหม่ซึ่งพรรคประชาธิปัตย์เป็นพรรคที่ริเริ่มให้มียุวประชาธิปัตย์ โดยสิ่งที่เราต้องการเปลี่ยนนั้นเพื่อตอบโจทย์ความต้องการของประชาชนยุคใหม่ ไม่ใช่เรื่องของการเปลี่ยนหัวหน้าพรรค

"สิ่งที่ผมเชื่อว่าพี่น้องประชาธิปัตย์อยากเห็น ก็คือต้องการเห็นพรรคประชาธิปัตย์กลับมาชนะการเลือกตั้ง เหมือนความรู้สึกของผมที่เคยลงสมัคร ผู้ว่าฯกทม โดยทุกคนมีเป้าหมายร่วมแรงร่วมใจกันในการทำงาน หากเราเข้าใจโลกยุคใหม่และมีนโยบายที่โดนใจรู้ว่าเขาต้องการอะไร ผมเชื่อว่าพรรคประชาธิปัตย์ จะได้กลับมา เหมือนที่พรรคประชาธิปัตย์เคยได้ส.ส.กทม.ในปี 2550 ถึง 27 คน ต่อไปเราจะทำให้พรรคประชาธิปัตย์เป็นพรรคของคนไทยทั้งประเทศ และผลักดันให้ประเทศไทยก้าวไปข้างหน้าได้" นายอภิรักษ์ กล่าว พร้อมทิ้งท้ายในการแสดงวิสัยทัศน์ด้วย ถ้าเลือกอภิรักษ์ ก็จะเปลี่ยน

ขณะที่ นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ ที่ขึ้นกล่าวแสดงวิสัยทัศน์เป็นลำดับที่ 2 ระบุว่า ตนได้ร่วมอุดมการณ์กับพรรคประชาธิปัตย์ มาถึง 33 ปีนับจากที่ได้เป็น ส.ส.เมื่อปี 2529 ซึ่งตนก็เคยเป็นยุวประชาธิปัตย์เมื่อครั้งกำลังศึกษาอยู่ระดับมหาวิทยาลัย และตนได้เป็นรัฐมนตรีครั้งแรกปี 2536 ในทีมเศรษฐกิจของรัฐบาลนายชวน หลีกภัย ได้เป็น รมช.พาณิชย์ แต่เพียง 2 ปีเมื่อเกิดปัญหา สปก.เกษตร ตนจึงได้รับมอบหมายให้มาช่วยแก้ปัญหาจึงย้ายไปเป็น รมช.เกษตรในรัฐบาลชวน 1 และมาเป็นรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีดูแลเรื่องการท่องเที่ยวอีกครั้งในรัฐบาลชวน 2 รวมทั้งยังเป็นรัฐมนตรีที่ได้รับการดูแลดูแลปปง. และเรื่องการคุ้มครองผู้บริโภค

รวมทั้งยังเคยผ่านรัฐบาลวิกฤตปริ่มน้ำมาแล้ว ขณะที่ตนก็เคยเป็นทั้งประธานวิปรัฐบาล 1 ครั้ง และประธานวิปฝ่ายค้าน 2 ครั้ง ได้สรุปการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล มารวม 2 ครั้ง และเป็นรองหัวหน้าพรรค มาตั้งแต่ปี 2546 โดยที่ตนเล่าความมายืดยาวมานี้ ไม่ได้จะบอกว่าตนเก่งหรือตนดี แต่กำลังจะบอกว่าตนมีวันนี้เพราะตนได้มีโอกาส ซึ่งโอกาสเป็นสิ่งที่มีคุณค่ากับตนและพวกเราทุกคน ครั้งนี้ถ้าตนได้รับโอกาสเป็นหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ตนก็จะหยิบยื่นสิ่งเหล่านี้ให้กับทุกคนที่ตั้งใจทำงานอย่างทุ่มเทและเสียสละเพื่อพรรคประชาธิปัตย์ของเราด้วยโดยไม่จำเป็นว่าจะต้องอยู่ฝ่ายไหน หรือไปเป็นเด็กของใคร สิ่งนี้จะเป็นคำมั่นสัญญาของตนอย่างหนึ่งกับทุกคนในเบื้องต้นวันนี้ วันนี้ถึงเวลาที่พรรคประชาธิปัตย์ต้องเปลี่ยนแล้ว แต่ต้องเปลี่ยนอยากมีวุฒิภาวะ จะเปลี่ยนในสิ่งที่ควรเปลี่ยน สิ่งที่ควรเก็บก็เก็บไว้ โดยอุดมการณ์ต้องไม่เปลี่ยน คืออุดมการณ์ยืนหยัดต่อประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และความตั้งใจการทำงานเพื่อประชาชนด้วยความซื่อสัตย์สุจริตก็ต้องไม่เปลี่ยน ซึ่งพรรคประชาธิปัตย์เคยมีหัวหน้าพรรคมาแล้ว 7 คน ดังนั้นหัวหน้าพรรคคนที่ 8 ก็ไม่มีสิทธิ์ที่จะเปลี่ยนอุดมการณ์และความซื่อสัตย์สุจริตในข้อนั้น ส่วนเรื่องนโยบาย-วิสัยทัศน์ จะต้องเปลี่ยนเพื่อให้ทันกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป และรองรับการเปลี่ยนแปลงอย่างฉับพลันที่เกิดขึ้นทั้งทางเศรษฐกิจและการเมือง โดยสิ่งที่ต้องเปลี่ยนอีกอย่างหนึ่งก็คือระบบการบริหารจัดการ ระบบ Big Data ระบบ AI จะต้องนำมาใช้เพื่อเก็บวิเคราะห์และสังเคราะห์ข้อมูลเพื่อให้เดินหน้าไปสู่ความทันสมัยทันยุคและบุคลากรทีมงานก็ต้องเปลี่ยน

"หมดยุค Superman แล้ว ยุคต่อไปจะเป็นยุคของ Avenger ซูเปอร์ฮีโร่ของพรรคประชาธิปัตย์ต้องมาร่วมมือกันเป็น Avengers ประชาธิปัตย์ ทั้งนายอภิรักษ์ , นายกรณ์ , นายพีระพันธุ์ เพื่อนำพรรคต่อไป และประชาธิปัตย์ต้องมีความเป็นเอกภาพภายใต้ความร่วมมือร่วมใจของเราทุกคน" นายจุรินทร์ กล่าวและว่า ขอยืนยันให้ความมั่นใจกับทุกคนว่า การให้โอกาสกับตนวันนี้ เป็นการให้โอกาสกับพรรคประชาธิปัตย์ ที้ตนพร้อมจะจับมือ ร่วมแรงร่วมใจกับทุกคนซึ่งมุ่งมั่นตั้งใจทุ่มเท เพื่อพัฒนาพรรคประชาธิปัตย์ก้าวไปสู่ความเป็นหนึ่ง โดยจะรวมกันเป็นหนึ่งและพาให้พรรคประชาธิปัตย์ไปเป็นที่หนึ่งในหัวใจของพี่น้องประชาชนต่อไป

นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ได้แสดงวิสัยทัศน์ เป็นลำดับที่ 3 ระบุว่า ตนจะทำให้พรรคประชาธิปัตย์กลับมาเป็นที่หนึ่งในใจประชาชนอีกครั้ง จะนำบทเรียนที่ผ่านมาเพื่อให้เราก้าวต่อไป ทำให้พรรคประชาธิปัตย์เป็นพรรคหลักของประเทศ สิ่งที่เราต้องทำและให้ประชาชนรู้สึกได้ คือพรรคประชาธิปัตย์เป็นพรรคที่พึ่งได้ โดยจะต้องปรับปรุงเรื่องการบริหารจัดการพรรค ซึ่งที่ผ่านมาไม่ใช่ว่าไม่ดีแต่พรรคประชาธิปัตย์ มีอายุมาถึง 73 ปีผ่านเหตุการณ์ร้อนหนาว มามากมายแต่รูปแบบการบริหารจัดการพรรคยังไม่เปลี่ยนแปลงเลย เรายังคงใช้การบริหารแบบหัวหน้าพรรค , เลขาธิการพรรค , กรรมการบริหารพรรค ทั้งที่เรามีเพื่อนสมาชิกทั้ง ส.ส. และ อดีตส.ส.รวมทั้งคนที่ไม่มีตำแหน่งทางการเมือง ที่มีความรู้ความสามารถในการที่จะทำงานให้กับประเทศชาติบ้านเมืองเยอะมาก

ดังนั้นสิ่งที่ต้องปรับปรุงคือการเปิดโอกาสให้คนที่มีความสามารถต่างๆได้เข้ามาทำงานด้วย แน่นอนว่าเรารักและห่วงพรรค แต่ผู้บริหารพรรคต้องไม่รวมอำนาจไว้เพียงแค่จุดเดียว ต้องคำนึงถึงประโยชน์ที่จะเปิดโอกาสคนที่มีความสามารถมาร่วมทำงาน ให้ทุกคนได้เป็นเจ้าของพรรคอย่างแท้จริง เพื่อใช้อำนาจและบทบาททางการเมืองค้ำจุนประเทศชาติ ครั้งนี้ที่ตนตัดสินใจมาลงสมัครหัวหน้าพรรคก็เพราะอยากจะนำแนวคิดมาช่วยเปิดโอกาสให้กับเพื่อนๆ ในสมาชิกพรรค มาร่วมเดินพร้อมกันกับผู้บริหารพรรคที่จะเดินไปข้างหน้าด้วยกัน การฟื้นฟูพรรคให้เดินไปข้างหน้า เราจะใหญ่เสมอหน้าเท่าเทียมกันทุกคน โดยตนจะอยู่กับพรรค จะดูแลพรรค และจะพาสมาชิกกลับมาทำงานเป็น ส.ส.ให้ได้

