Daily Market Outlook (24 มี.ค.60)

24 มีนาคม 2560 | โดย บล.เอเชีย เวลท์
1,761

เลื่อนลงมติ พรบ.สาธารณสุขของ Trump

คาดหุ้นไทยไม่ไปไหนไกลหลังจากหุ้นสหรัฐร่วงเมื่อคืนจากการที่บรรดา ส.ส. พรรครีพับรีกันเลื่อนการลงมติร่าง พรบ.สาธารณสุขของ Trump ด้วยขาดเสียงสนับสนุนภายในพรรคกันเอง ความล้มเหลวดังกล่าวอาจทำให้การออกกฎหมายลดภาษีและการลงทุนเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจเป็นปัญหาไปด้วย นอกจากนี้ ตลาดยังจะถูกกดดันจากข่าวว่า Trump กำลังจะออกคำสั่งทางการบริหารที่จะแก้ไขสนธิสัญญาการค้าเสรี 14 ฉบับ ซึ่งรวมทั้งที่เกี่ยวข้องกับประเทศในเอเชีย เพื่อช่วยเหลือบริษัทอเมริกันอีกด้วย ภายในประเทศ ข่าวการชะลอ 5 โครงการรถไฟรางคู่เป็นปัจจัยลบต่อความพยายามเร่งลงทุนโครงสร้างพื้นฐานของรัฐบาลไทย

หุ้นเด่นวันนี้: INTUCH (ราคาปิด 55.00 บาท; ซื้อ; ราคาเป้าหมาย AWS ปี 60 78.00 บาท)

บมจ.อินทัช โฮลดิ้งส์ เป็นหุ้นที่รู้กันดีว่ามีปันผลตอบแทนที่สูงในทุกปี ลักษณะหุ้นเชิง defensive แบบนี้เหมาะกับสถานการณ์ที่ตลาดมีความไม่แน่นอนจากความสงสัยเกี่ยวกับนโยบายกระตุ้นการเติบโตของ Trump บริษัทน่าจะได้กระแสเงินสดปันผลของบริษัทลูกคือ ADVANC แม้ ADVANC จะลดอัตราการจ่ายปันผลลงเป็น 70% ของกำไรเพื่อเก็บเงินไว้ลงทุนจากเดิมนโยบายปันผล 100% เราคาดว่า INTUCH จะให้ปันผลตอบแทนสูงถึง 5.7% และ 6.0% ในปี 60 และ 61 ตามลำดับ การได้ใบอนุญาต 900 และ 1800 เมกะเฮิร์ตซ์มาทำให้ ADVANC มีแบนด์วิธของคลื่นเหลือเฟือที่จะบริการลูกค้าให้ดีสำหรับ 3-5 ปีหน้า เพิ่มความสามารถในการแข่งขันและช่วยให้ก้าวเข้าสู่ตลาด 4จีได้อย่างสะดวก ค่าส่วนแบ่งรายได้ก็น่าจะประหยัดลงได้จากการเปลี่ยนมาเป็นระบบใบอนุญาตจากระบบสัมปทาน ด้านธุรกิจ FBB หรือ AIS Fibreก็ได้เติบโตอย่างรวดเร็วจากรายได้แค่ 1 ลบ. ในไตรมาส 4/57 เป็น 380 ลบ. ไตรมาส 4/59 เราเชื่อว่า FBB จะมีสัดส่วนที่มีนัยสำคัญในไม่ช้าเรามองว่าADVANC มีมูลค่าแบรนด์ที่แข็งแกร่งซึ่งจะทำให้ ADVANC สามารถเก็บเกี่ยวรายได้จากการเติบโตของการใช้ข้อมูลอินเทอร์เน็ตได้เมื่อเทียบกับคู่แข่ง บริษัทลูกของ INTUCH อีกบริษัทคือ THCOM ผู้ให้บริการดาวเทียมชั้นนำระดับโลกน่าจะมีรายได้ก้อนใหม่เข้ามาจากลูกค้าใหม่รายสำคัญหลายราย อาทิ Forever Group จากเมียนมาร์และ Hinduja Group จากอินเดีย เราเชื่อว่าอุปสงค์จากลูกค้าเหล่านี้จะช่วยหนุนการเช่าใช้ช่องสัญญาณดาวเทียมได้อย่างดี Price Pattern ของ INTUCH ยังคงมีความแข็งแกร่งในระยะสั้นและระยะกลางจากการเกิดทั้ง Daily & Weekly Buy Signal แต่ยังคงถูกกดดันจากแนวโน้มหลักที่ยังอยู่ในแนวโน้มขาลง (Downtrend) จากการเกิด Monthly Sell Signal เมื่อพิจารณา Price Pattern ของ INTUCH ที่ยังมีความแข็งแกร่งจากการเกิดทั้ง Daily & Weekly Buy Signal มีเป้าหมายแรกอยู่ที่ 57.75 บาท และมีเป้าหมายเบื้องต้นอยู่ที่ 65.25 บาท ตามลำดับ ทั้งนี้ INTUCH มีจุด Stop Loss ระยะสั้นอยู่ที่ 52.75 บาท (แนวต้าน: 55.25, 55.75, 56.00; แนวรับ: 54.75, 54.50, 54.00)

