สนช.รับหลักการร่างกม.จราจร แนะลงโทษคนขับช้าแช่เลนขวา

สนช.รับหลักการร่างกม.จราจร แนะลงโทษคนขับช้าแช่เลนขวา
17 มกราคม 2562
5,898

ที่ประชุม สนช. รับหลักการ "ร่างกม.จราจร" พร้อมแนะให้ลงโทษคนขับช้าแช่เลนขวา

ในการประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ที่มีนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสนช. เป็นประธานการประชุม มีมติรับหลักการ ร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) จราจรทางบก (ฉบับที่...) พ.ศ.... ที่คณะรัฐมนตรีเสนอ ด้วยเสียงเห็นชอบ 157 เสียง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าก่อนที่ประชุมลงมติรับหลักการ สนช. อภิปรายเสนอให้แก้ไขบทบัญญัติบางประเด็นเพื่อให้เกิดความเหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบัน และ ควรเพิ่มมาตรการตรวจสอบ เพื่อลดการทุจริตจากการให้ใบสั่งผู้กระทำผิดกฎจราจรจากเจ้าพนักงานตำรวจจราจร

นอกจากนั้น สนช. ยังซักถามในเนื้อหาบางประเด็นและเสนอแนะให้ทบทวน อาทิ นายกิตติ วะสีนนท์ สนช. อภิปรายต่อประเด็นการตรวจสอบรถที่ทำผิดกฎจราจรผ่านกล้องโทรทัศน์วงจรปิด (ซีซีทีวี) และออกใบสั่งเพื่อเสียค่าปรับ แต่ที่ผ่านมาพบว่าใช้ไม่ได้ผลเนื่องจากผู้ที่ได้รับใบสั่งปฏิเสธว่าไม่ใช่ผู้ขับขี่ช่วงที่กล้องจับได้ว่ากระทำผิด ดังนั้นควรพิจารณามาตรการรองรับ หรือ กรณีที่พบว่ากล้องจับรถที่กระทำผิด เช่น วิ่งคร่อมเส้นทึบ เพราะมีเหตุจำเป็นหรือเพราะเหตุฉุกเฉิน ควรกำหนดมาตรการใช้ดุลยพินิจ

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า สนช. อีกหลายคน อภิปรายเพื่อขอให้กำหนดมาตรการเอาผิด และลงโทษผู้ขับขี่รถด้วยความเร็วต่ำ แต่วิ่งในเลนจราจรด้านขวา เพราะมีความเสี่ยงที่จะเกิดอุบัติเหตุจากการแซงรถ เพราะช่องทางซ้ายสุดเป็นพื้นที่จราจรสำหรับรถที่ใช้ความเร็วต่ำ และหามาตรการลงโทษรถบรรทุกที่บรรทุกหนัก แต่วิ่งในเลนจราจรด้านขวาด้วย รวมถึงข้อกำหนดในร่างกฎหมายที่ผู้ขับขี่ต้องเข้าอบรมโดยเสียค่าใช้จ่าย ที่ควรทบทวน

ทั้งนี้ พล.ต.ต.เอกรักษ์ ลิ้มสังกาศ ผู้บังคับการตำรวจสันติบาล 3 ผู้แทนสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ชี้แจงต่อที่ประชุม ว่า เนื้อหาของร่างกฎหมายที่ขัดแย้ง กรมการขนส่งทางบกไม่ขัดข้องหากจะแก้ไข ทั้งนี้ในประเด็นปฏิเสธใบสั่งจากตำรวจจราจรหรือใบสั่งที่ส่งทางไปรษณีย์ สามารถทำได้ เพราะใบสั่งเป็นเพียงใบกล่าวหาไม่ใช่คำพิพากษา แต่ต้องเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบโดยตำรวจหลังปฏิเสธใบสั่ง ขณะที่มาตรการชำระค่าปรับนั้น เดิมถูกเข้าใจผิดว่าเป็นเพียงชำระค่าธรรมเนียม ไม่ใช่มาตรการลงโทษ ดังนั้นเมื่อนำคะแนนความประพฤติบังคับใช้ และตัดแต้มบุคคลที่ฝ่าฝืนกฎจราจร หากพบว่าแต้มความประพฤติถูกตัดจนถูกเพิกใช้ใบอนุญาตขับขี่ จึงต้องหาวิธีคืนแต้ม ผ่านการอบรมและสอบตามหลักสูตรของกรมกรขนส่งทางบก และสตช. ทั้งนี้ต้องมีค่าใช้จ่ายเพื่อให้ตระหนักว่าไม่ควรทำผิดกฎจราจรอีก

พล.ต.ต.เอกรักษ์ กล่าวด้วยว่าสำหรับกรณีพกใบอนุญาตขับขี่ ตามที่ร่างกฎหมายกำหนดให้พกติดตัวไว้ตลอดเวลา ขณะเดียวกันกรมการขนส่งทางบกระบุสามารถใบขับขี่อิเล็กทรอนิกส์ได้ ดังนั้นต้องแก้ไขร่างกฎหมาย หากไม่เกินหลักการ จะแก้ไขจากให้พกติดตัว ไปเป็นการแสดงต่อเจ้าหน้าที่เมื่อเรียกตรวจ แต่หากการแก้ไขเป็นเนื้อหาที่เกินหลักการ ต้องส่งไปยังครม. เพื่อขออนุมัติอีกครั้ง

ใบอนุญาตขับขี่ เป็นเพียงการรับรองสถานะภาพของผู้ที่ขับรถได้  มากกว่าการควบคุมขับขี่ ดังนั้นเพื่ออำนวยความสะดวกกับประชาชน ในอนาคตอาจไม่ต้องพกใบขับขี่ เพราะข้อมูลทั้งหมดจะบรรจุในบัตรประจำตัวประชาชน ที่กำกับโดยเลขประจำตัว 13 หลัก พล.ต.ต.เอกรักษ์ ชี้แจง

พล.ต.อ.เอกรักษ์ ชี้แจงต่อว่าสำหรับบทบัญญัติที่เพิ่มเติมห้ามผู้เมาสุราหรือของมึนเมาอย่างอื่นขี่จักรยาน นั้นเพื่อแก้ปัญหากรณีที่เจ้าพนักงานจับผู้เมาสุราขณะขี่จักรยาน แต่เมื่อเรื่องเข้าสู่กรบะวนการ ศาลสั่งไม่ฟ้อง เพราะตามกฎหมายไม่ระบุไว้  ทั้งนี้ผู้ที่ขี่จักรยานบนทางสาธารรณะและอยู่ในอาการมึนเมา อาจเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุได้ ทั้งนี้บทบัญญัติดังกล่าวเป็นเพียงการปรามไม่ให้ก่ออันตราย เพราะลงโทษเป็นค่าปรับเพียง 500  บาท   

ขณะที่ปัญหาการที่สนช. ขอให้พิจารณาเพิ่มมาตรการลงโทษ กรณีขับขี่รถอัตราความเร็วต่ำในเลนจราจรทางขวา ที่ไว้สำหรับรถที่วิ่งด้วยความเร็วสูงนั้น พล.ต.อ.เอกรักษ์ ชี้แจงว่า สตช. ร่วมกับกระทรวงมหาดไทย เตรียมแก้ไขกฎกระทรวงเพื่อเพิ่มมาตรการลงโทษ  โดยกำหนดช่องจราจรในเลนขวาต้องวิ่งตามความเร็วที่กำหนด หากวิ่งโดยความเร็วไม่ถึง เหมือนมนุษย์ลุง หรือ มนุษย์ป้า ต้องถูกออกใบสั่ง ขณะที่การแก้ไขกฎกระทรวงดังกล่าวคืบหน้าไปแล้ว 95 เปอร์เซ็นต์

หลังอภิปรายในวาระแรก ที่ประชุม สนช. ได้ลงมติ รับหลักการและตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ เพื่อพิจารณาร่างกฎหมายต่อไป.

ไม่พลาดข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อนกับ LINE @Bangkokbiznews ที่นี่


เพิ่มเพื่อน

แชร์ข่าว :
Tags:

ข่าวที่เกี่ยวข้อง