พระบารมี 'ในหลวงร.9' เหตุการณ์ '14ตุลาฯ16' จึงสงบ

พระบารมี 'ในหลวงร.9' เหตุการณ์ '14ตุลาฯ16' จึงสงบ
22 ตุลาคม 2559
154,374

คำบอกเล่าของอดีตรมต. "ไอ้ก้านยาว" เหตุการณ์ประวัติศาสตร์ 14ตุลาฯ 16 สงบลง เพราะพระบารมี "ในหลวง รัชกาลที่ 9"

เหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์การเมืองไทย 14 ตุลาคม 2516 เป็นเหตุการณ์ที่นักเรียน นิสิตนักศึกษาและประชาชน ชุมนุมประท้วงรัฐบาล จอมพลถนอม กิตติขจร สาเหตุจากการที่รัฐบาลสั่งจับกุมผู้ต้องหา 13 คน ในข้อหากบฏ หลังจากทั้ง 13 คน ได้ออกมาเรียกร้องรัฐธรรมนูญ่ที่เป็นประชาธิปไตยจากผู้มีอำนาจในขณะนั้น เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้มีผู้บาดเจ็บและล้มตายจำนวนมาก

แต่ด้วยพระบารมีของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ทำให้เหตุการณ์ 14 ตุลาคม 16 สงบลง โดยจอมพลถนอม กิตติขจร ได้ประกาศลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี และเดินทางออกนอกประเทศ พร้อมด้วยจอมพลประภาส จารุเสถียร และ พ.อ.ณรงค์ กิตติขจร จากนั้นพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการแต่งตั้งให้นายสัญญา ธรรมศักดิ์ เป็นนายกรัฐมนตรี

เรื่องนี้ “ไอ้ก้านยาว” ประพัฒน์ แซ่ฉั่ว นิสิต ชั้นปีที่ 3 คณะวนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ในขณะนั้น หรือนายประพัฒน์ ปัญญาชาติรักษ์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และประสภาเกษตรกรแห่งชาติ คนปัจจุบัน ซึ่งเป็นผู้ที่ถือท่อนไม้ยืนประจันหน้ากับทหารที่ในมือถือปืน เอ็ม 16 และภาพดังกล่าวถูกกล่าวขานถึงปัจจุบัน

นายประพัฒน์ หรือไอ้ก้าวยาว เล่าว่า พระบารมีของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ทำให้ไทยผ่านเหตุการณ์ 14 ตุลาฯ 16 มาได้ ซึ่งช่วงหลังเที่ยงคืนวันที่ 13 ตุลาฯ ต่อเนื่องถึงเช้าวันที่ 14 ตุลาฯ 16 ขณะที่ผู้ชุมนุมสลายตัวก็เกิดเหตุรุนแรงขึ้นที่ถนนหน้าพระราชวังสวนจิตรลดา ช่วงถนนพระราม 5 ใกล้ถนนราชวิถี เกิดเหตุการปะทะกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ กลุ่มผู้ประท้วงจำนวนได้เข้าไปหลบภัย่ในเขตพระราชวังสวนจิตรลดา โดยมาทราบที่หลังว่าพระองศ์ท่านเป็นผู้สั่งให้มหาดเล็กมาเปิดประตูให้ประชาชนเข้าไปหลบข้างใน

จากนั้น ช่วงค่ำของวันที่ 14 ตุลาฯ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ทรงมีกระแสพระราชดำรัส แก่ชาวไทยทั้งประเทศ และเรียกวันที่ 14 ตุลาฯว่า เป็นวันมหาวิปโยคและเป็นวันที่่น่าเศร้าสลดยิ่งในประวัติศาสตร์ชาติไทย ความรุนแรงทวีขึ้นทั่วพระนครถึงขั้นจลาจลและมีคนไทยด้วยกันเสียชีวิตนับร้อย พระองค์ท่านได้ขอให้ทุกฝ่ายทุกคนระงับเหตุรุนแรงด้วยการตั้งสติเพื่อให้ชาติบ้านเมืองคืนอยู่ในสภาพปกติ พระบารมีของพระองค์ท่านทำให้จอมพลถนอม กิตติขจร ยอมลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีและเดินทางออกนอกประเทศ

นายประพัฒน์ เล่าต่อว่า เขาถูกยิงเมื่อวันที่ 14 ตุลาฯ ที่บริเวณใกล้โรงแรมรัตนโกสินทร์ และถูกส่งตัวไปรักษาที่่โรงพยาบาลศิริราช ช่วงนั้นที่รักษาในโรงพยาบาล ในหลวง รัชกาลที่ 9 และสมเด็จพระราชินี ได้เสด็จมาเยี่ยมผู้บาดเจ็บจากเหตุการณ์ 14 ตุลาฯที่โรงพยาบาลศิริราช ท่านทรงจับมือที่เขาพนมอยู่ และทรงตรัสถามว่าเจ็บหรือเปล่า ด้วยที่เขาไม่รู้ราชาศัพท์เขาก็ตอบพระองค์ท่านว่า เจ็บครับ และคราวนั้นสมเด็จย่าท่านก็ทรงมาเยี่ยมด้วย

หลังจากเขาออกจากโรงพยาบาลและกลับมาเรียน ชั้นปีที่ 4 คณะวนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ สำนักพระราชวัง ได้ติดต่อมาที่คณะวนศาสตร์ และถามว่าเขาอยากได้นามสกุลพระราชทานหรือไม่ ซึ่งเดิมเขานามสกุล แซ่ฉั่ว และเขาก็อยากได้นามสกุลใหม่ ทางรองคณบดีคณะวนศาสตร์ สมัยนั้น จึงช่วยร่างหนังสือส่งให้ทางสำนักพระราชวัง จนได้รับนามสกุลใหม่ว่า “ปัญญาชาติรักษ์” แปลว่า รักษาชาติด้วยปัญญา

ด้วยพระบารมีของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ทำให้เหตุการณ์ประวัติศาสตร์ 14 ตุลาฯ สงบลงและผ่านมาได้ เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้ ไอ้ก้านยาว หรือ นายประพัฒน์ แซ่ฉั่ว ได้นามสกุลใหม่ “ปัญญาชาติรักษ์” ซึ่งเป็นนามสกุลพระราชทานจาก ในหลวง รัชกาลที่ 9

ไม่พลาดข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อนกับ LINE @Bangkokbiznews ที่นี่


เพิ่มเพื่อน

  • 1/2
  • 2/2
แชร์ข่าว :
Tags:

ข่าวที่เกี่ยวข้อง