ระเบิด 'นางเงือกหาดสมิหลา' ปลุกกระแสท่องเที่ยวในพื้นที่คึกคัก

ระเบิด 'นางเงือกหาดสมิหลา' ปลุกกระแสท่องเที่ยวในพื้นที่คึกคัก
28 ธันวาคม 2561
6,372

นายกเทศมนตรีนครสงขลา จัดพิธีทำบุญตักบาตรเรียกขวัญกำลังใจวันที่ 1 ม.ค.62 วงสภากาแฟถกปั้นรูปนางเงือกอันใหม่ นำอันเดิมเก็บไว้ในพิพิธภัณฑ์

(28 ธ.ค.61) ดร.สมศักดิ์ ตันติเศรณี นายกเทศมนตรีนครสงขลา เปิดเผย“ผู้สื่อข่าว”จากกรณีคนร้ายวางระเบิดรูปปั้นนางเงือกบริเวณชายหาดแหลมสมิหลาอ.เมืองสงขลาเมื่อคืนวันที่26 ธ.ค.61ที่ผ่านมา ได้รับความเสียหายบริเวณส่วนหางขาดตามข่าวที่นำเสนอไปแล้วนั้น วันนี้เจ้าหน้าที่ยังคงทำการซ่อมต่อจากเมื่อคืนที่ยังไม่เรียบร้อย โดยเมื่อคืนมีการเสริมความมั่นคงของฐานที่ตั้งรูปปั้นนางเงือก ซึ่งฐานที่ตั้งรูปปั้นนางเงือกเป็นโขดหินธรรมชาติ โดยใช้วัสดุที่มีความแข็งแรงทนทานมากกว่าของเดิมที่ถูกน้ำทะเลกัดเซาะจนผุกร่อนไปตามอายุของนางเงือก 52 ปี

“วันนี้ก็จะเป็นเชื่อมประสานระหว่างทองเหลืองบริเวณส่วนหางที่ถูกระเบิดขาดไป ทุกอย่างจะจบภายในวันนี้ (28 ธ.ค.61) เพื่อให้นักท่องเที่ยวชมความสวยงามของนางเงือกได้เหมือนเดิม”

ดร.สมศักดิ์ กล่าวและว่า หลังจากที่มีการนำเสนอข่าวนางเงือกทองถูกวางระเบิดจนถึงเจ้าหน้าที่ได้ทำการซ่อมแซมผ่านทางสื่อ ปรากฎว่าเกิดปรากฎการณ์ที่คาดไม่นึกก็คือ มีการติดตาม มีการสอบถามการดำเนินการซ่อมรูปปั้นนางเงือกเข้ามาอย่างต่อเนื่องว่าจะเสร็จเมื่อไหร่

กระทั่งมาถึงเช้าวันนี้ ประชาชนในพื้นที่ รวมถึงนักท่องเที่ยวมาเลเซียและสิงคโปร์ เดินทางมาที่หาดสมิหลาเพื่อมาชม และสนใจว่าเกิดอะไรขึ้นกับรูปปั้นนางเงือกกันเป็นจำนวนมาก จนต้องมีการกันพื้นที่เพื่อให้เจ้าหน้าที่ได้ปฏิบัติงานได้สะดวกและแล้วเสร็จเร็วที่สุด
“ตอนนี้เป็นการปลุกกระแสคนทั้งเมืองสงขลา เพราะรูปปั้นนางเงือกเปรียบเหมือนดวงใจของคนสงขลา ตั้งแต่รุ่นพ่อ รุ่นแม่จนถึงรุ่นปัจจุบัน มาเที่ยวพักผ่อนที่หาดสมิหลา และทุกคนที่มาเที่ยวหาดสมิหลาจะมีการบันทึกความทรงจำนั่นคือการถ่ายรูปคู่กับรูปปั้นนางเงือกกันทุกคน”

นายกเทศมนตรีนครสงขลา กล่าวและว่า หลังจากเกิดกระแสคนให้ความสนใจรูปปั้นนางเงือกที่ถูกระเบิดจำนวนมาก ทางเทศบาลนครสงขลาจึงกิจกรรมเพื่อเรียกขวัญและกำลังใจของคนจังหวัดสงขลากลับคืนมา ด้วยการจัดทำบุญตักบาตรวันปีใหม่วันที่ 1 ม.ค.62 ที่บริเวณหาดสมิหลารูปปั้นนางเงือก

ซึ่งเดิมทุกปีพิธีทำบุญตักบาตรจะจัดขึ้นบริเวณย่านเมืองเก่า บริเวณกำแพง หน้าสำนักงานพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติสงขลา เพื่อเรียกขวัญและกำลังใจที่สูญเสียไปเมื่อวันที่ 26 ธ.ค.61 ที่ผ่านมา ให้กลับคืนมา ซึ่งคนจ.สงขลาไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นต้องรวมตัวกันสู้
“เราจะใช้วิกฤติเป็นโอกาสในการปลุกกระแสการท่องเที่ยวสงขลา เนื่องจากหาดสมิหลาและรูปั้นนางเงือกเป็นที่รู้จักของนักท่องเที่ยวทั่วประเทศและต่างประเทศ ซึ่งอยู่คู่กันมากว่า 50ปี เป็นชายหาดที่มีความสวยงามมานาน ตอนนี้กลายเป็นกระแสดังจนทุกคนลืมเหตุระเบิดไปเลย” นายกเทศมนตรีนครสงขลา กล่าว

นายชนินทร์ สาครินทร์ ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดสงขลา กล่าวว่า ดีมากตอนนี้เลยกระแสที่เกิดขึ้นกับการท่องเที่ยว เพราะมันกลายเป็นสิ่งที่รวมใจของคนสงขลาและจังหวัดอื่นๆทั่วประเทศ เพราะครั้งหนึ่งของคนที่มาเที่ยวจังหวัดสงขลาที่แหลมสมิหลาแทบทุกคนมีการถ่ายรูปกับรูปปั้นนางเงือกกันทุกคน

และขณะนี้ก็เริ่มมีการพูดคุยกันในกลุ่มต่างว่าเราคนสงขลาจะใช้โอกาสนี้ทำอะไรเกี่ยวกับนางเงือกให้ดีขึ้นกว่าเดิม ซึ่งมีการหารือกันในกลุ่มว่าเราควรจะร่วมกันทำรูปปั้นนางเงือกใหม่ขึ้นมาอีกอันดีมั๊ย เนื่องจากรูปปั้นนางเงือกเดิมก็มีอายุกว่า 52 ปี ซึ่งมีสภาพที่ผุกร่อนไปตามสภาพ

“ก็เลยคิดกันในกลุ่มเล็กว่าเราจะร่วมกันลงขันในการสร้างรูปปั้นนางเงือกอันใหม่ขึ้นมา แล้วนำรูปปั้นนางเงือกอันเดิมเก็บไว้ในพิพิธภัณฑ์ดีมั๊ย เพราะเป็นรูปั้นที่ประวัติยาวนาน น่าจะต้องเก็บรักษาเอาไว้ให้ดี ก็ประมาณนี้ที่มีการพูดคุยกันในกลุ่มเล็กๆของคนสงขลาในตอนนี้”

ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดสงขลา กล่าวและว่า จากเหตุการณ์ระเบิดนางเงือกเมื่อวันที่ 26 ธ.ค.61ที่ผ่านมากลับกลายเป็นว่ามันไม่กระทบอะไรกับการท่องเที่ยวของจังหวัดสงขลา แต่กลับสร้างกระแสให้คนอยากมาเที่ยวมากยิ่งขึ้น เพราะเหตการณ์ที่เกิดขึ้นไม่ได้ประสงค์ต่อชีวิต แค่ต้องการทำในเชิงสัญญาลักษณืเท่านั้นเอง

“การที่ทำลายสัญญาลักษณ์คือรูปปั้นนางเงือก กลับทำให้คนสงขลามีการรวมตัวกันเหนียวแน่นมากขึ้น มีคนอาสาจำนวนมากในการเข้ามามีส่วนร่วมในกิจกรรมต่างๆเพื่อเป็นขวัญและกำลังใจ หลายๆองค์กรก็มีการนัดหมายกันว่าจะเดินทางมาถ่ายรูปกับรูปปั้นนางเงือกในช่วงเทศกาลปีใหม่นี้” ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดสงขลา กล่าว


แชร์ข่าว :
เพิ่มเพื่อน
Tags: