โฆษณาร่วง-ออนไลน์ดึงผู้อ่าน นิตยสาร“ปิดตัว”

โฆษณาร่วง-ออนไลน์ดึงผู้อ่าน นิตยสาร“ปิดตัว”
16 ธันวาคม 2560
3,301

เม็ดเงินโฆษณานิตยสารร่วงต่อเนื่อง ปีนี้ติดลบ 34% ค่ายดังทยอยลงแผง มีเดียเอเยนซีแนะปรับตัวเจาะตลาดเฉพาะกลุ่ม มุ่งสื่อสารครบวงจร“ออฟไลน์-ออนไลน์-อีเวนท์” ลุ้นปีหน้าอุตสาหกรรมโฆษณาพลิกโต 10%

การเปลี่ยนแปลงภูมิทัศน์สื่อในยุคดิจิทัล จากการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตของประชากรไทยขยายตัวต่อเนื่อง ปัจจุบันอยู่ที่ 75% ส่งผลต่อพฤติกรรมการเสพข้อมูลข่าวสารและคอนเทนท์ผ่านสื่อออนไลน์เพิ่มขึ้น กระทบสื่อดั้งเดิมที่พึ่งพารายได้จากโฆษณาที่อยู่ในภาวะถดถอย จากการลดลงของจำนวนผู้อ่านที่ย้ายไปยังช่องทางออนไลน์  

เม็ดเงินโฆษณากลุ่มสื่อสิ่งพิมพ์ ทั้งนิตยสารและหนังสือพิมพ์ มีอัตราลดลงต่อเนื่องในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา  ส่งผลให้กลุ่มสื่อสิ่งพิมพ์ โดยเฉพาะ“นิตยสาร” ชื่อดัง ทั้งหัวไทยและหัวนอก ทยอยปิดตัว  ในปี 2559   นิตยสารชื่อดังที่ประกาศปิดตัว เช่น อิมเมจ ,คอสโมโพลิแทน , สกุลไทย , Who, พลอยแกมเพชร ล่าสุด ธ.ค.นี้ “ดิฉัน” และ“คู่สร้างคู่สม” ประกาศลาแผง

หากย้อนดูเม็ดเงินโฆษณาสื่อนิตยสารช่วง  10 ปีผ่านมา พบว่าปี 2550 มีมูลค่าอยู่ที่ 5,903 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 6.42% ของอุตสาหกรรมโฆษณา จากนั้นถดถอยลงอย่างต่อเนื่อง

โฆษณานิตยสารวูบหนัก

กรุ๊ปเอ็ม มีเดีย ธุรกิจเอเยนซีและวางแผนลงทุนสื่อ คาดการณ์ว่า ปี 2560 อุตสาหกรรมโฆษณาจะมีมูลค่า 91,195 ล้านบาท ลดลง 6.5% จากปีก่อน  ขณะที่โฆษณาผ่านสื่อนิตยสาร จะมีมูลค่า 1,600 ล้านบาท มีส่วนแบ่งตลาด 1.75%  

ปี 2561 กรุ๊ปเอ็มประเมินอุตสาหกรรมโฆษณาจะกลับมาฟื้นตัวได้ราว 10% หรือมีมูลค่า 101,115 ล้านบาท จากปัจจัยเศรษฐกิจเริ่มฟื้นตัว ผู้บริโภคมีกำลังจับจ่ายมากขึ้น ส่งผลให้สินค้าและแบรนด์ต่างๆ วางแผนใช้งบโฆษณาผ่านสื่อต่างๆ มากขึ้น แต่ประเมินว่ามูลค่าโฆษณานิตยสารยังคงลดลง มีมูลค่าอยู่ที่ 1,440 ล้านบาท หรือส่วนแบ่งราว 1.38% ของอุตสาหกรรม 

ขณะที่ข้อมูลการใช้งบโฆษณาผ่านสื่อของ นีลเส็น ประเทศไทย ปี 2558 รายงานงบโฆษณานิตยสาร มีมูลค่า 4,227 ล้านบาท ลดลง 14.28% ส่วนปี 2559 มีมูลค่า 2,929 ล้านบาท ลดลง 31% และช่วง 11 เดือนปีนี้ (ม.ค.-พ.ย.) มีมูลค่า 1,784 ล้านบาท ลดลง 34%

ปรับตัวเฉพาะกลุ่ม-สื่อครบวงจร

นายไตรลุจน์ นวะมะรัตน นายกสมาคมมีเดียเอเยนซี่และธุรกิจสื่อแห่งประเทศไทย (MAAT) เปิดเผยว่าเม็ดเงินโฆษณานิตยสารลดลงอย่างต่อเนื่อง มาจากกลุ่มผู้อ่านแมกกาซีนตลาดแมส เช่น กลุ่มแฟชั่น บิวตี้ วัยรุ่น เปลี่ยนพฤติกรรมเสพสื่อผ่านช่องทางออนไลน์ ซึ่งมีคอนเทนท์ฟรีจำนวนมาก เมื่อผู้อ่านลดลงทำให้เม็ดเงินโฆษณานิตยสารลดลงตามไปด้วย  ดังนั้นนิตยสารที่พึ่งพารายได้โฆษณาที่สัดส่วนเกิน 50% จึงไม่สามารถประกอบกิจการต่อไปได้  จากรายได้โฆษณาลดลงอัตราสูง

อย่างไรก็ตามมองว่าแมกกาซีนเฉพาะกลุ่ม หรือ นิช มาร์เก็ต ยังมีกลุ่มผู้อ่านที่ติดตามคอนเทนท์เฉพาะด้าน เช่น รถยนต์  ตกแต่งบ้าน แม่และเด็ก  กลุ่มกีฬา เป็นต้น  แม้งบโฆษณาในกลุ่มนี้จะไม่มากเท่ากลุ่มแมส   แต่ในแมกกาซีนเฉพาะกลุ่ม จะมีรายได้หลักจากยอดขายอีกทาง ทำให้ยังอยู่รอดได้

นอกจากนี้ต้องปรับตัวเป็นแพลตฟอร์มครบวงจร มีสื่อทั้ง แมกกาซีน ช่องทางออนไลน์ และกิจกรรม  เพื่อตอบโจทย์การสื่อสารของสินค้าและแบรนด์ในยุคนี้ ที่ต้องการสื่อสารกับกลุ่มเป้าหมายในทุกช่องทาง รวมทั้งโอกาสในการขายสินค้า

ออนไลน์ดึงผู้อ่าน-งบโฆษณา

นายภวัต เรืองเดชวรชัย ผู้อำนวยการธุรกิจ สายงานการวางแผน และกลยุทธ์สื่อโฆษณา บริษัท มีเดีย อินเทลลิเจนซ์ จํากัด (เอ็มไอ) และรองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท มีเดีย อินไซต์ จำกัด  เปิดเผยว่าเม็ดเงินโฆษณาสื่อดั้งเดิมที่มีอัตราลดลงหลายสื่อ โดยเฉพาะสื่อสิ่งพิมพ์ มาจากปัจจัยการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการเสพสื่อของผู้บริโภคที่ใช้เวลากับสื่อออนไลน์มากขึ้น ทำให้เม็ดเงินโฆษณาย้ายจากสื่อดั้งเดิมไปยังสื่อออนไลน์ โดยเฉพาะสื่อโซเชียล

ปีนี้คาดการณ์งบโฆษณาดิจิทัลอยู่ที่ 12,000 ล้านบาท เติบโต 24% จากปีก่อน  เฟซบุ๊ค ครองส่วนแบ่งสูงสุดที่ 28% ,ยูทูบ 15%  ,เสิร์ช (กูเกิล)11%  ปีหน้ายังมีแนวโน้มขยายตัวต่อเนื่อง

ขณะที่โฆษณาสื่อนิตยสารมีอัตราลดลงตลอด 10 ปีที่ผ่านมา จากช่วงสูงสุดที่มีราว 600 หัวบนแผงหนังสือ  ช่วง 5 ปีที่ผ่านมามีการปิดตัวต่อเนื่อง ซึ่ง 2-3 ปีหลัง เป็นการปิดตัวของแมกกาซีน ชื่อดัง ทั้งหัวไทยและหัวนอก  

“แม้สื่อดั้งเดิมจะได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงในยุคดิจิทัล  แต่เชื่อว่าทุกสื่อที่ปรับตัวยังอยู่รอดได้  รวมทั้งนิตยสารที่ต้องมุ่งสู่ตลาดเฉพาะกลุ่มมากขึ้น   เชื่อว่ายังมีนิตยสารไม่ต่ำกว่า 50 หัวที่อยู่รอดได้”

ปีหน้าลุ้นโฆษณาโตสองหลัก 

นายภวัต กล่าวว่าหลังจากอุตสาหกรรมโฆษณาอยู่ในภาวะถดถอยช่วง 2 ปีนี้(2559-2560) คาดการณ์ปี 2561 จะกลับมาเติบโตอีกครั้งเป็นตัวเลขสองหลัก หรือ 10% เป็นอย่างน้อย จากทิศทางเศรษฐกิจและกำลังซื้อฟื้นตัว 

กลุ่มธุรกิจที่มีแนวโน้มใช้งบโฆษณาเพิ่มขึ้นในปีหน้า เช่น รถยนต์ ที่จะซื้อรถคันใหม่ ทดแทนรถในโครงการคันแรกที่ถือครองครบ 5 ปี , กลุ่มสื่อสาร ที่รุกขยายบริการดาต้า ,มือถือ จากการแข่งขันของแบรนด์ผู้นำในตลาดทั้งไอโฟน ซัมซุง และการรุกทำตลาดของแบรนด์มือถือจากจีน,  กลุ่มสินเชื่อส่วนบุคคล, บริการอินเทอร์เน็ต แบงกิ้ง  ที่เปิดตัวเซอร์วิสใหม่รองรับไลฟ์สไตล์ในยุคดิจิทัลและสังคมไร้เงินสด 

 

ไม่พลาดข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อนกับ LINE @Bangkokbiznews ที่นี่


เพิ่มเพื่อน
แชร์ข่าว :
Tags:

ข่าวที่เกี่ยวข้อง