ปัจจัยสำคัญ

ประเด็นในประเทศ:

• ความล่าช้าในโครงการรถไฟรางคู่ 5โครงการ ลดลง อ้างอิงจากแหล่งข่าวในการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) พบว่าอาจต้องใช้เวลาอีกราว 2 ปีในการเปิดประมูลรถไฟรางคู่ได้ ส่วนหนึ่งเนื่องจากความล่าช้าในการกำหนดร่างขอบเขตงาน (Term of Reference: TOR) ฉบับใหม่ ที่จะกินเวลาราว 7-8 เดือน นอกจากนี้ยังเป็นผลจากการแยกสัญญาการติดตั้งระบบส่งสัญญาณออกจากสัญญาหลัก (Bangkok Post)

• คลังมุ่งปฏิรูปห้าด้าน ได้แก่ โครงสร้างพื้นฐานของประเทศ ภาคการผลิต ภาษี เสถียรภาพทางการคลังและความเหลื่อมล้ำ เรื่องโครงสร้างพื้นฐานเป็นประเด็นสำคัญ โดยเฉพาะการคมนาคม เพราะระบบคมนาคมของไทยล้าหลังประเทศอื่นและรัฐมุ่งให้ประเทศเป็นศูนย์กลางคมนาคมของ CLMV ในอนาคต (The Nation)

• ผู้ผลิตยางมะตอยจะถูกตรวจสอบ รมช.พาณิชย์ระบุว่ากระทรวงได้สั่งให้ผู้ผลิตยางมะตอยลดราคาลงเพื่อสะท้อนต้นทุนที่แท้จริงภายในสัปดาห์นี้ หลังจากผู้รับเหมาฯ ร้องเรียนว่าต้นทุนยางมะตอยเพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัวเมื่อเทียบปีก่อนจนกระทบต้นทุนการรับเหมาก่อสร้าง กระทรวงกล่าวว่ารัฐบาลจะสั่งให้นำยางมะตอยเข้าไปอยู่ในรายการสินค้าควบคุมด้วย หากผู้ผลิตมีท่าทีปฏิเสธ (Bangkok Post) ความเห็น: ยางมะตอยมีราคาที่แตกต่างกันขึ้นอยู่กับคุณภาพ โดย TASCO เป็นผู้ผลิตยางมะตอยรายใหญ่ ซึ่งผลิตภัณฑ์ของบริษัทที่จำหน่ายในประเทศจะเป็นเกรดสูงและขายในราคาที่สูง สัดส่วนรายได้ภายในประเทศของ TASCO คิดเป็นสัดส่วนเพียง 25% ของรายได้รวมของบริษัท ส่วนแบ่งการตลาดในประเทศของ TASCO ก็อยู่ในระดับเดียวกับโรงกลั่นเช่น IRPC, TOP, PTTGC เราเชื่อว่าข่าวดังกล่าวจะส่งผลกระทบทางจิตวิทยาต่อ TASCO ในระยะสั้น หลังการชี้แจงของบริษัท สำหรับ TASCO (ราคาปิด 25.50 บาท; ซื้อ; ราคาเป้าหมาย 33.00 บาท)

