เดอะ โมนูเมนต์ทองหล่อ ดึง2แบรนด์ลักซ์ชัวรี่ดีไซน์ชั้นนำร่วมแต่งห้อง

เดอะ โมนูเมนต์ทองหล่อ ดึง2แบรนด์ลักซ์ชัวรี่ดีไซน์ชั้นนำร่วมแต่งห้อง
13 ธันวาคม 2561
19,154

นิยามใหม่แห่งการอยู่อาศัยเหนือระดับด้วยพื้นที่กว้างขวาง THE MONUMENT THONG LO โอ่โถงเสมือนบ้านเดี่ยวดึง2 แบรนด์ลักซ์ชัวรี่ดีไซน์ชั้นนำ“Chanintr Living”  และ “Jim Thompson”  รังสรรค์ห้องตัวอย่าง

เดอะ โมนูเมนต์ทองหล่อ (THE MONUMENT THONG LO) คอนโดมิเนียมระดับลักซ์ชัวรี่ติดถนนทองหล่อล่าสุดของแสนสิริ บนพื้นที่กว่า 2 ไร่ โดยมุ่งหมายให้เป็นแลนด์มาร์คอีกแห่งหนึ่งที่สำคัญของย่านนี้ ตัวตึกได้รับการออกแบบอย่างหรูหราและมีเอกลักษณ์ในสถาปัตยกรรมรูปทรง“โมโนลิธ” (Monolith) คือ รูปทรงอาคารเป็นแท่งสมมาตรขึ้นมาจากพื้นดินไปจนถึงยอดตึกเช่นเดียวกับอาคารสูงระฟ้าระดับไอคอนิกในมหานครใหญ่ทั่วโลก เช่น โรงแรมมิลเลนเนียม ฮิลตัน นิวยอร์คอาคารซีแกรม และตึก 432 พาร์ค อเวนิว ที่กรุงนิวยอร์ค หรืออัล ชาร์ค ทาววอร์ ที่ดูไบ ด้วยความสูงถึง 45 ชั้น สูงที่สุดในย่านทองหล่อ ซึ่งจะเป็นแลนด์มาร์คแห่งใหม่ด้วยวิวเมืองแบบพาโนรา รูปทรงสูงตระหง่านที่มั่นคงของตัวตึกแอบซ่อนพื้นที่อยู่อาศัยกว้างขวางโอ่อ่า สะดวกสบาย เป็นส่วนตัวกับจำนวนยูนิตทั้งหมดเพียง 127 ยูนิต โดยแต่ละชั้นมีไม่เกิน 4 ยูนิต และออกแบบให้ทุกองค์ประกอบบนพื้นที่ โดยเฉพาะพื้นที่ส่วนกลางให้มีความใกล้เคียงกับบ้านที่สุด รายล้อมด้วยสวนสีเขียวขนาดใหญ่ เปรียบเสมือนโอเอซิสใจกลางเมืองที่ด้านหน้าโครงการที่สะท้อนกลิ่นอายความคลาสสิกของย่านที่เป็นหัวใจหลักของแบรนด์ ชูจุดเด่นดีไซน์สระว่ายน้ำระดับไอคอนิคสูงถึง 10 เมตร ที่สวยงามประดุจงานประติมากรรมชั้นยอดและบริการบัตเลอร์เหนือระดับ พร้อมดึง 2 แบรนด์ลักซ์ชัวรี่ดีไซน์ชั้นนำด้านการตกแต่ง “Chanintr Living” (ชนินทร์ ลีฟวิ่ง) และ “Jim Thompson” (จิม ทอมป์สัน) รังสรรค์โชว์รูมห้องแต่ง

เดอะ โมนูเมนต์ ทองหล่อ เปิดตัวอย่างเป็นทางการพร้อมห้องตัวอย่างที่ตกแต่งอย่างละเมียดละไมใน 2 สไตล์ ห้องแรกตกแต่งด้วยคอนเซ็ปท์ ‘The Southern Belle’ โดยชนินทร์ ลีฟวิ่ง โดดเด่นด้วยเฟอร์นิเจอร์จากแบรนด์ Hickory Chair(ฮิกกอรี่ แชร์) แบรนด์คราฟท์เฟอร์นิเจอร์ลักซ์ชัวรี่สัญชาติอเมริกาซึ่งออกแบบโดยอินทีเรียดีไซน์เนอร์ระดับโลก‘ซูซาน แคสเลอร์’ (Suzanne Kasler) ที่มีผลงานโดดเด่นด้วยสไตล์คลาสสิคเหนือกาลเวลา ซึ่งเฟอร์นิเจอร์บางชิ้นผลิตขึ้นเป็นพิเศษสำหรับโครงการนี้โดยเฉพาะ อาทิ  เก้าอี้สตูลไม้สีแดง ทำผิวสัมผัสให้คล้ายหนังปลากระเบน และโต๊ะรับประทานอาหารดีไซน์พิเศษนอกจากนี้ ยังใช้เครื่องประดับตกแต่งห้องมาเป็นองค์ประกอบอย่างสับปะรด ซึ่งถือเป็นผลไม้หายากและเป็นสัญลักษณ์แทนความหรูหราบ่งบอกฐานะทางสังคมของชาวยุโรปในอดีต ทั้งยัง

สื่อถึงไมตรีจิตในการต้อนรับแขกผู้มาเยือนอย่างอบอุ่น มาใช้ประดับตกแต่งในหลายๆ มุมของห้อง ตลอดจนเครื่องประดับตกแต่งบ้านที่ล้วนคัดสรรแบรนด์ชั้นนำระดับโลก เช่น หมอนอิง เครื่องใช้บนโต๊ะจาก Hermes เครื่องนอนจาก Fretteและ พรมจาก Safaviehเป็นต้น

อีกห้องหนึ่งได้รับการออกแบบตกแต่งโดยJim Thompson”(จิม ทอมป์สัน) แบรนด์ลักซ์ชัวรี่ระดับโลกแบรนด์แรกจากภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ภายใต้คอนเซ็ปท์ ‘Forbidden Colour’โดดเด่นด้วยความกล้าในการเลือกใช้สีสันที่ฉูดฉาดอย่างลงตัว เช่น การใช้สีเหลืองกับสีดำ ขาว น้ำเงินเข้ม และเขียวมรกต รวมถึงยังเลือกใช้เฟอร์นิเจอร์ เครื่องประดับตกแต่งที่มีความแตกต่างในเรื่องของยุคสมัย ทั้งแบบวินเทจ และสั่งทำขึ้นใหม่มาผสมผสานกันเพื่อให้ความรู้สึกแบบโมเดิร์นคลาสสิคได้อย่างลงตัว พร้อมเพิ่มความลักซ์ชัวรี่ด้วยการกรุผนังห้อง โซฟา เก้าอี้ โครงเตียงนอนด้วยผ้าไหมแท้

เดอะโมนูเมนต์ ทองหล่อ ตีความนิยามของบ้านสำหรับครอบครัวยุคใหม่ และถ่ายทอดผ่านการหยิบจับทุกอารมณ์และองค์ประกอบที่จะทำให้ผู้อยู่อาศัยสัมผัสได้ถึงความกว้างขวาง เป็นส่วนตัว และสะดวกสบายไม่ต่างจากบ้าน มาหลอมรวมไว้ภายในทุกๆ รายละเอียดตารางนิ้วของโครงการความโดดเด่นของพื้นที่ส่วนกลาง ที่ตอบโจทย์การใช้งานใกล้เคียงกับบ้านที่สุด เริ่มจากล็อบบี้ส่วนกลางเสมือนห้องนั่งเล่นขนาดใหญ่ของบ้าน พื้นที่ 150 ตารางเมตร โอ่โถงด้วยเพดานความสูงถึง 5 เมตรเปิดรับวิวสวนสีเขียวเต็มตา คัดสรรแบรนด์เฟอร์นิเจอร์ระดับโลกอย่าง Fendi Casa และ Flexformมาประดับตกแต่ง โดยใช้ไม้ที่ใช้เวลาแปรสภาพถึง 300 ปี แชนเดอเลียร์จากแบรนด์LASVIT(ลาสวิท) มูลค่ากว่า 20 ล้านบาทที่ได้รับการออกแบบเป็นพิเศษเฉพาะสำหรับโครงการนี้ ประดุจดั่งงานศิลปะด้วยเทคนิคพิเศษที่สืบทอดการผลิตแก้วจากรุ่นสู่รุ่นมากว่า 200 ปี และสระว่ายน้ำดีไซน์ระดับไอคอนิกสง่างามในรูปทรงของประติมากรรม แรงบันดาลใจจากต้นไม้ใหญ่ที่มีความสูงถึง 10 เมตร ตัวสระยาว 28 เมตรกว้าง 9.5 เมตร พื้นสระปูด้วยหินไวท์ คลาวด์ (White Cloud) สีขาวดุจก้อนเมฆตัดกับสีฟ้าของน้ำรายล้อมไปด้วยพรรณไม้นานาชนิด เหมาะสำหรับการพักผ่อนหย่อนใจของครอบครัวยุคใหม่ ในพื้นที่ๆ เป็นโอเอซิสใจกลางเมือง (Urban Oasis) อย่างแท้จริง

มอบสัมผัสแห่งความหรูหรา กว้างขวางภายในห้องอันเป็นส่วนตัวสูงสุดตั้งแต่ก้าวแรกที่ออกมาจากลิฟต์สู่โถงทางเข้าด้วย “Welcome Light” เปิดไฟแบบอัตโนมัติด้วยระบบโมชั่นเซ็นเซอร์พื้นโถงปูด้วยหินอ่อนไวท์ วีนัส (White Venus) ต่อกันเป็นลวดลาย Book-matched ประตูเข้าสู่ห้องเป็นประตูบานเฟี้ยมติดกระจกฟาบริคกลาส (Fabric Glass) นอกจากนี้ ยังเพียบพร้อมด้วยอุปกรณ์อำนวยความสะดวกที่เติมเต็มนิยามความหรูหราด้วยวัสดุคุณภาพระดับเวิลด์คลาสและเทคโนโลยีเหนือระดับ เช่น สุขภัณฑ์จาก Gessi(เจสซี่)แบรนด์ระดับท็อปของอิตาลี สวิตช์พร้อมระบบอัตโนมัติจาก Legrand(เลอกรองด์)แบรนด์ฝรั่งเศสที่โดดเด่นด้วยงานดีไซน์

พื้นที่สีเขียวเป็นอีกหนึ่งปัจจัยหลักที่จะทำให้ทุกที่อยู่อาศัยให้ความรู้สึกเสมือนบ้านที่แท้จริงทางโครงการยังคำนึงถึงออกแบบให้มีพื้นที่สีเขียวขนาดถึงกว่า 1,000 ตรม. แบ่งเป็นสวนด้านหน้าและสวนด้านหลัง ต้นไม้ใหญ่อายุกว่า 40 ปีที่มีเส้นผ่านศูนย์กลางลำต้นมากกว่า 2 เมตร ถูกนำมาปลูกภายในสวนจำลอง

แบบมาจากบ้านใหญ่สมัยเก่า ที่มีสวนหน้าบ้านไว้รับแขก ส่วนสวนด้านหลังไว้ใช้เป็นพื้นที่ส่วนตัวของครอบครัว ต้นจามจุรีที่อยู่กับที่ดินเดิมมาเป็นเวลานานกว่า 50 ปี ยังคงถูกเก็บรักษาไว้ให้ความร่มรื่นกับ เป็นร่มไม้ให้เด็กๆ ได้วิ่งเล่น โดย เดอะ โมนูเมนต์ ทองหล่อ ได้ร่วมงานกับบริษัทออกแบบแลนด์สเคป

ชื่อดังอย่าง Tectonix ที่เคยฝากผลงานได้กับ Sofitel So Samuiและ BurasiriThakamในการสร้างสรรค์พื้นที่สีเขียวที่กว้างขวางร่มรื่นที่สุด ในย่านที่มีพื้นที่สีเขียวน้อยของกรุงเทพฯ และอีกหนึ่งความพิเศษเหนือโครงการคอนโดมิเนียมระดับลักซ์ชัวรี่อื่น ๆ คือ “Dog Park” ที่ออกแบบขึ้นมาพิเศษบริเวณสวนด้านหน้าสำหรับครอบครัวที่มีสัตว์เลี้ยง พร้อมเป็นส่วนตัวด้วยการจัดเส้นทางการใช้งานเฉพาะสำหรับสุนัขโดยสัญจรผ่านทางลิฟต์เซอร์วิส

เหนือระดับด้วยบริการบัตเลอร์ประจำโครงการ บริการ Valet Parking และบริการรถตู้ Alphad รองรับการใช้บริการสำหรับครอบครัวคอยให้บริการรับส่งตามต้องการ โดยสามารถจองการใช้งานล่วงหน้าผ่าน Home Service Applicationความโอ่โถงกว้างขวางและฟังก์ชั่นการใช้งานเสมือนบ้านเดี่ยว โครงการประกอบด้วยห้องพัก 3 ประเภท คือ ขนาด 2 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ พื้นที่ 124ตรม. ขนาด 3 ห้องนอน 4 ห้องน้ำ พื้นที่ 252ตรม. และเพนต์เฮาส์ พื้นที่ 508– 662 ตรม. ในราคาเริ่มต้น 300,000 บาทต่อตรม. หรือ 30 ล้านบาทต่อยูนิต นอกจากนี้ ยังออกแบบพื้นที่ภายในห้องให้โอ่โถงกว้างขวางเสมือนบ้านเดี่ยวอย่างห้องนั่งเล่นเพดานสูง 3.3 เมตร ห้องน้ำในห้องนอนมาสเตอร์ของทุกยูนิตเปิดรับวิวกรุงเทพฯ แบบพาโนรามาและมีระเบียงเทอร์เรซพื้นที่ถึง 20 ตรม. ในยูนิตขนาด 3 ห้องนอน

ไม่พลาดข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อนกับ LINE @Bangkokbiznews ที่นี่


เพิ่มเพื่อน
แชร์ข่าว :
Tags: