ชู 'เลย' เป็นจังหวัดท่องเที่ยวต้นแบบ ด้วยอารยสถาปัตย์เพื่อคนทั้งมวล

ชู 'เลย' เป็นจังหวัดท่องเที่ยวต้นแบบ ด้วยอารยสถาปัตย์เพื่อคนทั้งมวล
31 สิงหาคม 2561
3,860

รมว.พม. ลงนาม MOU ชู จ.เลย เป็นจังหวัดท่องเที่ยวต้นแบบด้วยอารยสถาปัตย์เพื่อคนทั้งมวล พร้อมเร่งขับเคลื่อนงานตามนโยบายรัฐบาล เพื่อเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายด้วยทีม พม. (One Home)

เมื่อวันที่ 30 ส.ค. 61 เวลา 13.00 น. พลเอก อนันตพร กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและ ความมั่นคงของมนุษย์ (รมว.พม.) เป็นประธานในพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) และ กิจกรรม Kick off เปิดตัว โครงการ "จังหวัดต้นแบบเมืองเลย เมืองแห่งทะเลภูเขา เมืองท่องเที่ยว และเมืองอารยสถาปัตย์ เพื่อคนทั้งมวล” ซึ่งเป็นโครงการนำร่อง ขยายพื้นที่ตัวอย่างในการปรับปรุงสภาพแวดล้อมและระบบขนส่งมวลชน ที่เอื้อต่อการดำรงชีวิตของคนพิการ โดยมี คณะผู้บริหารกระทรวง พม. และภาคีเครือข่ายด้านคนพิการ จำนวน 300 คน เข้าร่วม อาทิ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กระทรวงวัฒนธรรม กระทรวงคมนาคม กระทรวงมหาดไทย ส่วนราชการจังหวัดเลย องค์กรธุรกิจ องค์กรคนพิการ หน่วยงานในพื้นที่ เขตจังหวัดภาตะวันออกเฉียงเหนือ และสื่อมวลชน ณ พระธาตุศรีสองรัก อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย

รัฐบาล โดยกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ได้ให้ความสำคัญกับกลุ่มคนพิการ ตามอนุสัญญา ว่าด้วยสิทธิของคนพิการและการผลักดันกฎหมายต่างๆ ในการได้รับสิทธิประโยชน์และความคุ้มครอง เพื่อมิให้มีการเลือกปฏิบัติ โดยไม่เป็นธรรม รวมทั้งการออกแบบที่เป็นสากลและเป็นธรรม หรือ Universal Design ที่เติมเต็มความต้องการของมนุษย์ หรือเรียกว่า การออกแบบสำหรับทุกคน (Design for all) เพื่อการมีส่วนร่วมในสังคมได้อย่างเท่าเทียมระหว่างคนพิการและคนปกติทั่วไป ภายใต้แนวคิด "ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง" (Leave no one behind) ทั้งนี้ กระทรวง พม. โดยกรมส่งเสริมและพัฒนา คุณภาพชีวิตคนพิการ (พก.) ได้บูรณาการความร่วมมือกับภาคีเครือข่ายด้านคนพิการตามแนวทางประชารัฐของรัฐบาล อาทิ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กระทรวงวัฒนธรรม กระทรวงคมนาคม กระทรวงมหาดไทย และองค์กรคนพิการ ร่วมกันขับเคลื่อนโครงการ "ชุมชนต้นแบบที่เอื้อต่อการดำรงชีวิตของคนพิการ เพื่อสร้างพื้นที่อารยสถาปัตย์ที่เอื้อต่อการดำรงชีวิตของทุกคน ในสังคม” ภายใต้วิสัยทัศน์ "คนพิการดำรงชีวิตอิสระร่วมกับทุกคนในสังคมอย่างมีความสุข สามารถเข้าถึงสิทธิอย่างเสมอภาคและเท่าเทียมกัน” ตั้งแต่ ปี 2558 เป็นต้นมา

สำหรับวันนี้ กระทรวง พม. โดย พก. ร่วมกับจังหวัดเลย และภาคีเครือข่ายด้านคนพิการ กำหนดจัดพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) และกิจกรรม Kick off เปิดตัวโครงการ "จังหวัดต้นแบบเมืองเลย เมืองแห่งทะเลภูเขา เมืองท่องเที่ยวและเมืองอารยสถาปัตย์ เพื่อคนทั้งมวล” ซึ่งเป็นโครงการนำร่องขยายพื้นที่ตัวอย่างในการปรับปรุงสภาพแวดล้อมและระบบ ขนส่งมวลชนที่เอื้อต่อการดำรงชีวิตของคนพิการ อีกทั้งเป็นการส่งเสริมการปรับสภาพแวดล้อมให้เอื้อต่อการเข้าถึงและการใช้ ประโยชน์ในการดำรงชีวิตและการท่องเที่ยวของคนพิการ ผู้สูงอายุ และคนทุกวัย ในพื้นที่พระธาตุศรีสองรัก อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย ซึ่งเป็นศาสนสถานที่สำคัญและสัญลักษณ์ประจำจังหวัด ที่นักท่องเที่ยวทุกกลุ่มวัยเดินทางมาสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมือง เพื่อความเป็นสิริมงคล

โดยได้ดำเนินการปรับปรุงสภาพแวดล้อมและสิ่งอำนวยความสะดวกภายในบริเวณพระธาตุ ได้แก่ ทางลาด ห้องน้ำ ที่จอดรถคนพิการ ป้ายสัญลักษณ์ และบริการข้อมูลข่าวสาร ผ่านการสนับสนุนงบประมาณจากกองทุนส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ อีกทั้งมีการลงพื้นที่สถานีบริการน้ำมัน ปตท. ภูเรือ เพื่อเยี่ยมชมการจัดสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับคนพิการและผู้สูงอายุ นอกจากนี้ มีการกำหนดแผนขยายการจัดสิ่งอำนวยความสะดวกให้คนพิการ และผู้สูงอายุ ในเส้นทางท่องเที่ยวต่างๆ ของจังหวัดเลย ภายใต้ความร่วมมือประชารัฐในสถานที่ราชการ สถานที่บริการน้ำมัน (ปตท.) ท่าอากาศยาน สถานีขนส่งผู้โดยสาร วัด โรงแรม ร้านอาหาร และสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ และมีเป้าหมายในการดำเนินการ อย่างต่อเนื่อง ด้วยการปรับปรุงสภาพแวดล้อมและสิ่งอำนวยความสะดวกให้ครบทุกจังหวัดทั่วประเทศภายในปี 2561

นอกจากนี้ มีการประชุมรับฟังรายงานสถานการณ์ทางสังคมและรายงานผลการดำเนินงาน พร้อมมอบแนวทาง การขับเคลื่อนงานด้านสังคมในพื้นที่อย่างบูรณาการให้กับทีม พม. หรือทีม One Home ซึ่งประกอบด้วยหน่วยงานสังกัด กระทรวง พม. ในพื้นที่จังหวัดหนองบัวลำภูและเลย โดยได้เน้นย้ำถึงการบูรณาการความร่วมมือในพื้นที่ตามแนวทางประชารัฐ ทั้งภาครัฐ เอกชน และประชาสังคม เพื่อช่วยเหลือและประสานส่งต่อกลุ่มเป้าหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมทั้งเชื่อมโยงความร่วมมือกับภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วนในพื้นที่ การใช้ข้อมูลแผนที่ทางสังคม (Social Map) และฐานข้อมูลอื่นๆ ด้วยเทคโนโลยีสารสนเทศ ที่ทันสมัย รวมทั้งให้ศูนย์ช่วยเหลือสังคม สายด่วน 1300 เป็นอีกช่องทางหนึ่งในการเข้าถึงผู้ประสบปัญหาในภาวะวิกฤต ได้อย่างรวดเร็วทันเหตุการณ์



แชร์ข่าว :
เพิ่มเพื่อน
Tags:

ข่าวที่เกี่ยวข้อง