ต่างประเทศ:

• พรรครีพับลิกันเลื่อนการลงมติเกี่ยวกับร่างกฎหมายอเมริกันเฮลธ์แคร์ ซึ่งมีวัตถุประสงค์ที่จะยกเลิกและใช้แทนโอบามาแคร์ (Affordable Care Act - ACA) เมื่อวันพฤหัส หลังจากที่มีเสียงสนับสนุนในพรรรคไม่เพียงพอต่อการผ่านร่างกฎหมายดังกล่าวจากสภาผู้แทนราษฎร ทั้งนี้จะมีการลงมติรอบใหม่ในวันนี้หรือวันจันทร์หน้าเนื่องจากเผชิญกับความขัดแย้งภายในพรรคเอง (Reuters)

• ทรัมป์จะตรวจสอบข้อตกลงทางการค้า 14 ฉบับใหม่ ประธานาธิบดีทรัมป์เตรียมออกคำสั่งพิเศษเพื่อตรวจสอบใหม่เกี่ยวกับข้อตกลงทางการค้ากับประเทศต่างๆ 14 ฉบับ ซึ่งรวมถึงประเทศในแถบเอชีย เพื่อช่วยเหลือบริษัทอเมริกัน (Reuters)

• พันธบัตรสหรัฐทรงตัวเมื่อวันพฤหัส เนื่องจากนักลงทุนรอผลการลงมติเกี่ยวกับการใช้ร่างกฎหมายอเมริกันเฮลท์แคร์ ซึ่งถูกมองว่าเป็นตัววัดความสามารถในการบริหารของทรัมป์ในการดำเนินการตามเป้าหมายระยะสั้น ราคาผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 10 ปี เพิ่มขึ้น 1/32 อัตราผลตอบแทนอยู่ที่ 2.40% (Reuters)

• ดอลลาร์สหรัฐซื้อขายอยู่ในช่วงแคบๆ เมื่อวันพฤหัส ก่อนการลงมติต่อร่างกฎหมายประกันสุขภาพซึ่งถูกมองว่าเป็นตัวทดสอบความสามารถของทรัมป์ในการออกกฎหมายดังกล่าวและการรักษาสัญญาเกี่ยวกับการปรับลดภาษีและเพิ่มงบใช้จ่าย ดัชนีค่าเงินดอลลาร์ซึ่งวัดค่าเงินดอลลาร์เทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลปิดเปลี่ยนแปลงเล็กน้อยอยู่ที่ระดับ 99.757 (Reuters)

สหรัฐ:

• ดัชนีตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดลบเมื่อวันพฤหัส หลังจากสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐเลื่อนการลงมติเกี่ยวกับร่างกฎหมายประกันสุขภาพ เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้เกิดความไม่แน่ใจเกี่ยวกับความสามารถของทรัมป์ในการทำตามสัญญาในเรื่องอื่น ๆ ซึ่งจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือของสมาชิกพรรครีพับลิกันซึ่งคุมเสียงส่วนใหญ่ในสภาผู้แทนฯ โดยรวมถึงแผนที่ยังไม่ชัดเจนเกี่ยวกับการปรับปรุงระบบภาษีและการลงทุนในโครงการโครงสร้างพื้นฐานของรัฐ (Reuters)

