เจาะลึกมนุษย์แม่ 2019 นิยมรับสื่อ Phygital เปิด3ปัจจัยเลือกซื้อของ

เจาะลึกมนุษย์แม่ 2019 นิยมรับสื่อ Phygital เปิด3ปัจจัยเลือกซื้อของ
18 มกราคม 2562
14,261

ผลวิจัยเจาะลึกมนุษย์แม่ 2019 ผลสำรวจพบปัจจัยที่มีผลต่อการเลือกซื้อของมากที่สุด 3 อันดับแรก 1.ภาพลักษณ์และตราสินค้า 2.ความหลากหลายของสินค้าและบริการ 3.คำแนะนำจากแหล่งข้อมูลที่หน้าเชื่อถือ และนิยมรับสื่อแบบ Phygital Mom

ผลวิจัย MOMKETING ถอดความคิด สะกิดต่อมซื้อ คุณแม่รุ่นใหม่ โดย Amarin Baby & Kids ซึ่งน้ำทิพย์ เงินแย้ม ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดและกลยุทธ์ เผยผลวิจัย จาก Amarin Baby & Kids ว่า จากผลการสำรวจ พบว่า ผู้มีอิทธิพลต่อมนุษย์แม่ 2019 ได้แก่ แหล่งข้อมูลการเลี้ยงลูกที่น่าเชื่อถือ 79.7% รองลงมาคือ ครอบครัวและญาติ 66.8% โดยในสัดส่วนนี้ พบว่าคุณพ่อมีส่วนในการช่วยตัดสินใจเลือกซื้อสินค้าถึง 39% ถือเป็นข้อมูลที่น่าสนใจในการทำการตลาด ที่ควรมีการเจาะลงไปยังกลุ่มคุณพ่อให้มากขึ้น รองลงมาคือเพื่อนและรีวิวจากผู้ใช้จริง 47% และ คนดัง ดารา 12.2%

4_101

สำหรับปัจจัยในการเลือกซื้อสินค้า พบว่า Top 3 ที่มีผลต่อการตัดสินใจเลือกซื้อสินค้าของมนุษย์แม่ 2019 ได้แก่ ภาพลักษณ์ ตราสินค้า ผู้ให้บริการ 94.5% คุณแม่จะเชื่อมั่นในภาพลักษณ์ แบรนด์ที่ดี หากมีข่าวหรือการบอกเล่าถึงสินค้าที่ไม่ดี จะตัดแบรนด์สินค้านั้นๆ ทิ้งออกไปอย่างรวดเร็ว รองลงมาคือ ความหลากหลายของสินค้า และบริการ 85.6 % และอันดับที่สามคือ คำแนะนำจากแหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือ 75 % สำหรับ Top 5 สินค้าในดวงใจของมนุษย์แม่ 2019 ได้แบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มแม่ท้อง จะให้ความสนใจเกี่ยวกับ โรงพยาบาล คลินิกฝากท้อง หมอสูติ, นมผงของแม่ตั้งครรภ์, ผ้าอ้อมสำเร็จรูป, นมพร้อมดื่มของแม่ และ อุปกรณ์เกี่ยวกับการให้นม ส่วน แม่ลูกเล็ก จะให้ความสนใจผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับ นมผงของลูก, นมพร้อมดื่มของลูก, เครื่องแต่งกายสำหรับเด็ก, ผลิตภัณฑ์ดูแลเสื้อผ้าลูก และ ผลิตภัณฑ์อาหารเสริมสำหรับเด็ก และ กลุ่มแม่ลูกโต จะให้ความสนใจผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับ นมพร้อมดื่มลูก, โรงเรียน, เครื่องแต่งกายสำหรับเด็ก,ผลิตภัณฑ์ดูแลเสื้อผ้าลูก และหนังสือสำหรับเด็ก ด้านพฤติกรรมการรับสื่อของมนุษย์แม่ 2019 มีการเปิดรับแบบ Phygital Mom มาจากการเปิดรับสื่อทั้ง Physical และ Digital

1_116


ทั้งนี้กลุ่มแม่ตั้งครรภ์ จะมีการเปิดรับสื่อแบบ Phygital มากที่สุด แบ่งเป็น สื่อ Digital 97 % และ สื่อ Physical 96.5 % เนื่องจากจะมีการค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับการสร้างภูมิต้านทานที่ดีให้กับลูกและการเลี้ยงลูกให้แข็งแรงตั้งแต่ในครรภ์เป็นพิเศษ รองลงมาคือ คุณแม่ลูกเล็ก แบ่งเป็น สื่อ Digital 94 % และ สื่อ Physical 93.5 % ส่วนด้านคุณแม่ลูกโต จะมีการเปิดรับสื่อ Physical มากกว่า เป็น 94 % และสื่อ Digital 91.5 % เนื่องจากลูกโตแล้ว สามารถพาไปร่วมทำกิจกรรมนอกบ้านได้ จึงทำให้มีการเปิดรับสื่อแบบ Physical ได้มากกว่า สำหรับสื่อ Physical 3 อันดับแรกที่คุณแม่เปิดรับสื่อมากที่สุด ได้แก่ สื่อโทรทัศน์ 90% รองลงมาคือ งานแฟร์และร้านค้า 47.50% และ จากการบอกต่อ 31.67% ส่วนสื่อ Digital 3 อันดับแรกที่คุณแม่เปิดรับสื่อมากที่สุด ได้แก่ Facebook 89.84% รองลงมา คือ Web Search และ Website 66.14 % และ Line 53.84%

“โดยข้อมูลที่ได้จากผลวิจัยนี้ Amarin Baby & Kids ได้นำมาพัฒนาเนื้อหาทั้งแบบรูปเล่มและออนไลน์ อีกทั้งกิจกรรมต่างๆ ให้ตอบโจทย์กลุ่มเป้าหมาย และยังนำข้อมูลที่ได้มาพัฒนางานแฟร์ให้มีรูปแบบที่น่าสนใจ ดึงดูดคุณแม่ยุคใหม่นี้ในการเข้าร่วมงานมากยิ่งขึ้น พร้อมยังเตรียมแผนการทำวิจัยอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ได้ข้อมูลใหม่ๆ มาพัฒนาในส่วนของแบรนด์ Amarin Baby & Kids ต่อไป” น้ำทิพย์ กล่าวเพิ่ม

5_72

ระริน อุทกะพันธุ์ ปัญจรุ่งโรจน์ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท อมรินทร์ พริ้นติ้งแอนด์พับลิชชิ่ง จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ในปัจจุบัน Amarin Baby & Kids ได้ครองความเป็นเครือข่ายแม่ลูกอันดับ 1 ของประเทศ โดยมีการเข้าถึงคุณแม่และสมาชิกครอบครัวสูงถึง 22 ล้านคนต่อเดือน พร้อมทั้งพัฒนาช่องทางมีเดียใหม่ๆ ให้โดนใจกลุ่มเป้าหมายตลอดเวลา ซึ่งได้รับการตอบรับที่ดีจากกลุ่มคุณแม่เสมอมา ด้วยการเป็น OMNI Media อันดับ 1 ที่เข้าถึงคุณแม่ครบทุกช่องทาง ทั้งในรูปแบบของบุ๊คกาซีน Amarin Baby & Kids โดยมียอดพิมพ์กว่า 120,000 ฉบับ ต่อเล่ม มีส่วนแบ่งการตลาดเป็นอันดับ 1 ถึง 95% เว็บไซต์ AmarinBabyAndKids.com, Line@, Youtube และ Facebook มียอด Reach คุณแม่กว่า 20.5 ล้านคน ต่อเดือน เติบโตอย่างต่อเนื่อง แบบออร์แกนิค ถึง 72% สร้างสรรค์เนื้อหาโดยคุณแม่และ กูรูตัวจริง นอกจากนี้ยังผุดรายการออนไลน์โดนใจถึง 2 รายการ ได้แก่ รายการ DADDY & KIDS TALK สอนภาษาอังกฤษให้เหล่าหนูน้อย และ รายการ MOM S.O.S ตอบโจทย์ทุกปัญหาที่คุณแม่ต้องการความช่วยเหลือเพื่อการเลี้ยงลูก ทั้งคำแนะนำและวิธีแก้ปัญหาต่างๆ จากทีมแพทย์และผู้เชี่ยวชาญ โดยมียอด PV 5,800,000 ต่อเดือน UIP 1,200,000 ต่อเดือน ยอดผู้ติดตาม Line@ 48,500 คน และมียอดผู้ติดตามทางเฟซบุ๊คถึง 997,300 Followers และ Amarin Baby & Kids Fair การจัดงานแฟร์อย่างยิ่งใหญ่ทั้งกรุงเทพและต่างจังหวัด รวมแล้วมีผู้เข้าร่วมงานกว่า 3,500,000 คน ต่อปี โดยในปีนี้ตั้งเป้าเพิ่มรายได้หมุนเวียนในงานเป็น 600 ล้านบาท ถือได้ว่า Amarin Baby & Kids เป็น OMNI Media อันดับ 1 ของแม่ลูกอย่างแท้จริง ”

3_148

“ล่าสุดแนะนำ Media Commerce ในนามของ Amvata คัดสรรสินค้าขายดีติดอันดับมาให้ช้อปปิ้งบนออนไลน์ ซึ่งจะเป็นมีเดียรูปแบบใหม่ ที่ทำให้ผู้ขายสามารถเข้าถึงลูกค้าของอมรินทร์ฯ ได้อย่างตรงกลุ่มเป้าหมายมากที่สุด ในแบบที่ไม่มีรายใดทำให้ได้ ผนึกกำลังสื่อและช่องทางการขายของ สร้างมิติใหม่แห่งการขายออนไลน์ให้เข้ากับในยุคปัจจุบัน ครอบคลุมโปรดักส์เกี่ยวกับไลฟ์สไตล์มากที่สุด อาทิ สินค้าแม่และลูก, สินค้าเพื่อสุขภาพ, สินค้าของเหล่านักแสดงคนดัง, ต้นไม้, งาน Craft และการจัดบ้าน จัดสวน เป็นต้น โดยผู้ซื้อสามารถมั่นใจในการซื้อสินค้าผ่าน Amvata ได้อย่างแน่นอน เนื่องจากได้มีการคัดเลือกผู้ขายที่อยู่ภายใต้เงื่อนไขที่ Amvata กำหนดไว้เท่านั้น เพื่อให้เกิดความไว้วางใจว่าผู้ซื้อสินค้าจะได้พบกับสินค้าของผู้ผลิตโดยตรง พร้อมกับคุณภาพที่ได้คัดเลือกมาแล้ว นอกจากนี้ยังมีสินค้าจากเหล่าดีไซน์เนอร์ หรือนักศึกษา ที่ผลิตสินค้าที่มีคุณภาพหรือสไตล์ที่โดนใจ โดยจะเริ่มเปิดใช้งานได้อย่างเป็นทางการตั้งแต่เดือนมีนาคมนี้เป็นต้นไป ตั้งเป้าทำรายได้ในปีแรก 500 ล้านบาท ” ระริน กล่าวปิดท้าย

ไม่พลาดข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อนกับ LINE @Bangkokbiznews ที่นี่


เพิ่มเพื่อน
แชร์ข่าว :
Tags: