Daily Strategy (3 ม.ค.61)

3 มกราคม 2561 | โดย บล.เอเชีย เวลท์
1,097

ตลาดต่างประเทศเปิดปีใหม่มายังสดใส

กลยุทธ์การลงทุนวันนี้: คาดว่าตลาดหุ้นไทยยังคงมีปัจจัยบวกหนุนต่อเนื่องในปี 2561 ตามตลาดต่างประเทศ ที่ถูกคาดการณ์ว่าทิศทางตลาดหุ้นทั่วโลกในปี 2561 จะยังคงดีต่อไป อย่างไรก็ตามหากดัชนีตลาดหุ้นไทยปรับตัวขึ้นสูงต่อไปอาจจะมีแรงเทขายทำกำไรออกมาบ้างจากการขายกองทุน LTF, RMF ซึ่งมักเกิดเป็นประจำทุกปีในช่วงเดือน ม.ค. ดังนั้น เรายังเลือกหุ้นประเภท Defensive Stock และหุ้นที่มีแนวโน้มของ Earnings ปี 2561 ที่ดีมากต่อเนื่อง โดยเราเลือก TU เป็น Pick of the day ตามด้วย TASCO และ BANPU กรอบดัชนีตลาดหุ้นในวันนี้ 1,744-1,764 จุด

หุ้นเด่นวันนี้ : TU(ปิด 19.90 บาท,“ซื้อ”, ราคาเป้าหมาย 23.00 บาท)

  • บริษัทรายงานต้นทุนปลาทูน่าในเดือน ธ.ค.60 นี้ ปรับตัวลงเหลือ 1,800 เหรียญสหรัฐฯ ต่อตัน เทียบกับเดือน พ.ย. 60 ที่ 2,000 เหรียญสหรัฐฯ ต่อตัน และเดือน ต.ค. 60 ซึ่งเป็นระดับสูงสุดของปีที่2,300 เหรียญสหรัฐฯ ต่อตัน นับเป็นการปรับลดลงต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 2 โดยต้นทุนปลาทูน่าที่ลดลงน่าจะส่งผลบวกเต็มที่ในไตรมาส1/61  นอกจากนี้บริษัทยังได้รับปัจจัยบวกจากกฎหมายปฏิรูปภาษีของ Trump เนื่องจากมีฐานการผลิตอยู่ในสหรัฐฯ รวมทั้งรายได้และผลประกอบการของ Red Lobster ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของ TU  มีแนวโน้มเติบโตดีตามภาวะเศรษฐกิจสหรัฐฯ ด้วยเช่นกัน เราคาดว่าปัจจัยสนับสนุนเหล่านี้จะช่วยให้บริษัทมีกำไรจากการดำเนินงานในปี 2561 เติบโตประมาณ 19%
  • Price Pattern ของ TU แม้ว่าจะมีแนวโน้มหลักอยู่ในแนวโน้มขาลง (Downtrend) จากการเกิด Monthly Sell Signal แต่ Price Pattern ของ TU กลับมีความแข็งแกร่งทั้งในระยะสั้นและระยะกลางจากการเกิดทั้ง Daily & Weekly Buy Signal เมื่อพิจารณา Price Pattern ของ TU ที่สามารถ Break ด้วยการปิดตลาดเหนือเป้าหมายถัดไปที่ 70 บาทไปได้แล้ว จึงมีเป้าหมายสำคัญอยู่ที่ 20.70 บาท ทั้งนี้ TU มีจุด Stop Loss ระยะสั้นอยู่ที่ 19.10 บาท (แนวต้าน: 20.00, 20.20, 20.40; แนวรับ: 19.70, 19.50, 19.300)

ปัจจัยในประเทศ:

  • กระทรวงการคลังคาดอย่างไม่เป็นทางการ GDP ปี 2561 เติบโต 1% โดยการเริ่มต้นโครงการในเขตระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออกจะเป็นปัจจัยหลักที่ช่วยเร่งเศรษฐกิจไทยในปีนี้ให้เติบโตมากกว่า 4% (บางกอกโพสต์)
  • ยอดตั้งโรงงานใหม่ปี 2560 ลดลง แต่มูลค่าโดยรวมเพิ่มขึ้น กรมโรงงานอุตสาหกรรม (กรอ.) เผย ในปี 2560 มียอดขอใบอนุญาตประกอบกิจการและขยายโรงงานทั้งหมด 5,007 โรง ลดลง 7% YoYขณะที่มูลค่าการลงทุนทั้งหมดเพิ่มขึ้น 2.3% YoYอยู่ที่ 4.93 แสนล้านบาท กรอ.มั่นใจยอดขอโรงงานและมูลค่าการลงทุนในปีนี้จะเพิ่มขึ้น 5-10% YoYซึ่งมีปัจจัยหนุนหลักมาจากโครงการระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (ไทยโพสต์)
  • สศช. (สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจ และสังคมแห่งชาติ) ประเมินเศรษฐกิจไทย ปี 61 โต 1%จากปัจจัยทั้งภายใน-นอกประเทศ มองแนวโน้มลงทุนเอกชนเริ่มมา ชวยให้การจ้างงานกลับภาวะปกติ ขณะ “ทีดีอาร์ไอ” (สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย) ฟันธงเศรษฐกิจโตยกแผง 4 เครื่องยนต์หลัก (การบริโภค, การลงทุนภาคเอกชน, การใช้จ่ายภาครัฐ และการส่งออกสุทธิ) ขยายตัวพร้อมกัน (ที่มา : กรุงเทพธุรกิจ)
  • สภาผู้ส่งออก-หอการค้าประสานเสียงส่งออกปี 61 โตต่อเนื่อง สภาผู้ส่งออก ประเมินโต 5% หอการค้าคาดโต 4-6% อานิสงส์เศรษฐกิจโลกฟื้นต่อเนื่อง ดันความต้องการสินค้าเพิ่ม ยังห่วงบาทแข็งฉุดกำไร (ที่มา : กรุงเทพธุรกิจ)

 

ตลาดต่างประเทศ:(2 ม.ค. 61)

  • ตลาดหุ้นสหรัฐฯ:ดีดตัวขึ้นทำนิวไฮ เพราะได้ปัจจัยหนุนจากการที่นักลงทุนมีมุมมองที่เป็นบวกเกี่ยวกับแนวโน้มของตลาดในปี 2561 รวมข้อมูลที่บ่งชี้ถึงความแข็งแกร่งของภาคการผลิตในสหรัฐฯ ขณะที่ดัชนี Nasdaqปิดที่เหนือระดับ 7,000 จุดเป็นครั้งแรก โดยได้แรงหนุนจากการพุ่งขึ้นของหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี นอกจากนี้ นักลงทุนต่างจับตาเหตุการณ์สำคัญที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในปีนี้ ซึ่งรวมถึงการที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ มีแนวโน้มจะประกาศแผนการก่อสร้างโครงการสาธารณูปโภคขนาดใหญ่ วงเงิน 1 ล้านล้านดอลลาร์ เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจสหรัฐ พร้อมทั้งจับตานโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) หลังจากที่นายเจอโรม พาวเวล ขึ้นมาดำรงตำแหน่งประธานเฟด ต่อจากนางเจเน็ต เยลเลน ในเดือนก.พ.ปีนี้
  • ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI)ภาคการผลิตเดือนธ.ค.ของสหรัฐฯ ปรับตัวขึ้นสู่ระดับ 1 ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนมี.ค. 2558 จากระดับ 53.9 ในเดือนพ.ย. สะท้อนถึงความแข็งแกร่งของภาคการผลิตสหรัฐ ขณะที่คำสั่งซื้อใหม่ในภาคการผลิตปรับตัวสูงขึ้น และการจ้างงานในภาคการผลิตพุ่งขึ้นในอัตราเร็วที่สุดนับตั้งแต่เดือนก.ย. 2557(ที่มา: IHS Markit)

 

สินค้าโภคภัณฑ์:(2 ม.ค. 61)

  • ราคาน้ำมันดิบ:ปิดขยับลง หลังจากมีรายงานว่า ท่อส่งน้ำมันทั้งในลิเบียและทะเลเหนือซึ่งมีกำลังในการลำเลียงน้ำมัน 450,000 บาร์เรลต่อวัน (barrel per day) เริ่มกลับมาดำเนินการอีกครั้ง อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ตึงเครียดในอิหร่านได้ช่วยพยุงราคาน้ำมัน WTI ให้เคลื่อนไหวใกล้ระดับสูงสุดในรอบเกือบ 2 ปี
  • ราคาทองคำ:ปรับตัวขึ้นติดต่อกันเป็นวันที่ 8 และยังคงยืนเหนือระดับ 1,300 ดอลลาร์/ออนซ์ สูงสุดในรอบราว 3 เดือน โดยได้รับปัจจัยหนุนจากการอ่อนค่าของดอลลาร์สหรัฐฯ
  • ดัชนีค่าระวางเรือ BDI(Baltic Dry Index)ปิดวันทำการล่าสุดที่ 1,230 จุด ลดลง 00 จุด หลังจากปิดทำการไปตั้งแต่ 25 ธ.ค. 60 - 1 ม.ค.61

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ไม่พลาดข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อนกับ LINE @Bangkokbiznews ที่นี่


เพิ่มเพื่อน
แชร์ข่าว :
เอกสารประกอบ:
Tags: