ธุรกิจชำระเงินผ่านมือถือเวียดนามโตเร็วสุด

ธุรกิจชำระเงินผ่านมือถือเวียดนามโตเร็วสุด

“เวียดนาม” กลายเป็นประเทศที่มาแรงด้านการชำระเงินผ่านมือถือในขณะนี้ ผลสำรวจล่าสุดชื่อ “โกลบอล คอนซูเมอร์ อินไซต์ส” ประจำปี 2562 ของบริษัทไพร้ซวอเตอร์เฮาส์คูเปอร์ส (พีดับบลิวซี) บ่งชี้ว่า เวียดนามมีการเติบโตด้านนี้เร็วที่สุดในโลกในรอบปีที่ผ่านมา

ผลสำรวจ ซึ่งเก็บข้อมูลจากผู้ตอบแบบสอบถามกว่า 2.1 หมื่นคนจาก 27 ประเทศหรือดินแดนทั่วโลก พบว่า อัตราที่ผู้บริโภคใช้บริการชำระเงินผ่านมือถือในเวียดนามเพิ่มขึ้น 24% มาอยู่ที่ 61% ในปีนี้ จาก 37% ในปี 2561 และเป็นอัตราเพิ่มขึ้นสูงที่สุดใน 6 ประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่ถูกสำรวจด้วย

ในสิงคโปร์ การชำระเงินผ่านมือถือทะยาน 12% จาก 34% ในปี 2561 มาอยู่ที่ 46% ในปี 2562 นับตั้งแต่รัฐบาลเริ่มผลักดันการชำระเงินดิจิทัลในช่วงปลายปี 2560 ตัวเลขล่าสุดนี้ตอกย้ำถึงผลสำเร็จจากความพยายามของรัฐบาลสิงคโปร์และผู้เล่นภาคการชำระเงินผ่านมือถือรายอื่น ๆ

ขณะที่ประเทศอื่น ๆ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ต่างมีการเติบโตด้านการชำระเงินผ่านมือถือเพิ่มขึ้นเช่นกัน โดยประเทศไทยโตขึ้น 19% มาอยู่ที่ 67% ในปีนี้ นับว่าเติบโตมากที่สุดอันดับ 3 ของโลกและอันดับ 2 ของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ตามมาด้วยมาเลเซียที่เพิ่มขึ้น 17% มาอยู่ที่ 40% และฟิลิปปินส์โตขึ้น 14% มาอยู่ที่ 45%

ส่วนอินโดนีเซียเติบโตช้าที่สุดในภูมิภาค โดยอัตราการใช้มือถือชำระเงินเพิ่มขึ้นเพียง 9% มาอยู่ที่ 47% ในปีนี้

ในตะวันออกกลาง ซึ่งเติบโตเร็วเป็นอันดับ 2 ของโลกรองจากเวียดนาม อัตราการใช้มือถือชำระเงินเพิ่มขึ้น 20% มาอยู่ที่ 45% ในปีนี้ ขณะที่จีนยังคงอยู่ที่ 86% ไม่เปลี่ยนแปลงจากปีที่แล้ว

หากนับทุกตลาดที่ถูกสำรวจในรายงานโกลบอล คอนซูเมอร์ อินไซต์ส พบว่า 34% ของผู้บริโภคจ่ายเงินเพื่อซื้อสินค้า/บริการด้วยการชำระเงินผ่านมือถือ เพิ่มขึ้นจาก 24% เมื่อปีท่ี่แล้ว

ซีริช เจน ผู้อำนวยการฝ่ายการชำระเงินของบริษัทสตราทิจีแอนด์ ในเครือพีดับบลิวซี กล่าวว่า เอเชียยังคงเป็นยักษ์ใหญ่ในการชักนำผู้บริโภคให้หันมาใช้การชำระเงินผ่านมือถือ เห็นได้จากรายงานฉบับนี้ที่พบว่า 8 ประเทศเอเชียติดใน 10 อันดับแรกของโลก และ 6 ประเทศอยู่ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

“เวียดนามซึ่งมีอัตราการเข้าถึงบริการชำระเงินผ่านมือถือค่อนข้างต่ำในปี 2561 กลับมีการเติบโตด้านนี้สูงที่สุดในปีนี้ เนื่องจากแพลตฟอร์มมือถือมีความสะดวกมากกว่าการชำระเงินแบบดั้งเดิมอย่างมาก”

อย่างไรก็ตาม เจนระบุว่า สำหรับสิงคโปร์ที่มีการเติบโตแข็งแกร่งเช่นกัน อีโคซิสเต็มดั้งเดิมที่มีความซับซ้อนและมั่นคง เช่นเดียวกับจำนวนทางเลือกการชำระเงินผ่านมือถือที่เหลือเฟือและอาจสร้างความสับสน สามารถทำให้การปรับใช้ระบบนี้ชะลอตัวลง

“ผลสำรวจนี้เน้นย้ำถึงการไหลมาบรรจบกันอย่างถูกเวลาของ 4 ปัจจัยสำคัญ ได้แก่ สภาวะวงจรการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนความมั่งคั่งและรายได้หลังหักภาษี ความพร้อมของแพลตฟอร์มที่ตอบสนองความต้องการของประชากรท้องถิ่น รวมถึงการสนับสนุนบริการชำระเงินปลายทาง ต้นทุนที่ต่ำกว่าสำหรับผู้ค้าปลีกและผู้ให้บริการ และความสะดวกที่มากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด”

ผลสำรวจของพีดับบลิวซี ระบุด้วยว่า ผู้บริโภคในเอเชียมีส่วนร่วมในโลกออนไลน์มากกว่าผู้บริโภคในยุโรปและทวีปอเมริกา ผู้ตอบแบบสอบถามในไทย อินโดนีเซีย และเวียดนาม อยู่ในอันดับหัวตารางของโลกด้านการซื้อสินค้าโดยตรงผ่านโพสต์โซเชียลมีเดีย เช่น “อินสตาแกรม” และ “เฟซบุ๊ค” อยู่ที่ 50% 49% และ 48% ตามลำดับ

เมื่อดูภาพรวมทั่วโลก มีเพียง 21% ของผู้ตอบสำรวจที่ซื้อสินค้าโดยตรงผ่านโซเชียลมีเดีย ผลสำรวจยังพบว่า ในประเภทผลิตภัณฑ์และบริการ โซเชียลมีเดียมีแนวโน้มมากที่สุดในการดึงดูดผู้บริโภคให้ตัดสินใจซื้อสินค้าหมวดแฟชั่น