• แคปแลน : ควรจะค่อย ๆ ถอนการกระตุ้นทางการเงิน นายโรเบิร์ต แคปแลน ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) สาขาดัลลัสกล่าวว่าเฟดควรจงใจถอนมาตรการเพื่อหนุนนโยบายทางการเงินแต่อย่างค่อยเป็นค่อยไปตราบเท่าที่เศรษฐกิจยังเติบโต นายแคปเลนยืนยันประมาณการทางเศรษฐกิจของเขาในปีนี้ว่าจะขยายตัว 2% และกล่าวว่าตลาดแรงงานสหรัฐค่อนข้างตึงตัวและเศรษฐกิจกำลังขยายตัวไปสู่เป้าเงินเฟ้อของเฟดที่ระดับ 2% (Reuters)

ยุโรป:

• ตลาดหุ้นยุโรปเมื่อวันพฤหัสบดีปรับตัวสูงขึ้น นำโดยหุ้นกลุ่มท่องเที่ยวและกลุ่มค้าปลีก เนื่องจากนักลงทุนมองล่วงหน้าว่านโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจต่างๆ ของ Donald Trump ปธน. สหรัฐฯ จะสามารถเดินหน้าต่อได้ ก่อนที่จะมีการโหวตในสภา Congress ในเรื่องร่างกฎหมาย Healthcare(Reuters)

เอเชีย:

• ความเชื่อมั่นผู้ผลิตในญี่ปุ่นเดือนมี.ค. สูงขั้นเป็นเดือนที่ 7 ติดต่อกัน สู่ระดับสูงสุดในรอบ 3 ปี จากภาคการส่งออกที่นำให้เศรษฐกิจฟื้นตัว อย่างไรก็ตามความเชื่อมั่นในภาคบริการยังคงทรงตัว อ้างอิงจากโพลล์สำรวจของ Reuters(Reuters)

• Shinzo Abe นายกฯ ญี่ปุ่นเมื่อวันศุกร์กล่าวปฏิเสธถึงการบริจาคเงินให้แก่โรงเรียนรัฐบาลญี่ปุ่น YasunoriKagoikeซึ่งก่อนหน้านี้ทางโรงเรียนออกมากล่าวว่าได้รับเงินบริจาค 1 ล้านเยน (9,000 ดอลลาร์ฯ) จาก Akieซึ่งเป็นภรรยาของ Abe โดยให้ในนามของสามี ทั้งนี้มีการเปิดเผยว่ารัฐบาลได้ขายที่ดินของรัฐให้กับโรงเรียนในราคาที่ต่ำกว่าราคาประเมินเพื่อสร้างโรงเรียนประถม (Reuters)

สินค้าโภคภัณฑ์:

• น้ำมันดิบร่วงวันพฤหัส ลำบากที่จะฟื้นตัวจากจุดต่ำสุดรอบ 4 เดือนเพราะนักลงทุนกังวลที่การลดกำลังการผลิตน้ำมันนำโดย OPEC จะไม่สามารถลดอุปทานที่ล้นเกินโดยรวมของโลกได้ น้ำมันดิบ Brent ลบ 7 เซนต์ ปิด 50.57 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ยืนเหนือจุดต่ำสุดนับแต่ 30 พ.ย. ที่ทำไว้วันพุธที่ 49.71 ดอลลาร์ น้ำมันดิบสหรัฐลบ 27 เซนต์ ปิด 47.77 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล (Reuters)

• ทองคำลดลงวันพฤหัส เพราะดอลลาร์มั่นคงขึ้น ราคาทองคำตลาดจรปิดลบ 0.2% ที่ 1,246.21 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ ถอยจากใกล้จุดสูงสุดของวันที่ 1,253.12 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ อันเป็นจุดสูงสุดนับแต่ 28 ก.พ. ทองคำล่วงหน้าร่วง 0.3% ปิด 1,246.60 ดอลลาร์สหรัฐ (Reuters)




















































ติดตามข่าวสารผ่าน facebook กรุงเทพธุรกิจ เพียง กดถูกใจ

แชร์ข่าว :
เพิ่มเพื่อน
เอกสารประกอบ:
Tags: