สลด! นศ.สาวเกษตรศาสตร์ คิดไม่ตกตัดสินใจกระโดดตึกดับ

สลด! นศ.สาวเกษตรศาสตร์ คิดไม่ตกตัดสินใจกระโดดตึกดับ
6 มีนาคม 2562
5,645

"หนูผิดเองที่ไม่เข้มแข็งพอ" สลดเช้านี้! นักศึกษาสาว ม.เกษตรศาสตร์ ปี 3 คณะบริหารธุรกิจ คิดไม่ตกตัดสินใจกระโดดตึกดับ พร้อมเขียนข้อความบันทึกในโทรศัพท์ ขอโทษพ่อแม่ที่ต้องปิดฉากจบชีวิต

เมื่อวันที่ 6 มี.ค.2562 มีรายงานข่าวแจ้งว่า พ.ต.อ.อำนาจ อินทรศวร ผกก.สน.บางเขน ได้รายงานให้ทางผู้บังคับบัญชาทราบว่า เมื่อเวลาประมาณ 05.00 น.ที่ผ่านมา มีเหตุนักศึกษาตกจากที่สูงภายในอาคารเรียนรวม 4 มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตบางเขน ถนนพหลโยธิน แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กทม. หลังรับแจ้งจึงเดินทางไปตรวจสอบ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน แพทย์ รพ.ภูมิพล และเจ้าหน้าที่มูลนิธิป่อเต็กตึ้ง

ที่เกิดเหตุเป็นอาคารศูนย์เรียนรวม 4 สูง 10 ชั้น ภายในมหาวิทยาลัยดังกล่าว ที่ชั้นล่างทางใกล้เดินเข้าตัวอาคารพบศพ น.ส.น้ำอ้อย (นามสมมติ) อายุ 21 ปี บ้านอยู่ ต.เนินพระ อ.เมืองระยอง จ.ระยอง เป็นนักศึกษา ม.เกษตรฯ ชั้นปีที่ 3 คณะบริหารธุรกิจ สภาพนอนหงาย สวมชุดนักศึกษาเสื้อเชิตแขนสั้น นุ่งกระโปรงสีดำ แขนและขาหักผิดรูป เมื่อตรวจสอบที่บริเวณระเบียงชั้นที่ 8 ของอาคารพบรองเท้า น้ำดื่ม 1 ขวด และกระเป๋าผ้าของนักศึกษา ภายในพบบัตรประชาชน และบัตรนักศึกษา



รวมทั้งโทรศัพท์ไอโฟน สีขาว โดยที่หน้าจอตั้งเป็นโน๊ต พร้อมระบุข้อความไว้ว่า“ขอโทษนะจ๊ะ หนูไม่ไหวแล้วจริงๆ หนูเหนื่อยมากๆ อโหสิกรรมให้หนูด้วยนะ ดรีมรักป๊าม๊าเดียที่สุดในโลก หนูมีความสุขมากๆเวลาที่เราอยู่ด้วยกัน ไม่ต้องโทษตัวเองนะ ไม่มีใครผิด หนูรู้ว่าทุกคนรักหนู แต่หนูผิดเองที่ไม่เข้มแข็งพอ ไม่ต้องห่วงหนูแล้วนะ แล้วก็ให้อภัยหนูด้วย รักที่สุด” โดยได้เขียนโน๊ตดังกล่าวเมื่อวันที่ 5 มี.ค.เวลา19.07น. ที่ผ่านมา ทางตำรวจจึงรวบรวมไว้เป็นหลักฐานก่อนนำศพส่งชันสูตรที่ รพ.ตำรวจ

จากการสอบถาม น.ส.เอ (นามสมมติ) นักศึกษาปี 1 ม.เกษตรฯ ให้การว่า ขณะที่ตนเองพร้อมเพื่อนประมาณ 6 คนกำลังนั่งอ่านหนังสือ เพื่อเตรียมตัวสอบ กระทั่งในช่วงเวลาประมาณ 04.00 น.ได้ยินเสียงดังคล้ายเสียงกระแทกกับพื้น ตนเองและเพื่อนก็ไม่ได้แอะใจอะไร กระทั่งเวลาประมาณ 05.00 น. ขณะกำลังจะเดินกลับที่พัก ก็ได้พบศพผู้เสียชีวิต จึงได้แจ้งให้ รปภ.อาคารเรียนรวม 4 ได้รับทราบ ก่อนแจ้งให้เจ้าหน้าตำรวจ ให้มาตรวจสอบที่เกิดเหตุ



อย่างไรก็ตาม ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจต้องประสานญาติมาทำการสอบสวน ตลอดจนรอการตรวจพิสูจน์จากเจ้าหน้าที่นิติวิทยาศาสตร์ เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงต่อไป



แชร์ข่าว :
เพิ่มเพื่อน
Tags:

ข่าวที่เกี่ยวข้อง