เศรษฐกิจ

'รมว.พาณิชย์'ถก4สมาคมผู้นำข้าวของฮ่องกง

"รมว.พาณิชย์" เจรจา 4 สมาคมผู้นำเข้าข้าวฮ่องกงขอให้นำเข้าข้าวคุณภาพสูงของไทยเพิ่มขึ้น คาดปีนี้ครองส่วนแบ่งตลาดทะลุเป้า

นางอภิรดี ตันตราภรณ์ รมว.พาณิชย์ เปิดเผยว่า ได้หารือกับ 4 สมาคมผู้นำข้าวของฮ่องกง เพื่อขอให้นำเข้าข้าวจากไทยเพิ่ม โดยเฉพาะข้าวหอมมะลิ รวมไปถึงข้าวคุณภาพสูง และข้าวชนิดพิเศษสำหรับตลาดเฉพาะ เช่น ข้าวไรซ์เบอร์รี่ ข้าวหอมนิล ข้าวสังหยด และข้าวอินทรีย์ ซึ่งกำลังเป็นที่นิยมสำหรับผู้มีรายได้สูง และกลุ่มคนรักสุขภาพในฮ่องกง โดยในปี 60 ประเทศไทยเองส่งออกข้าวรวมทุกประเภทมายังฮ่องกงประมาณปีละ 300,000 ตัน มีส่วนแบ่งการตลาดอยู่มี่ 68% และคาดว่า ทั้งปีจะมีส่วนแบ่งเพิ่มขึ้นจนทะลุเป้าหมายอยู่ที่ 70% แน่นอน

"ในอดีตประเทศไทยเคยส่งออกข้าวมายังฮ่องกงเป็นอันดับหนึ่ง โดยมีส่วนแบ่งการตลาดมากถึง 90% เมื่อช่วงก่อนมีโครงการรับจำนำข้าว แต่หลังจากนั้นก็ถูกแย่งไปเหลือแค่ 40% พอมาในช่วง 2-3 ปีมานี้ รัฐบาลก็ได้มีการเจรจากับผู้นำเข้าข้าว จนทำให้ส่วนแบ่งกลับมาเพิ่มขึ้น โดย ณ ตอนนี้ มีส่วนแบ่งตลาดแล้ว 68% และการมาคุยครั้งนี้ ยังได้มาทำความเข้าใจกับผู้ค้าข้าวว่า ข้าวหอมมะลิของไทยตอนนี้ได้มีการปรับปรุงมาตรฐานใหม่ที่ดีมากขึ้น จึงอยากให้ผู้ค้าข้าวไม่ต้องกังวล และจะมีการกำหนดชื่อเรียกออกมาให้ไม่เกิดความสับสน พร้อมกับหาทางส่งเสริมการขายข้าวผ่านช่องทางอีคอมเมิร์ซมากขึ้น"

ด้านนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ที่ผ่านมาผู้ส่งออกข้าวของไทยก็มีความพร้อมส่งออกข้าว จึงอยากให้ฮ่องกงช่วยนำเข้าข้าวเพิ่มมากขึ้น ส่วนใครมีความต้องการเรื่องอะไรก็ขอให้บอก และอยากให้รู้ว่า การนำเข้าข้าวจากไทยนั้น นอกจากจะได้ข้าวคุณภาพดีไม่เหมือนที่อื่นแล้ว ยังช่วยเหลือชาวนาของประเทศไทยได้มีรายได้เพิ่มขึ้น ซึ่งที่ผ่านมาชาวนาไทยน่าสงสารเพราะเป็นกลุ่มคนที่รายได้ที่รัฐบาลกำลังเข้ามาให้ความช่วยเหลือ ส่วนกรณีของข้าวไทยที่ถูกอ้างว่า มีคุณภาพไม่ดีจนราคาตกนั้น ไม่เป็นความจริง เพราะข้าวของไทยคุณภาพดีมาก แต่ที่ผ่านมาราคาตกไปเพราะการทำนโยบายบางอย่างจนทำให้ข้าวราคาตกไปช่วงหนึ่งเท่านั้น

สำหรับสถานกาณ์การค้าข้าวไทยกับฮ่องกงนั้นในปี 59 ฮ่องกงนำเข้าข้าวจากไทย ปริมาณ 197,000 ตัน เพิ่มขึ่นจากปีก่อน 5.09% ส่วนปี 60 (ม.ค.-ก.พ.) ฮ่องกงนำเข้าข้าวจากไทย 35,528 ตัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันเมื่อปีก่อน 5.16% โดยไทยสามารถครองส่วนแบ่งการตลาดในฮ่องกงได้ 68% ซึ่งปัจจุบันฮ่องกงเองถือเป็นตลาดการค้าข้าวคุณภาพดีที่สำคัญของไทย โดยกรมการค้าต่างประเทศ และสมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย ยังได้ร่วมมือประชาสัมพันธ์ข้าวไทยเชิงรุก เพื่อรักษาและขยายส่วนแบ่งการตลาดเพิ่มขึ้น

อย่างไรก็ตามยังได้หารือกับบริษัท 759 ซึ่งเป็นบริษัทที่ทำร้านสะดวกซื้อของฮ่องกงกว่า 200 สาขา ช่วยนำเข้าสินค้าที่เกี่ยวกับข้าวของไทยมาขายในร้าน เช่น ข้าวหุงสำเร็จรูป และขนมขบเคี้ยวที่ทำจากข้าวและมันสำปะหลัง รวมไปถึงผลิตภัณฑ์อื่นๆ จากไทย ทั้งขิงผง ผลไม้อบแห้ง กาแฟ และน้ำมันรำข้าว ซึ่งจากนี้ไปจะมีการหารือกันกับผู้ผลิตโดยตรง

นอกจากนี้ยังหารือกับบริษัทฮ็อปเชน เพื่อขอให้นำเข้าผัก และผลไม้จากประเทศไทยเพิ่มขึ้นอีก 2 เท่าตัว จากเดิมที่มีมูลค่าการนำเข้ารวมปีละ 500 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ภายในเวลา 2 ปี ซึ่งจากการหารือเอกชนเองก็สนใจที่จะนำเข้าผลไม้เพิ่ม โดยเฉพาะทุเรียนแต่ก็ฝากให้ประเทศไทยช่วยดูแลปัญหาของทุเรียนอ่อน พร้อมกันนี้ยังต้องการนำเข้าผลไม้อื่นๆ เพิ่มเติม เช่น ชมพู่ มังคุด กล้วย และผักต่างๆ ซึ่งถ้าสามารถนำมาขายให้กับเอกชนได้ เชื่อว่า จะเป็นผลดี เพราะประเทศจีนจะนิยมซื้อสินค้าจากฮ่องกง เพราะมองว่า เป็นสินค้าคุณภาพดี