นายกรณ์ จาติกวณิช ซึ่งได้กล่าวแสดงวิสัยทัศน์เป็นคนสุดท้าย กล่าวว่า 1 เดือนที่ผ่านมาเป็นความเข้มข้นของตนได้มีโอกาสรับความรับฟังความในใจของเพื่อนสมาชิกและสัมผัสถึงความรักของเพื่อนสมาชิกที่มีต่อพรรคประชาธิปัตย์ ตนได้รับฟังถึงความตั้งใจที่สมาชิกทำให้กับประชาชน และเราต้องทำให้พรรคประชาธิปัตย์กลับมาชนะเลือกตั้ง กลับมาเป็นพรรคทางเลือกของประชาชน ซึ่งเราจำเป็นต้องทำงานหนักโดยที่หลีกเลี่ยงไม่ได้และร่วมกันทำงาน ที่ผ่านมาเราอาจไม่ต้องเริ่มใหม่จากศูนย์เพราะพรรคเคยผ่านสถานการณ์ต่างๆ มาถึง 70 ปี มีประวัติในการกอบกู้วิกฤตเศรษฐกิจของประเทศมาหลายครั้งหลายคราว และได้สร้างนวัตกรรมทางนโยบายต่างๆ ที่ประชาชนยังได้ประโยชน์อยู่และทุกครั้งในการเลือกตั้งพรรคการเมืองก็ยังเสนอนโยบายที่จะสานต่อนโยบายที่เราเคยทำไว้ เช่น นโยบายการดูแลผู้สูงอายุ , การแก้ปัญหาหนี้สิน , การเพิ่มรายได้ , การเรียนฟรี ซึ่งเหล่านี้คือทุนเดิมของเราที่ทำให้เราสามารถสร้างความเข้มแข็งได้โดยที่ไม่ต้องเริ่มจากศูนย์ แต่ที่ผ่านมานี้หลักฐานชัดเจนว่าเราไม่อาจอาศัยทุนเก่านั้นได้ ดังนั้นเราจึงต้องมีความกล้าที่จะเดินไปข้างหน้าด้วยความชัดเจน ซึ่งนอกจากจะต้องทำงานหนักแล้ว ในทุกความคิด ในทุกคำพูด ในทุกการกระทำของพรรค เราต้องมีความชัดเจนที่ประชาชนจะต้องสัมผัสได้ว่าทุกการกระทำนั้นเดินไปสู่เป้าหมายอะไร เลือกพรรคประชาธิปัตย์แล้วได้อะไร

สำหรับตนเป้าหมายชัดเจนมาก คือ 1.ต้องทำให้ประชาชนอยู่ดีกินดี ทำให้ประชาชนคนไทยทุกคนมีโอกาสที่จะมีความก้าวหน้าในชีวิต 2. ประเทศของเราต้องพัฒนา ต้องทันสมัยและแข่งขันกับต่างประเทศได้ 3.ในทุกคำพูด ทุกการกระทำของพรรคประชาธิปัตย์ ต้องแสดงความชัดเจนว่าจะพุ่งเป้าทำให้ประเทศไทยเกิดความสงบและสถาบันหลักของเราเข้มแข็ง และจะต้องทำให้มุมมองทุกคนเห็นพรรคว่าเป็น "ปฏิบัตินิยม" ที่จะให้ความสำคัญกับการลงมือทำและการกำหนดเป้าหมายที่ชัดเจน มีจุดยืนที่มั่นคงแต่มีจุดยืดหยุ่นในยุทธศาสตร์และเส้นทางที่จะเดินไป มีความเสมอต้นเสมอปลายในการแสดงความชัดเจนต่อทุกการตัดสินใจ ซึ่งไม่ว่าเราจะตัดสินใจอะไรก็แล้ว แต่หากเรายึดหลักทั้ง 3 ข้อแล้ว ประเทศชาติก็จะมีโอกาสพัฒนาและแข่งขันได้จากการตัดสินใจของเราที่จะทำให้ประเทศเกิดความสงบ สถาบันหลักมีความเข้มแข็งและมั่นคง


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังเสร็จสิ้นการแสดงวิสัยทัศน์ของ 4 ผู้สมัครเลือกตั้งหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์คนใหม่แล้ว ที่ประชุมก็ได้เริ่มให้มีการลงคะแนนเลือกตั้งผ่านเครื่องลงคะแนนและตรวจนับคะแนนอิเล็กทรอนิกส์ ทั้ง 15 ชุด 60 คูหา ในเวลา 11.35 น แต่เมื่อได้ลงคะแนนมาแล้วจำนวนหนึ่งปรากฏว่าเครื่องลงคะแนนอิเล็กทรอนิกส์ได้เกิดขัดข้อง 1 เครื่องที่ไม่สามารถออกสลิปการลงคะแนนได้ เจ้าหน้าที่กกต. จึงต้องทำการรีเซ็ตเครื่องใหม่และ เริ่มดำเนินการให้มีการลงคะแนนใหม่ทั้งหมดอีกครั้ง พรุ่งนี้คาดว่าการลงคะแนนจะเสร็จสิ้นในช่วงบ่าย



แชร์ข่าว :
เพิ่มเพื่อน
Tags:

ข่าวที่เกี่ยวข้อง