ศาลปค.สูงสุดชี้ถูกแล้วสั่งปรับผอ.ประเวศ 5 พัน ล่าช้าแก้ 'ตลาดป้าทุบรถ'

ศาลปค.สูงสุดชี้ถูกแล้วสั่งปรับผอ.ประเวศ 5 พัน ล่าช้าแก้ 'ตลาดป้าทุบรถ'
8 มีนาคม 2562
3,857

หลักฐานชัด "ผอ.ประเวศ" ทำตามคำสั่งศาลล่าช้าร่วม 4 ปีเศษ จนป้าทุบรถจอดขวางหน้าบ้าน เขตแก้ต่อเนื่อง-ติดตามผลจริงจังไร้แผงลอยรอบบ้าน ชี้ปรับ 5 พันจากยอดสูงสุดปรับได้ 5 หมื่นสมควรแก่เหตุแล้ว

เมื่อวันที่ 8 มี.ค.62 ที่ศาลปกครองกลาง ถ.แจ้งวัฒนะ ศาลได้อ่านคำสั่งของศาลปกครองสูงสุด ในคดีที่ "น.ส.บุญศรี แสงหยกตระการ" กับพวกรวม 4 คน ซึ่งเป็นเจ้าของบ้านพัก ในหมู่บ้านเสรีวิลล่า ย่านสวนหลวง ร.9 ที่เคยมีปัญหาพิพาทกับกลุ่มเปิดตลาดนัดใกล้บ้านจนเกิดความเดือดร้อน และมีการฟ้องคดีหน่วยงานรัฐ ซึ่งระหว่างนั้นมีผู้นำรถมาจอดขวางหน้าบ้านจนเกิดเหตุทุบรถกัน ยื่นฟ้อง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กับพวกรวม 4 โดยคดีนี้ "ศาลปกครองกลาง แผนกคดีสิ่งแวดล้อม" ได้มีคำสั่งให้ ผอ.เขตประเวศ ผู้ถูกฟ้องที่ 2 ชำระค่าปรับต่อศาลเป็นเงิน 5,000 บาท ภายใน 30 วันนับแต่วันที่ได้รับแจ้ง คำสั่งศาล เนื่องจากไม่ได้ปฏิบัติตามคำบังคับที่ศาลสั่งในคดีให้ถูกต้องครบถ้วน หรือปฏิบัติล่าช้าเป็นไปโดยไม่มีเหตุอันสมควร ซึ่งต่อมา "ผอ.เขตประเวศ" ผู้ถูกฟ้องที่ 2 ยื่นอุทธรณ์คำสั่งปรับเงินดังกล่าว

โดย "ศาลปกครองสูงสุด" มีคำสั่งที่ คส.3/2562 วินิจฉัยว่า "ผอ.เขตประเวศ" ผู้ถูกฟ้องที่ 2 ได้รับแจ้งคำสั่งของศาลที่กำหนดมาตรการหรือวิธีการเพื่อบรรเทาทุกข์ชั่วคราวก่อนการพิพากษา เมื่อวันที่ 5 ส.ค.56 อันเป็นช่วงเวลา ก่อนที่จะเกิดเหตุการณ์เมื่อวันที่ 18 ก.พ.61 (น.ส.รัตนฉัตร แสงหยกตระการ หรือป้าเก่ง อายุ 57 ปี และ น.ส.มณีรัตน์ แสงภัทรโชติอายุ 61 ปี ใช้เสียม และขวานทุบรถกระบะนิสสัน รุ่นนาวาร่า สีขาว ที่จอดขวางประตูหน้าบ้าน) แม้ผู้ถูกฟ้องที่ 2 จะได้ชี้แจงต่อศาลว่า ได้มีการดำเนินการและปฏิบัติให้เป็นไปตามคำสั่งศาลแล้วก็ตาม แต่จากรายงานของสำนักบังคับคดีปกครอง ที่ได้ออกตรวจสถานที่พิพาทหลายครั้งและแจ้งต่อศาลเป็นระยะว่า ผู้ถูกฟ้องที่ 2 ยังไม่ได้ปฏิบัติให้เป็นไปตามคำสั่งศาลให้ถูกต้องครบถ้วนและปฏิบัติล่าช้า เช่น ยังคงปรากฏว่ามีการนำสินค้ามาวางจำหน่ายในที่และทางสาธารณะบริเวณโดยรอบบ้านของผู้ฟ้องทั้งสี่และมีการทิ้งสิ่งปฏิกูลลงในท่อระบายน้ำทำให้เกิดการอุดตันของท่อระบายน้ำ เป็นต้น

