'กาย-ฮารุ' เข้าแจ้งความ ปอท.ถูกเอารูปใช้โฆษณายาลดความอ้วน

'กาย-ฮารุ' เข้าแจ้งความ ปอท.ถูกเอารูปใช้โฆษณายาลดความอ้วน
25 เมษายน 2562
4,500

"กาย-รัชชานนท์ พร้อม "ฮารุ สุประกอบ" ภรรยา เข้าแจ้งความตำรวจ ปอท. หลังถูกบริษัทฯผลิตภัณฑ์อาหารเสริมลดความอ้วน แอบนำภาพไปโฆษณาตามเว็บไซต์

เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 25 เมษายน 2562 ที่กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี(บก.ปอท.) นายรัชชานนท์ สุประกอบหรือ กาย และนางฮารุ สุประกอบ สองสามีภรรยาจากวงการบันเทิง ได้เดินทางเข้าพบ พ.ต.อ.ศิริวัฒน์ ดีพอ รอง ผบก.ปอท. ในฐานะโฆษก ปอท. และ ร.ต.อ.ศตวรรฒ แวงแสน รอง สว.(สอบสวน)กก.3 บก.ปอท. เพื่อแจ้งความเอาผิดต่อเจ้าของผลิตภัณฑ์ลดความอ้วนรายหนึ่ง หลังนำภาพตนเองไปแอบอ้าง ขายสินค้าผ่านเว็บไซต์จนมีผู้หลงเชื่อสั่งซื้อมาใช้ ทั้งที่ตนเองไม่ได้รู้จักหรือมีส่วนเกี่ยวข้อง โดยมี พล.ต.ต.กรไชย คล้ายคลึง รอง ผบช.ภ.1 เป็นผู้ประสานนำผู้เสียหายเข้าแจ้งความ หลังไปร้องทุกข์ไว้กับตำรวจภูธรภาค 1

นายรัชชานนท์ กล่าวว่า มีบริษัทขายอาหารเสริมรายหนึ่ง นำรูป “ฮารุ” ภรรยาของตน ที่ออกกำลังกายลดความอ้วน หลังจากคลอดบุตรคนที่ 3 พร้อมมีเนื้อหาระบุขั้นตอนการลดความอ้วนโดยละเอียด จากอินสตาแกรมที่เปิดสาธารณะ ใช้แอบอ้างขายสินค้าลดความอ้วนดังกล่าว

20190425123631110

ขณะที่ นางฮารุ กล่าวว่า เมื่อประมาณ 3-4 วันที่ผ่านมา มีคนรู้จักที่ออกกำลังกายด้วยกันที่ยิม ได้ส่งภาพของตนจากเว็บไซต์ดังกล่าวมาให้ ซึ่งไม่ได้ระบุชื่อว่าเป็นใคร โดยได้สอบถามตนว่าได้ใช้ผลิตภัณฑ์นี้จริงหรือไม่ เนื่องจากได้สั่งซื้อมาแล้ว 1 กล่องในราคาประมาณ 1,900 บาท ตนจึงปฏิเสธไปว่า ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์จากบริษัทฯแห่งนี้แต่อย่างใด เมื่อไปดูบนเว็บไซต์พบว่า ยังมีภาพเปรียบเทียบก่อนและหลังลดความอ้วนของชาวไทย และต่างชาติอีกจำนวนมาก แต่ไม่ทราบว่าทางบริษัทได้ขออนุญาตเจ้าของภาพมาแล้วหรือไม่ ทางตนจึงต้องมาแจ้งความไว้ก่อน เนื่องจากยังไม่ทราบว่าผลิตภัณฑ์นี้ จะมีผลข้างเคียงหรือไม่ และเกรงว่าจะเป็นอันตรายกับผู้ใช้

"เมื่อวานได้ให้เลขาฯ ส่วนตัว โทรศัพท์ไปยังเบอร์ของบริษัทดังกล่าว เพื่อไปสอบถามข้อมูลว่า บุคคลในรูปเป็นผู้ที่ใช้ผลิตภัณฑ์จริงหรือไม่ ทางปลายสายอ้างกลับมาว่าใช้จริง โดยตลอดการพูดคุยได้มีการบันทึกเสียงเอาไว้เป็นหลักฐานมาประกอบการแจ้งความด้วย ทั้งนี้ ยังมีคนที่ติดตามชีวิตครอบครัวของเราอีกมาก อาจมีคนหลงเชื่อจริงๆ จึงอยากให้เคสนี้เป็นอุทาหรณ์ว่าให้ตรวจสอบข้อมูลสินค้าก่อนซื้อมาใช้"

20190425123631582

เบื้องต้น พ.ต.อ.ศิริวัฒน์ กล่าวว่า หลังได้รับหลักฐานทางเจ้าหน้าที่จะดำเนินการสอบสวน โดยได้สั่งการให้ฝ่ายสืบสวนหาข้อมูลจากเว็บไซต์ที่เผยแพร่ขายผลิตภัณฑ์ โดยเบื้องต้นพบความผิดชัดเจนแล้ว 1 ข้อหา คือความผิดตามพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ มาตรา 14(1) คือนำเข้าข้อมูลอันเป็นเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ส่วนจะเข้าข่ายฉ้อโกงประชาชนหรือไม่ ต้องรอการสอบสวนอย่างละเอียดต่อไป



แชร์ข่าว :
เพิ่มเพื่อน
Tags:

ข่าวที่เกี่ยวข้อง