'ดีเอสไอ' เร่งสอบฮั้วประมูลโครงการปลูกป่าแก่งกระจาน

'ดีเอสไอ' เร่งสอบฮั้วประมูลโครงการปลูกป่าแก่งกระจาน
17 ธันวาคม 2561
3,000

"ดีเอสไอ" เร่งตรวจสอบฮั้วประมูลโครงการปลูกป่าแก่งกระจาน 4,200 ไร่ -สร้างอาคารหน่วยพิทักษ์ป่า จ่อเรียกเอกชนคู่สัญญาให้ปากคำสัปดาห์นี้

เมื่อวันที่ 17 ธ.ค.61 ร.ต.อ.ปิยะ รักสกุล ผอ.ศูนย์บริหารคดีพิเศษ เปิดเผยถึงความคืบหน้าการสอบสวนเรื่องร้องเรียนกรณีนายสมัคร ดอนนาปี อดีตผอ.สำนักอุทยานแห่งชาติ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช ได้ยื่นหนังสือต่อพ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีดีเอสไอ เพื่อขอให้รับสอบสวนโครงการปลูกป่าเพื่อลดปัญหาอุทกภัยและภาวะโรคร้อนในพื้นที่ป่าแก่งกระจานเฉลิมพระเกียรติฯ จำนวน 4 แปลง เนื้อที่ 4,200 ไร่ ในจ.เพชรบุรี หลังพบข้อมูลว่ากรมอุทยานสัตว์ป่าและพันธ์พืช ได้ว่าจ้างบริษัทเอกชนรายหนึ่งให้เป็นคู่สัญญาในวงเงินงบประมาณ 15 ล้านบาทว่า ขณะนี้อธิบดีดีเอสไอได้มอบหมายให้กองปฏิบัติการคดีพิเศษภาค และศูนย์ปฏิบัติการคดีพิเศษเขตพื้นที่ 7 จ.นครปฐม รับผิดชอบเข้าตรวจสอบข้อเท็จจริงว่าสภาพพื้นที่ป่าดังกล่าวยังมีสภาพสมบูรณ์อยู่หรือไม่ มีเส้นทางคมนาคม หรือมีทางเดินเข้าไปปลูกป่าหรือไม่ เนื่องจากผู้ร้องเรียนได้ระบุว่าพื้นที่ดังกล่าวอยู่ในเขตภูเขาสูงชันและการเดินทางเข้าไปในพื้นที่ปลูกป่าต้องใช้เวลานาน การจะขนกล้าไม้และวัสดุเข้าไปทำได้ยาก โดยขณะนี้พนักงานสอบสวนเริ่มเรียกสอบพยานฝ่ายผู้ร้องไปบ้างแล้ว

รายงานข่าวจากดีเอสไอ ระบุว่า จากการสอบข้อเท็จจริงเบื้องต้นพบว่าบริษัทเอกชนที่เป็นคู่สัญญา เคยเป็นคู่สัญญาปลูกป่ากับหน่วยงานรัฐอื่นด้วย ขณะนี้ดีเอสไอได้รายชื่อบริษัทเอกชนที่เป็นคู่สัญญาแล้ว ส่วนการที่มีประเด็นข้อสงสัยจากผู้ร้องว่าบริษัทเอกชนรายนี้เป็นนอมินีของใครหรือไม่ พนักงานสอบสวนจะเรียกเอกชนมาสอบภายในสัปดาห์นี้

สำหรับคดีดังกล่าวนายสมัคร ได้ยื่นคำร้องให้ดีเอสไอตรวจสอบเมื่อวันที่ 24 ต.ค.ที่ผ่านมา โดยขอให้ดีเอสไอตรวจสอบใน 2 ประเด็น คือขอให้สอบผู้มีอิทธิพลและการฮั้วประมูลในโครงการปลูกป่าเฉลิมพระเกียรติ 84 พรรษา ปี 2554 และขอให้ตรวจสอบโครงการก่อสร้างอาคารที่ทำการหน่วยพิทักษ์ป่าในอุทยานแห่งชาติแก่งกระจานวงเงิน 3.5 ล้านบาท ซึ่งบริษัทเอกชนที่ชนะการประมูลระบุว่าถูกขอยืมชื่อไปใช้ร่วมประมูลและมีการมอบอำนาจให้กับพนักงานราชการของอุทยานฯเป็นผู้เข้าทำสัญญากับอุทยานฯ โดยเฉพาะโครงการปลูกป่าเฉลิมพระเกียรติฯ ได้ตรวจสอบพื้นที่เพาะปลูกตามพิกัดจากภาพถ่ายทางอากาศในแอพพลิเคชั่นกูเกิลพบว่าอุทยานแห่ชาติ แก่งกระจานยังมีสภาพเป็นป่าสมบูรณ์ โอบล้อมด้วยภูเขาสูงไม่มีเส้นทางคมนาคม การขนกล้าไม้เข้าไปปลูกป่าเป็นเรื่องยาก ขณะที่ชาวกะเหรี่ยงและชาวบ้านในพื้นที่ก็ให้ข้อมูลว่าไม่มีผู้ใดรับงานรับจ้างขนกล้าไม้เข้าไปในป่า

ไม่พลาดข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อนกับ LINE @Bangkokbiznews ที่นี่


เพิ่มเพื่อน

แชร์ข่าว :
Tags:

ข่าวที่เกี่ยวข้อง