ซึ่งสอดคล้องกับคำแถลงของผู้ฟ้องทั้งสี่ว่า ผู้ถูกฟ้องที่ 2 ไม่ได้ปฏิบัติให้เป็นไปตามคำสั่งของศาล และการประกอบกิจการตลาดพิพาท ยังคงก่อให้เกิดเหตุเดือดร้อนรำคาญแก่ผู้ฟ้องทั้งสี่อย่างต่อเนื่องมาโดยตลอด กรณีจึงรับฟังได้ว่า ผู้ถูกฟ้องที่ 2 ปฏิบัติราชการแทน "กรุงเทพมหานคร" ผู้ถูกฟ้องที่ 1 ในฐานะเจ้าพนักงานท้องถิ่น ไม่ได้ดำเนินการใช้บังคับกฎหมายอย่างเคร่งครัดและต่อเนื่อง จนกระทั่งเกิดเหตุการณ์เมื่อวันที่ 18 ก.พ.61 (รถจอดขวางหน้าบ้านจนมีการทุบรถ) แล้ว ผู้ถูกฟ้องที่ 2 จึงได้กำหนดมาตรการหรือวิธีการในการปฏิบัติให้เป็นไปตามคำสั่งของศาลตามลำดับขั้นตอนและติดตามการดำเนินการอย่างเคร่งครัดต่อเนื่องจนกระทั่งไม่มีผู้ค้านำสินค้ามาวางจำหน่าย และไม่ตั้งวางสิ่งของบริเวณรอบบ้านพักอาศัยของผู้ฟ้องทั้งสี่

ทั้งนี้หาก "ผอ.เขตประเวศ" ผู้ถูกฟ้องที่ 2 ไม่ละเลย แล้วดำเนินการบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัดต่อเนื่อง นับตั้งแต่เมื่อได้รับแจ้งคำสั่งศาลในวันที่ 5 ส.ค.56 ปัญหาข้อพิพาทต่างๆ ในระหว่างการพิจารณาพิพากษาคดีโดยเฉพาะเหตุการณ์เมื่อวันที่ 18 ก.พ.61(รถจอดขวางหน้าบ้านจนมีการทุบรถ) ย่อมไม่เกิดขึ้น ประกอบกับ เมื่อนับระยะเวลาตั้งแต่วันที่ศาลมีคำสั่งคือ วันที่ 1 ส.ค.56 จนถึงวันที่ศาลนัดไต่สวนในวันที่ 2 มี.ค.61 นับเป็นระยะเวลากว่า 4 ปีเศษ ซึ่งเป็นระยะเวลานานพอสมควร

ดังนั้น จึงถือได้ว่า "กรุงเทพมหานคร" ผู้ถูกฟ้องที่ 1 โดย "ผอ.เขตประเวศ" ผู้ถูกฟ้องที่ 2 ได้ดำเนินการให้เป็นไปตามคำสั่งกำหนดมาตรการคุ้มครองเพื่อบรรเทาทุกข์ชั่วคราวก่อนการพิพากษาโดยล่าช้าเกินสมควร และเมื่อข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่า การที่ "ผอ.เขตประเวศ" ผู้ถูกฟ้องที่ 2 ไม่ได้ปฏิบัติตามคำบังคับของศาลปกครองให้ถูกต้องครบถ้วนหรือปฏิบัติล่าช้า โดยไม่มีเหตุอันสมควร การที่ศาลปกครองกลางมีคำสั่งให้ผู้ถูกฟ้องที่ 2 ชำระค่าปรับต่อศาลเป็นเงินจำนวน 5,000 บาท โดยให้ชำระภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ได้รับแจ้งคำสั่งศาล จึงเป็นจำนวนเงินค่าปรับที่เหมาะสมกับสัดส่วน ความรับผิดของผู้ถูกฟ้องที่ 2 และตามสมควรแก่กรณีแล้ว จากที่กฎหมายให้ศาลปกครองมีอำนาจกำหนดคำบังคับให้ชำระค่าปรับต่อศาลตามจำนวนที่สมควร ครั้งละไม่เกิน 50,000 บาท

แต่เมื่อ "ผอ.เขตประเวศ" ผู้ถูกฟ้องที่ 2 ก็ได้นำเงินจำนวนดังกล่าวมาชำระค่าปรับต่อศาล ถือได้ว่าผู้ถูกฟ้องที่ 2 ได้ปฏิบัติตามคำสั่งศาลถูกต้องครบถ้วนแล้ว ศาลปกครองสูงสุด ไม่จำต้องพิจารณาเรื่องที่ขอให้ระงับการปฏิบัติตามคำสั่งปรับอีกต่อไป ดังนั้น การที่ศาลปกครองกลาง มีคำสั่งให้ผู้ถูกฟ้องที่ 2 ชำระค่าปรับต่อศาล โดยให้ชำระภายใน 30 วันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งคำสั่งศาล และหากผู้ถูกฟ้องที่ 2 ไม่ชำระค่าปรับ ศาลอาจมีคำสั่งให้มีการบังคับคดีแก่ทรัพย์สิน ตาม พ.ร.บ.จัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ.2542 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 8) พ.ศ.2559 มาตรา 75/4 วรรคหนึ่ง , วรรคสาม และวรรคสี่ นั้น ศาลปกครองสูงสุดเห็นพ้องด้วย จึงมีคำสั่งยืนตามคำสั่งของศาลปกครองกลาง

ไม่พลาดข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อนกับ LINE @Bangkokbiznews ที่นี่


เพิ่มเพื่อน
แชร์ข่าว :
Tags:

ข่าวที่เกี่ยวข้อง