เอชเอ็มดีโหมสมาร์ทโฟนโนเกียหวังขึ้นท็อป 5

เอชเอ็มดีโหมสมาร์ทโฟนโนเกียหวังขึ้นท็อป 5
26 มีนาคม 2562 | โดย wariya Khamchana
5,534

“เอชเอ็มดี โกลบอล” โหมหนักตลาดโทรศัพท์มือถือ เล็งส่งฟีเจอร์โฟน-สมาร์ทโฟนรุ่นใหม่เจาะลูกค้าทุกกลุ่ม ยกไทยตลาดทำเงินระดับเอเชียแปซิฟิก เล็งเพิ่มโฟกัสสินค้าระดับกลาง หวังขึ้นท็อป 5 ในไทยให้ได้

นายเป็กกา รันทาลา รองประธานบริหารและประธานเจ้าหน้าที่สูงสุดฝ่ายการตลาด บริษัท เอชเอ็มดี โกลบอล เจ้าของลิขสิทธิ์การจัดจำหน่ายสมาร์ทโฟนแบรนด์โนเกียทั่วโลก กล่าวในโอกาสมาเยือนประเทศไทยว่า ทิศทางธุรกิจแบรนด์โนเกียปีนี้ให้ความสำคัญทั้งผลิตภัณฑ์สมาร์ทโฟนและฟีเจอร์โฟน โดยจะมีการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ทุกๆ เดือน

นอกจากนี้ มีการลงทุนทางด้านการตลาดและการสร้างแบรนด์อย่างต่อเนื่อง แม้มีงบประมาณไม่มากแต่จะทำให้คุ้มค่ามากที่สุด โดยเฉพาะด้านโมบายเฟิร์สและดิจิทัล

สำหรับจุดต่างที่สำคัญ มีการพัฒนาประสบการณ์ผู้ใช้งานอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการอัพเดทซอฟต์แวร์อยู่เสมอแม้แต่รุ่นเก่า ลูกค้าจึงมั่นใจได้ว่าสามารถใช้งานได้ไม่น้อยกว่า 3 ปี อีกหนึ่งจุดขายใช้แอนดรอยด์วันซึ่งเป็นระบบปฏิบัติการที่ดีที่สุดและได้รับการรับรองจากกูเกิลเป็นตัวชูโรง

เขากล่าวว่า เมื่อปี 2560 โนเกียทำยอดขายได้มากกว่า 70 ล้านเครื่องทั่วโลก ส่วนปี 2561 เติบโตต่อเนื่องสวนทางตลาดรวมที่ทรงตัว ขณะนี้ทำตลาดอยู่ในกว่า 100 ประเทศทั่วโลก ครองผู้นำตลาดฟีเจอร์โฟนทั้งเชิงมูลค่าและยอดขาย ส่วนสมาร์ทโฟนอยู่อันดับท็อป 10 โดยในมากกว่า 30 ประเทศอยู่อันดับท็อป 5 ปัจจุบัน 2 ใน 3 ของยอดขายมาจากลูกค้าอายุต่ำกว่า 35 ปี

“ในไทยเรายังไม่สามารถขึ้นไปอยู่ท็อป 5 ได้ แต่จะพยายามทำให้ได้ ขณะนี้พยายามทำความเข้าใจตลาดและเข้าไปตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าที่หลากหลาย ทั้งคนรุ่นใหม่ คนวัยทำงาน รวมถึงคนที่ชื่นชอบเล่นเกม”

อย่างไรก็ดี ทิศทางธุรกิจรองรับการมาของ 5จี ยังไม่สามารถเปิดเผยได้ แต่ยืนยันได้ว่าให้ความสำคัญกับการพัฒนานวัตกรรม มีแผนขยายพอร์ทโฟลิโอสินค้าที่ตอบโจทย์ความต้องการ และให้ความสำคัญอย่างมากกับสินค้าที่ออกวางจำหน่าย

นายธนเดช ช่วงแก้ววิเศษ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด เอชเอ็มดี โกลบอล กล่าวเสริมว่า ในไทยแม้ตลาดฟีเจอร์โฟนจะตกลงมาต่อเนื่อง ทว่าความต้องการยังคงมีอยู่ อ้างอิงจากข้อมูลของบริษัทวิจัยไอดีซี ปีนี้ภาพรวมตลาดสมาร์ทโฟนไทยจะมียอดขาย 19 ล้านเครื่อง ฟีเจอร์โฟนประมาณ 2 ล้านเครื่อง

สำหรับตลาดที่จะโฟกัสอย่างมากคือระดับกลางราคา 5,000-1.2 หมื่นบาท ซึ่งเป็นตลาดขนาดใหญ่สัดส่วนเกือบ 60% ของตลาดรวม แนวทางการสื่อสารการตลาดมีทั้งสื่อออนไลน์ นอกบ้าน โซเชียลเน็ตเวิร์ค รวมถึงผ่านผู้มีอิทธิพลต่างๆ เช่น ด้านเกม แม่ค้าออนไลน์ ทว่าไม่มีแผนใช้พรีเซ็นเตอร์

ผลสำรวจล่าสุดพบด้วยว่า ตลาดมีการรับรู้แบรนด์โนเกียที่ดีมากขึ้นตามลำดับ ลูกค้ากว่า 50% รับรู้ว่าโนเกียมีมากกว่าฟีเจอร์โฟน ขณะนี้แม้ส่วนแบ่งการตลาดในไทยยังไม่ถึงระดับท็อป 5 แต่นับว่าน่าพอใจ ผู้บริโภคยอมรับมากขึ้น สินค้าตอบโจทย์ตลาดได้หลากหลายมากขึ้น

ส่วนช่องทางการจัดจำหน่าย มีทั้งลูกตู้ ห้างโมเดิร์นเทรด ค้าปลีกโมบายชั้นนำ รวมมีหน้าร้านกว่า 1,500 แห่ง และที่เพิ่มขึ้นคือช่องทางออนไลน์ทั้ง ลาซาด้า เจดีเซ็นทรัล และช้อปปี้ ด้านโมบายโอเปอร์เรเตอร์อยู่ระหว่างการเจรจา โดยรวมครอบคลุมแล้วทั่วประเทศ รวมถึงหัวเมืองใหญ่ต่างจังหวัดอย่างเชียงใหม่ นครราชสีมา หาดใหญ่ ซึ่งเป็นตัวจักรสำคัญในการสร้างรายได้

พร้อมระบุว่า กำลังซื้อผู้บริโภคเทียบกับปีที่ผ่านมายังเห็นไม่ชัดเจน ทว่าตลอดทั้งปีคาดว่าตลาดรวมโทรศัพท์มือถือไทยยังมีโอกาสเติบโต ทั้งจากการเปลี่ยนเครื่องใหม่ เทคโนโลยีใหม่ บริษัทเองยังคงเดินหน้าตามแผนที่วางไว้ โดยประเทศไทย เวียดนาม และอินโดนีเซียเป็น 3 ตลาดที่บริษัทแม่โฟกัสและให้ความสำคัญอย่างมากในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก

ไม่พลาดข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อนกับ LINE @Bangkokbiznews ที่นี่


เพิ่มเพื่อน

แชร์ข่าว :
Tags:

ข่าวที่เกี่ยวข้อง