เศรษฐกิจ

'ลักษณ์' ฟุ้งปีทองของไทยส่งออกข้าวปีนี้ไม่น้อยกว่า 10 ล้านตัน

"ลักษณ์" ฟุ้งปีทองของไทยส่งออกข้าวปีนี้ไม่น้อยกว่า 10 ล้านตัน หลังหลายประเทศประสบภัยพิบัติพื้นที่เพาะปลูกเสียหาย ส่งผลดีราคาข้าวเปลือกในประเทศเล็งขยายนาแปลงใหญ่

เมื่อวันที่ 16 สิงหาคม 2561 นายลักษณ์ วจนานวัช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่าข้าวไทยสร้างชื่อเสียงให้เป็นที่รู้จักทั่วโลก โดยเมื่อปี 2476 ได้มีการส่งประกวดข้าวโลกที่เมืองเรจินา ประเทศแคนนาดา ปรากฎว่าข้าวไทยพันธุ์ปิ่นแก้วได้รับรางวัลที่ 1 นอกจากนั้นข้าวของไทยยังได้รับรางวัลที่ 2,3 และรางวัลอื่น ๆ รวม 11 รางวัล จากทั้งหมด 20 รางวัล ปัจจุบันสมาคมผู้ค้าข้าวโลก (The World Rice Trade Association) ได้จัดการประกวดข้าวที่ดีที่สุดในโลกตั้งแต่ปี 2552 จนถึงปัจจุบันรวม 9 ครั้ง ประเทศที่ไทยก็สามารถคว้ารางวัลชนะเลิศการประกวดข้าวโลกถึง 5 ครั้ง สร้างความภูมิใจให้กับคนไทย

ดังนั้น รัฐบาลโดยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์จึงมีนโยบายพัฒนาภาคการเกษตรของประเทศให้มีความเข้มแข็ง มั่นคง และยั่งยืน โดยเฉพาะข้าวซึ่งเป็นพืชอาหารหลักของคนไทยและมีชาวนาเป็นเกษตรกรกลุ่มใหญ่ของประเทศ ด้วยการส่งเสริมและสนับสนุนให้ชาวนารวมกลุ่มทำนาแบบแปลงใหญ่ มีการบริหารจัดการแปลงอย่างเป็นระบบ เพื่อให้การผลิตมีศักยภาพสูงสุด ต้นทุนการผลิตลดลง อีกทั้งมีการเชื่อมโยงการตลาดเข้ากับการผลิต เพื่อสร้างเสถียรภาพและความเชื่อมั่นในเรื่องราคาที่เป็นธรรมให้กับทุกฝ่าย

สำหรับสถานการณ์ข้าวในปีนี้ หลายประเทศต้องประสบกับปัญหาภัยพิบัติต่าง ๆ ทำให้พื้นที่เพาะปลูกได้รับความเสียหายเป็นจำนวนมาก จึงจำเป็นต้องพึ่งพาการนำเข้าสินค้าข้าวเพื่อเป็นอาหารหลักของชาวเอเชีย จึงน่าจะเป็นปีทองของข้าวไทยอีกปีหนึ่งต่อจากเมื่อปีที่แล้ว ซึ่งไทยส่งออกข้าวทั้งสิ้น 11.63 ล้านตัน คิดเป็นมูลค่ารวม 193,370 ล้านบาท โดยคาดคะเนกันปีนี้น่าจะส่งออกข้าวได้ไม่น้อยกว่า 10 ล้านตัน ซึ่งจะเป็นผลดีต่อราคาข้าวเปลือกในประเทศ พี่น้องชาวนาก็จะได้รับประโยชน์ทั่วหน้ากัน

นายอนัตน์ สุวรรณรัตน์ อธิบดีกรมการข้าว เปิดเผยว่า ผลความก้าวหน้าการส่งเสริมและสนับสนุนการรวมกลุ่มการเกษตรแบบแปลงใหญ่ปัจจุบันมีชาวนาจากทั่วประเทศเข้าร่วมโครงการแล้ว จำนวน 175,647 ราย พื้นที่นา 2,433,172 ไร่ โดยในปีงบประมาณ 2562 มีแผนที่จะขยายพื้นที่เพื่อให้เป็นผลดีต่อชาวนาเพิ่มขึ้น โดยให้ความสำคัญกับศูนย์ข้าวชุมชนเป็นอันดับแรก เนื่องจากเป็นองค์กรชาวนาที่มีความเข้มแข็ง มั่นคง และเป็นศูนย์กลางในการพัฒนาข้าวและชาวนาในแต่ละท้องถิ่นอยู่แล้ว

จึงมีความเหมาะสมจะทำให้โครงการนาแปลงใหญ่ประสบผลสำเร็จได้ดียิ่งขึ้น ซึ่งในขณะนี้มีศูนย์ข้าวชุมชนที่ได้ขึ้นทะเบียนกับกรมการข้าวทั้งสิ้น 1,786 ศูนย์ ในจำนวนนี้ได้เข้าร่วมโครงการนาแปลงใหญ่แล้วจำนวน 368 ศูนย์ การจัดสัมมนาในครั้งนี้ จึงเป็นการสร้างความเข้าใจนโยบายและแนวทางในการพัฒนาศูนย์ข้าวชุมชน หลักการดำเนินงานระบบส่งเสริมการเกษตรแบบแปลงใหญ่ (นาแปลงใหญ่) และถอดบทเรียนของศูนย์ข้าวชุมชนที่ประสบผลสำเร็จในการดำเนินงานระบบส่งเสริมการเกษตรแบบแปลงใหญ่ (นาแปลงใหญ่) นำไปสู่การสร้างรูปแบบการส่งเสริมที่เหมาะสมต่อไป