‘บาท’ เปิดตลาดเช้านี้ ‘ทรงตัว’ ที่ 31.63 บาทต่อดอลลาร์

‘บาท’ เปิดตลาดเช้านี้ ‘ทรงตัว’ ที่ 31.63 บาทต่อดอลลาร์
21 มีนาคม 2562
1,327

ค่าเงินบาทแม้จะติดกรอบ 31.50-31.80 บาทต่อดอลลาร์ แต่ระหว่างวันเคลื่อนไหวค่อนข้างหวือหวา เนื่องจากผลการประชุมนโยบายการเงินไทยและสหรัฐไม่ตรงกับตลาดคาดไว้

นายจิติพล พฤกษาเมธานันท์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเปิดเช้าวันนี้ที่ระดับ 31.63 บาทต่อดอลลาร์ ไม่เปลี่ยน แปลงจากช่วงสิ้นวันทำการก่อน

ในคืนที่ผ่านมา ตลาดการเงินทั่วโลกปิดรับความเสี่ยง (Risk Off) ท่ามกลางความไม่แน่นอนของการเจรจาการค้าสหรัฐฯกับจีน ดัชนี S&P500 ของอเมริกาปิดลดลง 0.29% ส่วนฝั่งยุโรป ดัชนี FTSE100 ของอังกฤษปรับตัวลง 0.45% เช่นเดียวกันกับ ดัชนี STOXX50 ของยุโรปก็ปรับตัวลง 1.07% เนื่องจากตลาดมีความกังวลกับสถานการณ์ของเรื่อง Brexit ที่คลุมเครือ

ส่วนของนโยบายการเงินก็มีความเคลื่อนไหวอย่างมาก โดยธนาคารกลางสหรัฐหรือ เฟดแถลงปรับมุมมองเป็น “หยุด” ขึ้นดอกเบี้ยในรอบนี้ ไว้ที่ระดับ 2.25-2.50%  และ “หยุด” มาตรการลดขนาดงบดุลในเดือนกันยายน ซึ่งหมายความว่าเฟดจะกลับมาลงทุนในพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐราว 2 หมื่นล้านดอลลาร์ต่อเดือนแทนที่ MBS ที่หมดอายุสัญญาตั้งแต่เดือนตุลาคม

 นอกจากนี้คณะกรรมการเฟดยังปรับลดมุมมองเศรษฐกิจด้านการเติบโตลง โดยมองจีดีพีสหรัฐจะขยายตัวเพียง 2.3% ในปีนี้ และแม้ว่าการว่างงานจะทรงตัวในระดับต่ำที่ 3.5% ก็จะไม่ส่งผลให้เงินเฟ้อปรับตัวขึ้นสูงกว่าระดับ 2.0% ได้

มุมมองนโยบายการเงินและเศรษฐกิจล่าสุด ส่งผลให้บอนด์ยีลด์สหรัฐอายุ 10 ปีปรับตัวลดลง 8bps สู่ระดับ 2.52% ซึ่งเป็นจุดต่ำสุดในรอบ 1ปี และเงินดอลลาร์อ่อนค่าลงราว 0.5% เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักอื่นๆโดยเฉลี่ย

สำหรับเงินบาท ช่วงนี้แม้จะติดกรอบ 31.50-31.80 บาทต่อดอลลาร์ แต่ก็เคลื่อนไหวค่อนข้างหวือหวา เนื่องจากผลการประชุมนโยบายการเงินไทยและสหรัฐไม่ตรงกับตลาดคาดไว้ แต่แม้ทั้งสองฝั่งจะมีทิศทางนโยบายการเงินที่ผ่อนคลาย ตลาดดูจะ “เชื่อ” ฝั่งสหรัฐมากกว่า ส่งผลให้เงินบาทกลับมาแข็งค่า สำหรับวันนี้ เรายังคงมุมมองเดิมว่านักลงทุนจะอยู่ในโหมดระวังตัวสูง โดยมีความเสี่ยงของการเลือกตั้ง และภาพตลาดที่ปิดรับความเสี่ยงเป็นตัวกดดัน

มองกรอบค่าเงินบาทวันนี้ 31.58-31.68 บาทต่อดอลลาร์

ไม่พลาดข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อนกับ LINE @Bangkokbiznews ที่นี่


เพิ่มเพื่อน

แชร์ข่าว :
Tags:

ข่าวที่เกี่ยวข้อง