'เศรษฐพงค์' ฟันธง ประเทศไทย 4.0 อาจฝันค้างถ้าไทยไปไม่ถึง 5G

'เศรษฐพงค์' ฟันธง ประเทศไทย 4.0 อาจฝันค้างถ้าไทยไปไม่ถึง 5G
18 ธันวาคม 2561
4,651

"พ.อ.ดร.เศรษฐพงค์" อดีตรองประธาน กสทช. ฟันธง ประเทศไทย 4.0 อาจฝันค้างถ้าไทยไปไม่ถึง 5G

วันนี้ (18 ธ.ค.) พันเอก ดร.เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ อดีตรองประธานกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทข.) ได้รับเชิญเป็นวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิในการบรรยายในหัวข้อ “5G นำไทยสู่ไทยแลนด์ 4.0” ในงานสัมมนาวิชาการ NBTC Journal 2018

พันเอก ดร.เศรษฐพงค์ ได้กล่าวในการบรรยายว่า “การเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีอย่างรวดเร็ว ทำให้เกิดคำถามอย่างเช่น คนทำงานในโรงงานและพนักงานออฟฟิศที่มีทักษะที่เหมาะสมกับตลาดแรงงานนั้นจะเปลี่ยนไปหรือไม่? พวกเขาเตรียมพร้อมรับมือกับสภาพการจ้างงานที่มาพร้อมกับคำว่า ยุคการปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งที่ 4 หรืออุตสาหกรรม 4.0 แล้วหรือยัง? ยุทธศาสตร์ด้านการพัฒนาทักษะของทรัพยากรมนุษย์รูปแบบใดที่ประเทศต่างๆ ควรนำมาใช้ในการพัฒนาแรงงานในศตวรรษที่ 21? จึงเป็นความท้าทายของผู้นำและผู้บริหารในวันนี้ ดังนั้นเราจึงต้องการผู้นำและผู้บริหารที่เห็นอนาคต และเตรียมการเพื่ออนาคตได้อย่างชัดเจน”

1_97

พันเอก ดร.เศรษฐพงค์ ได้ชี้ด้วยว่า “ประเทศไทยมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องแก้ไขกฎหมายการจัดสรรคลื่นความถี่ 5G อย่างเร่งด่วนให้สำเร็จก่อนปี พ.ศ. 2562 ซึ่งประเทศต่างๆ ทั่วโลกได้มีการเริ่มขยายโครงข่ายระบบ 5G แล้ว ซึ่งอาจจะทำให้ประเทศไทยตกขบวนและไม่สามารถนำพาประเทศไปสู่ไทยแลนด์ 4.0 ได้ เนื่องจากหากยังมีการประมูลคลื่นในรูปแบบเดิม จะทำให้ราคาคลื่น 5G สูงมากแบบไร้เหตุผลในการทำธุรกิจ และจะทำให้ไม่มีผู้ประกอบการรายใดเข้าร่วมประมูล 5G เลย“

เมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา (2018) ประเทศเกาหลีใต้เป็นประเทศแรกของโลก ที่มีการประมูลคลื่นความถี่ 5G ในเชิงพาณิชย์แล้ว ในส่วนของประเทศอื่นๆคาดว่าจะมีการเปิดตัว 5G ในช่วง 3 ปีข้างหน้าในอเมริกาเหนือและในตลาดหลักทั่วทวีปเอเชียและยุโรป ซึ่งประเทศจีน, สหรัฐฯ และญี่ปุ่น จะเป็นประเทศผู้นำในการเชื่อมต่อ 5G ภายในปี 2025 ในขณะที่ในทวีปยุโรปโดยรวมจะยังคงมีการใช้งาน 5G เพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งรวมทั้งประเทศจีน, สหรัฐฯ, ญี่ปุ่น และยุโรป จะมีจำนวนการเชื่อมต่อประมาณร้อยละ 70 ของการเชื่อมต่อ 5G ทั่วโลก ซึ่งมีการคาดการณ์ว่าจะมีการเชื่อมต่อ 5G ทั่วโลกประมาณ 1.2 พันล้านเลขหมาย (จากยอดรวมกว่า 6 พันล้าน)

หลังจากการบรรยาย พันเอก ดร.เศรษฐพงค์ ได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนโดยทิ้งท้ายว่า “ผู้นำและผู้บริหารองค์กรของประเทศในยุคจากนี้ไป จะไม่สามารถที่จะกำหนดทิศทางขององค์กรและประเทศได้อย่างถูกต้อง หากไม่มีความรู้และเข้าใจถึงการเปลี่ยนแปลงอย่างพลิกผันหรือที่เรียกว่า ดิสรับชั่น ซึ่งมีผลกระทบจากการพัฒนาอย่างรวดเร็วด้วยอัตราเร่งของเทคโนโลยีดิจิทัลจากเทคโนโลยี 5G และ AI ดังนั้นไม่น่าแปลกใจเลยว่าประเทศที่จะเป็นมหาอำนาจในทศวรรษต่อจากนี้ไป คือประเทศที่เป็นผู้นำทางด้านเทคโนโลยีเซมิคอนดักเตอร์และไมโครชิพ 5G และ AI”

2_160

ไม่พลาดข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อนกับ LINE @Bangkokbiznews ที่นี่


เพิ่มเพื่อน
แชร์ข่าว :
Tags:

ข่าวที่เกี่ยวข้อง