'ประยุทธ์' ซัดหาเสียงสนุก 'เลิกเกณฑ์ทหาร' ยันซื้ออาวุธไว้เทียบประเทศอื่น-ซ้อมรบร่วม

'ประยุทธ์' ซัดหาเสียงสนุก 'เลิกเกณฑ์ทหาร' ยันซื้ออาวุธไว้เทียบประเทศอื่น-ซ้อมรบร่วม
18 กุมภาพันธ์ 2562
1,893

“ประยุทธ์” ซัดหาเสียงสนุกปาก "เลิกเกณฑ์ทหาร" ชี้เป็นหน้าที่ชายไทย ตอบแทนคุณแผ่นดิน อ้าง “สงคราม-งานชายแดน” ต้องพร้อม ยันต้องมีอาวุธหนัก ไว้เทียบเคียงประเทศอื่น ไว้ฝึกซ้อมร่วม

เมื่อวันที่ 18 ก.พ.62 เวลา 13.15 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) กล่าวกับผู้สื่อข่าวก่อนให้สัมภาษณ์ ว่า "แหม เดี๋ยวนี้คำถามดุเดือดทุกวันเลย" ทั้งนี้ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่หลายพรรคการเมืองชูนโยบายหาเสียงยกเลิกการเกณฑ์ทหาร และลดงบประมาณกระทรวงกลาโหม พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า เรื่องนี้ต้องไปดูและทุกคนต้องเข้าในว่า หน้าที่ในการป้องกันประเทศไม่ใช่ทหารอย่างเดียว แต่เป็นหน้าที่ของชายไทยทุกคนในประเทศนี้ที่ต้องตอบแทนคุณแผ่นดิน ซึ่งส่วนการเกณฑ์ทหาร หรือการเป็นทหารนั้น ถือเป็นหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญที่คนไทยทุกคนต้องเป็นทหาร แต่ไม่ได้เป็นทั้งหมดใช้หลักการพอเพียง อาทิ ในยามสงครามถ้ามีการสู้รบกันจริงๆ แต่หลายคนอาจจะบอกว่าวันนี้ไม่มีสงคราม แต่จะแน่ใจได้อย่างไรว่าจะไม่มี มันอาจจะเริ่มมาจากความขัดแย้งเล็กๆน้อยๆจากนั้นก็จะมีการใช้อาวุธต่อกัน ในอดีตก็เคยเกิดขึ้นอย่างนี้

"เรื่องนี้ผมไม่ได้ไปแก้ตัวให้ใคร แต่พูดในหลักการของรัฐบาล เพราะเรามีหน้าที่ในการป้องกันประเทศ ป้องกันชายแดน น่านน้ำ และน่านฟ้า รวมทั้งภารกิจที่ไม่ใช่สงคราม เช่น ปัญหายาเสพติด แรงงานต่างด้าว การลักลอบเข้ามาในประเทศ รวมทั้งการลักลอบค้าขายสินค้าจากต่างประเทศ ทั้งหมดก็ต้องผ่านการดูแลของทหาร 7 กองกำลัง ซึ่งดูแลตามแนวชายแดนของประเทศกว่า 5,000 กิโลเมตร สิ่งสำคัญอีกอย่างที่ทหารทำก็คือการช่วยพัฒนาประเทศ มีหน่วยงานต่างๆทั้งกองบัญชาการทหารสูงสุด หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา ทั้งหมดที่ตั้งขึ้นมาก็เพื่อสนองต่อหน้าที่ทั้งหมด ขณะเดียวกันก็มีหน้าที่ในการเสริมกำลังพลให้กับหน่วยงานต่างๆ เช่นในส่วนของกระทรวงมหาดไทย กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ซึ่งก็มีบุคลากรจำกัด ทหารก็ต้องใช้เครื่องไม้เครื่องมือที่มีอยู่ไปช่วย" พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ในส่วนของพลทหารนั้นทุกคนต้องเข้าใจว่า หน่วยงานของทหารนั้นมีองค์ประกอบหลายส่วนทั้งในส่วนของนายทหาร นายสิบ พลทหาร ซึ่งถือเป็นกำลังสำคัญ เช่น หมู่ปืนเล็ก หมู่หนึ่งจะมีผู้บังคับหมู่ 1 คน รองผู้บังคับหมู่ 1 คน ที่เหลือเป็นพลทหาร และมีหัวหน้าฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ต้องมีการประกอบกำลังไม่เช่นนั้นก็รบไม่ได้ในยามสงคราม ซึ่งทุกประเทศก็เป็นแบบนี้ ส่วนใหญ่เราก็นำแนวทางมาจากตะวันตกตั้งแต่โบราณมา เราต้องมีการเตรียมความพร้อม ถ้าหากต้องใช้กำลังก็ต้องมียุทธวิธี จึงต้องเตรียมการไว้ให้พร้อมไม่ใช่ถึงเวลาแล้วไปเกณฑ์คนเข้ามา แล้วจะใช้อาวุธกันเป็นหรือ สิ่งสำคัญเราไม่ได้มองในแง่สงครามเพียงอย่างเดียว ถ้าไม่เกิดได้ก็เป็นเรื่องดี แต่ผลกระทบตามแนวชายแดนเกิดขึ้นได้ตลอดถ้าเราไม่เข้มแข็งเพียงพอ ไม่มีอาวุธยุทโธปกรณ์ที่เหมาะสม ไม่มีเทคโนโลยีเข้าไปเสริมจะใช้คนอย่างเดียวก็ลำบากจึงขอให้ทุกคนเข้าใจด้วย เพราะตามหลักการแล้วทุกคนต้องเป็น แต่เมื่อเรากำหนดกรอบว่าเราต้องการเท่าไหร่ เราก็ต้องคัดเลือกเอาที่จำเป็นไว้ก่อน แต่ถ้าเกิดสงครามขึ้นจริงก็ต้องเกณฑ์คนเพิ่ม

"เราต้องเตรียมการ และเตรียมความพร้อมไว้เพื่อการช่วยเหลือหน่วยงานอื่น ไม่ใช่ว่าจะเตรียมการไว้เพื่ออย่างนั้นอย่างนี้ หรือเพื่อไปต่อต้านการเมืองมันไม่ใช่ หน้าที่ของทหารและกระทรวงกลาโหมต้องปฏิบัติตามคำสั่งหัวหน้ารัฐบาลอยู่แล้ว ในการสั่งการที่ถูกต้องจะต้องรู้กติกาเหล่านี้ ถ้าพูดกันไม่รู้เรื่องก็ไปกันไม่ได้ เราต้องรู้ว่าอะไรทำได้หรือไม่ได้" พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ในส่วนของการเสนอให้ลดงบประมาณของกระทรวงกลาโหม ก็ต้องไปดูว่า แต่ละกระทรวงมีงบประมาณเท่าไหร่ โดยเฉพาะกระทรวงกลาโหมแต่ละหน่วยมีงบประมาณอย่างไร แล้วทำไมจึงต้องมีการเพิ่ม ส่วนหนึ่งก็ต้องไปจัดซื้อของใหม่ๆเข้ามาเพราะของเก่าชำรุดเราใช้มาตั้งนานแล้ว 20-30 ปี บางอย่างหมดอายุซ่อมมาจนไม่รู้จะซ่อมอย่างไรแล้ว ก็ต้องจัดหายุทโธปกรณ์ขนาดหนักเราต้องมี ไม่อย่างนั้นจะเทียบเคียงประเทศอื่นไม่ได้ มีปัญหาในการฝึกร่วมกับต่างประเทศ รวมถึงการลาดตระเวณชายฝั่งชายทะเล หรือเมื่อภูมิภาคมีปัญหา ขอให้คิดตรงนี้ ขณะที่หลายกระทรวงก็มีการเพิ่มงบประมาณทุกปีตามสัดส่วนซึ่งมีหลักการอยู่แล้วขอให้เข้าใจด้วย ไม่ใช่ไปลดคนนั้นให้คนนี้ ให้คนนั้นคนนี้แต่จะต้องพิจารณาในรูปแบบคณะกรรมการ

"ฉะนั้นการหาเสียงจะเอาแต่สนุกปากพูดอะไรก็ได้ไม่ต้องนึกถึงประเทศชาติและความเป็นจริง วันหน้าท่านก็รับผิดชอบนะ ถ้าเกิดอะไรขึ้นมา ต้องรับผิดชอบทั้งหมด ในเรื่องของการช่วยเหลือภัยพิบัติ เรื่องน้ำท่วมอะไรต่างๆ ที่มีแต่ทหารที่จะออกมาทำงานได้ ยุทโธปกรณ์ทางทหารกว่า 50 เปอร์เซ็นต์จะเห็นว่านำมาใช้ดูแลประชาชนทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นยานพาหนะไม่ใช่เก็บไว้ใช้ทางทหารอย่างเดียวซะเมื่อไหร่ รถดับเพลิงรถน้ำก็ไปแจกชาวบ้านตลอดเวลา ถ้าไปตัดงบทั้งหมดแล้วสิ่งเหล่านี้จะหายไป มันพังจะทำอย่างไร มันก็มีอายุการใช้งานทั้งสิ้น" พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

ทั้งนี้ ในช่วงท้ายผู้สื่อข่าวถามว่า ได้ฟังเพลงฮิตในช่วงนี้แล้วหรือยัง พล.อ.ประยุทธ์ ตอบสวนกลับมาทันทีว่า "ไม่รู้ ไม่ได้ยิน ไม่ได้ฟัง"

ไม่พลาดข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อนกับ LINE @Bangkokbiznews ที่นี่


เพิ่มเพื่อน
แชร์ข่าว :
Tags:

ข่าวที่เกี่ยวข้อง