ประธานศาลฎีกาออกระเบียบ คู่ความคัดคำพิพากษาชั้นต้นเร็วขึ้นใน7วัน

ประธานศาลฎีกาออกระเบียบ คู่ความคัดคำพิพากษาชั้นต้นเร็วขึ้นใน7วัน
15 มีนาคม 2562
2,986

"ศาลยุติธรรม" ปฏิรูปกระบวนการไม่ล่าช้า สงกรานต์นี้ 12 เม.ย. เริ่มทันที "โฆษกศาล" ชี้ระเบียบสอดคล้องแนวคิด Best practice ธนาคารโลก ระบบจัดการคดีศาลต้องกำหนดเวลามาตรฐาน Time standard เชื่อส่งผลดีทั่วโลกมั่นใจระบบศาลไทย

นายสราวุธ เบญจกุล เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 13 มี.ค. ที่ผ่านมาว่า นายชีพ จุลมนต์ ประธานศาลฎีกาได้ออกระเบียบราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรมว่าด้วยระยะเวลาในการจัดพิมพ์คำพิพากษาศาลชั้นต้น พ.ศ.2562 ซึ่งระเบียบนี้กำหนดว่า เมื่อศาลชั้นต้นอ่านคำพิพากษาหรือคำสั่งให้คู่ความฟังแล้ว ให้ผู้พิพากษาเจ้าของสำนวนส่งร่างคำพิพากษาหรือคำสั่งให้เจ้าพนักงานศาลจัดพิมพ์คำพิพากษาหรือคำสั่งให้เรียบร้อย เพื่อให้คู่ความสามารถคัดถ่ายสำเนาได้ภายใน 7 วันนับแต่วันอ่านคำพิพากษาหรือคำสั่ง

โดยระเบียบฯ จะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 12 เม.ย.นี้ เป็นต้นไป ซึ่งระเบียบฯ ยังกำหนดให้หัวหน้าส่วนราชการนั้น คืออธิบดีผู้พิพากษาศาลชั้นต้น และผู้พิพากษาหัวหน้าศาล มีหน้าที่ตรวจสอบและติดตามให้ผู้พิพากษาเจ้าของสำนวน และเจ้าพนักงานศาลในสังกัด ส่งร่างคำพิพากษาหรือคำสั่งเพื่อจัดพิมพ์ให้เสร็จภายใน 7 วัน หากกรณีไม่เป็นไปตามระยะเวลาที่กำหนด ให้หัวหน้าส่วนราชการนั้น รายงานไปยังเลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม พร้อมระบุเหตุผลความจำเป็น เพื่อนำเสนอ คณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม (ก.ต.) หรือคณะกรรมการข้าราชการศาลยุติธรรม (ก.ศ.) แล้วแต่กรณี เพื่อพิจารณาต่อไป

นายสุริยัณห์ หงษ์วิไล โฆษกศาลยุติธรรม กล่าวเพิ่มเติมถึงการปฏิบัติตามระเบียบดังกล่าวว่า แต่เดิมหลังจากมีการอ่านคำพิพากษาศาลชั้นต้น เราไม่ได้กำหนดกรอบว่าประชาชนสามารถที่จะคัดถ่ายคำพิพากษาได้ในกี่วัน แต่ระเบียบฉบับนี้ที่ "ประธานศาลฎีกา" ออกมา ได้กำหนดกรอบบังคับว่าต่อไปหลังจากอ่านคำพิพากษาแล้วประชาชนจะสามารถคัดถ่ายคำพิพากษานำไปเพื่อนำไปใช้ประโยชน์ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการนำไปเพื่อบังคับตามคำพิพากษา หรือนำไปเพื่อศึกษาในการยื่นอุทธรณ์คดีต่อ

"ตรงนี้ ถือเป็นประโยชน์ที่ศาลยุติธรรมเราออกระเบียบเพื่อบริการประชาชนให้ได้รับความสะดวกรวดเร็วยิ่งขึ้น และเป็นส่วนหนึ่งในการปฏิรูปประเทศด้านกระบวนการยุติธรรม ที่ให้มีการกำหนดระยะเวลาดำเนินการทุกขั้นตอนของกระบวนการยุติธรรมที่ชัดเจน เพื่อให้ประชาชนได้รับความยุติธรรมโดยไม่ล่าช้า"

ทั้งนี้ นายสุริยัณห์ โฆษกศาลยุติธรรม ยังกล่าวถึงระเบียบราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรมว่าด้วยระยะเวลาในการจัดพิมพ์คำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลชั้นต้น พ.ศ. 2562 อีกว่า ระเบียบดังกล่าวนี้สอดคล้องกับแนวความคิดการปฏิบัติที่ดีที่สุด (Best practice) ของธนาคารโลก (World Bank) ในเรื่องความมีประสิทธิภาพของการบริหารจัดการคดี (Case management) ของศาล ที่จะต้องมีการกำหนดระยะเวลามาตรฐาน (Time standard) ของขั้นตอนในการพิจารณาพิพากษาคดี ระเบียบดังกล่าวจึงส่งผลต่อรายงานการประเมินความยากง่ายในการทำธุรกิจ (Doing Business) ของธนาคารโลกที่จัดทำขึ้นทุกปี ซึ่งส่วนหนึ่งพิจารณาความมีประสิทธิภาพของการอำนวยความยุติธรรมของศาล และจะส่งผลดีในการยกระดับความเชื่อมั่นต่อศาลยุติธรรมไทยในระดับสากลอีกด้วย

ไม่พลาดข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อนกับ LINE @Bangkokbiznews ที่นี่


เพิ่มเพื่อน
แชร์ข่าว :
Tags:

ข่าวที่เกี่ยวข้อง