คสช.สรุป 6 วัน มาตรการ 'ดื่มไม่ขับ จับยึดรถ' แล้ว 4,545 คัน

คสช.สรุป 6 วัน มาตรการ 'ดื่มไม่ขับ จับยึดรถ' แล้ว 4,545 คัน
2 มกราคม 2562
1,708

คสช.สรุป 6 วัน มาตรการ “ดื่มไม่ขับ จับยึดรถ” แล้ว 4,545 คัน เร่งระบายรถ อำนวยความสะดวก ปชช.


เมื่อวันที่ 2 ม.ค.2562 พ.อ.หญิงศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษก คสช. เปิดเผยว่า ​การสัญจรในเส้นทางสายหลักขณะนี้มีการชะลอตัวเป็นช่วงๆ เนื่องจากมีปริมาณรถจำนวนมากกำลังเดินทางกลับจากการท่องเที่ยวและเฉลิมฉลองปีใหม่ ขณะที่เจ้าหน้าที่ได้เร่งอำนวยการจราจร เปิดช่องทางเดินรถพิเศษ ระบายรถไปยังเส้นทางลัด ทางเลี่ยงเมือง ควบคู่ไปกับการเข้มงวดมาตรการสร้างความปลอดภัยการใช้รถใช้ถนน รวมทั้งการเข้าอำนวยความสะดวกประชาชนบริเวณสถานีขนส่ง สถานีรถไฟ ท่าอากาศยาน ป้องปรามอาชญกรรมและดูแลให้การใช้รถบริการสาธารณะตามสถานีขนส่งเป็นไปด้วยความเรียบร้อย


พ.อ.หญิงศิริจันทร์ กล่าวว่า สำหรับมาตรการ “ดื่มไม่ขับ จับยึดรถ” เพื่อป้องกันและลดอุบัติเหตุในวันที่ 1 มกราคม 2562 มีดังนี้ รถจักรยานยนต์ พบการกระทำความผิด 27,947 ครั้ง เจ้าหน้าที่ได้ยึดใบขับขี่ไว้ 804 คน เจ้าหน้าที่จำเป็นต้องเก็บรักษารถจักรยานยนต์ไว้ 661 คัน และส่งผู้กระทำความผิดดำเนินคดี 23,352คน สำหรับรถโดยสารสาธารณะและรถยนต์ส่วนบุคคล พบการกระทำความผิด 29,455 ครั้ง เจ้าหน้าที่ได้ยึดใบขับขี่ไว้ 604 คน เก็บรักษารถยนต์ 200 คัน ส่งผู้กระทำความผิดดำเนินคดี 21,022 คน


โดยตลอด 6 วัน ที่ผ่านมา ( 27 ธ.ค.61 – 1 ม.ค.62 ) เจ้าหน้าที่ได้เก็บรักษารถที่ฝ่าฝืนมาตรการดื่มไม่ขับไว้แล้ว จำนวน 4,545 คัน (แยกเป็น รถจักรยานยนต์ 3,338คัน และรถยนต์ 1,207 คัน) และดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดในส่วนรถจักรยานยนต์ 121,031 คน รถโดยสารสาธารณะ/รถยนต์ส่วนบุคล 88,323 คน


พ.อ.หญิงศิริจันทร์ กล่าวต่อว่า ​​อย่างไรก็ตาม เนื่องจากในเทศกาลปีใหม่ปีนี้ มีผู้ใช้เส้นทางจำนวนมาก ประกอบกับเจ้าหน้าที่ได้เพิ่มจำนวนจุดบริการ จุดตรวจสอบมากขึ้น ทำให้ตรวจพบผู้ฝ่าฝืนมาตรการ ดื่มไม่ขับมากขึ้นเช่นกัน ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ใช้ทั้งมาตรการทางนิติศาสตร์และทางรัฐศาสตร์ เน้นการสร้างความเข้าใจ ขอความร่วมมือ หรือการจัดส่งคนที่ดื่มกลับบ้าน หวังให้ประชาชนปลอดภัยเป็นสำคัญ สำหรับรถที่เก็บรักษาไว้ในช่วงเทศกาล หากไม่มีเหตุด้านคดีความ ผู้เป็นเจ้าของรถสามารถติดต่อขอรับคืนได้ตามเวลาที่กำหนด

ไม่พลาดข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อนกับ LINE @Bangkokbiznews ที่นี่


เพิ่มเพื่อน

แชร์ข่าว :
Tags:

ข่าวที่เกี่ยวข้อง