ประกาศ กสทช. จัดการโทรฯโฆษณาให้รําคาญ-ค้ากําไรเกินควร

ประกาศ กสทช. จัดการโทรฯโฆษณาให้รําคาญ-ค้ากําไรเกินควร
9 กันยายน 2558
7,620

กสทช. ลุย! ประกาศ "การกระทําที่น่าจะเป็นการเอาเปรียบผู้บริโภคในกิจการโทรคมนาคม ลักษณะเป็นการค้ากําไรเกินควร หรือก่อให้เดือดร้อนรําคาญ"

ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ (9ก.ย.) ประกาศคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ เรื่อง การกระทําที่น่าจะเป็นการเอาเปรียบผู้บริโภคในกิจการโทรคมนาคม โดยอาศัยการใช้เครือข่ายหรือการโฆษณาอันมีลักษณะเป็นการค้ากําไรเกินควร หรือก่อให้เกิดความเดือดร้อนรําคาญ พ.ศ. ๒๕๕๘

โดยที่เห็นเป็นการสมควรกําหนดมาตรการคุ้มครองสิทธิผู้บริโภค เพื่อมิให้ผู้ประกอบกิจการโทรคมนาคมดําเนินการใด ๆ ในประการที่น่าจะเป็นการเอาเปรียบผู้บริโภค โดยอาศัยการใช้เครือข่ายหรือการโฆษณาอันมีลักษณะเป็นการค้ากําไรเกินควร หรือก่อให้เกิดความเดือดร้อนรําคาญ

อาศัยอํานาจตามความในมาตรา ๒๗ (๖) (๑๓) และ (๒๔) และมาตรา ๓๑ วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกํากับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. ๒๕๕๓ คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ จึงออกประกาศกําหนดมาตรการคุ้มครองผู้บริโภคเกี่ยวกับการกระทําที่น่าจะเป็นการเอาเปรียบผู้บริโภคในกิจการโทรคมนาคมไว้ ดังต่อไปนี้

ข้อ ๑ ประกาศนี้เรียกว่า “ประกาศคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ เรื่อง การกระทําที่น่าจะเป็นการเอาเปรียบผู้บริโภคในกิจการโทรคมนาคม โดยอาศัยการใช้เครือข่ายหรือการโฆษณาอันมีลักษณะเป็นการค้ากําไรเกินควร หรือก่อให้เกิดความเดือดร้อนรําคาญ พ.ศ. ๒๕๕๘”
ข้อ ๒ บรรดาประกาศ ระเบียบ ข้อบังคับ และคําสั่งอื่นใด ในส่วนที่มีกําหนดไว้แล้วในประกาศนี้ หรือซึ่งขัดหรือแย้งกับประกาศนี้ ให้ใช้ประกาศนี้แทน
ข้อ ๓ ประกาศนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
ข้อ ๔ ในประกาศนี้
“คณะกรรมการ” หมายความว่า คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ
“สํานักงาน” หมายความว่า สํานักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ
“ผู้ประกอบกิจการโทรคมนาคม” หมายความว่า ผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคมตามกฎหมายว่าด้วยการประกอบกิจการโทรคมนาคม และให้หมายความรวมถึงผู้ได้รับอนุญาต สัมปทานหรือสัญญาจากการสื่อสารแห่งประเทศไทย หรือองค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทย อยู่ก่อนวันที่พระราชบัญญัติการประกอบกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. ๒๕๔๔ ใช้บังคับ

“ผู้บริโภค” หมายความว่า ผู้ซื้อหรือผู้ได้รับบริการจากผู้ประกอบกิจการโทรคมนาคม หรือผู้ซึ่งได้รับการเสนอหรือการชักชวนผ่านโครงข่ายโทรคมนาคมจากผู้ประกอบกิจการโทรคมนาคมเพื่อให้ซื้อสินค้าหรือรับบริการ และหมายความรวมถึงผู้ใช้สินค้าหรือผู้ได้รับบริการจากผู้ประกอบกิจการโทรคมนาคมโดยชอบ แม้มิได้เป็นผู้เสียค่าตอบแทนก็ตาม
“การใช้เครือข่าย” หมายความว่า การใช้เครือข่ายโทรคมนาคมของผู้ประกอบกิจการโทรคมนาคมในการติดต่อสื่อสาร แลกเปลี่ยนข้อมูล และให้บริการโทรคมนาคมไปยังผู้บริโภค
“การโฆษณา” หมายความว่า การกระทําไม่ว่าด้วยวิธีการใด ๆ ให้ประชาชนเห็น ได้ยินหรือทราบข้อความเพื่อประโยชน์ในทางการค้า ในลักษณะโน้มน้าว จูงใจผู้บริโภค ให้เห็นคุณภาพของบริการเพื่อประโยชน์ในการแสวงหากําไรในทางธุรกิจโทรคมนาคม และหมายความรวมถึงกิจกรรมส่งเสริมการตลาดผ่านสื่อต่าง ๆ ที่จัดโดยผู้ประกอบกิจการโทรคมนาคมหรือตัวแทน หรือคู่ค้าของผู้ประกอบกิจการโทรคมนาคม รวมถึงตัวแทนช่วงตลอดสาย ซึ่งได้รับมอบหมายให้ดําเนินการ
ข้อ ๕ ในกรณีที่ผู้ประกอบกิจการโทรคมนาคมดําเนินการใด ๆ ในประการที่น่าจะเป็นการเอาเปรียบผู้บริโภค โดยอาศัยการใช้เครือข่ายหรือการโฆษณาอันมีลักษณะเป็นการค้ากําไรเกินควรหรือก่อให้เกิดความเดือดร้อนรําคาญ ไม่ว่าด้วยวิธีการใดตามที่คณะกรรมการกําหนดไว้ในประกาศนี้คณะกรรมการมีอํานาจสั่งระงับการดําเนินการดังกล่าวได้การดําเนินการตามแนวทางดังต่อไปนี้ ถือเป็นการกระทําในประการที่น่าจะเป็นการเอาเปรียบ
ผู้บริโภคตามวรรคหนึ่ง
(๑) การกระทําโดยไม่แจ้งให้ผู้บริโภคทราบรายละเอียดของบริการโทรคมนาคมในแต่ละบริการอย่างชัดเจนและครบถ้วน เพื่อให้ผู้บริโภคทราบและใช้เป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจในการเข้าทําสัญญาและเลือกใช้บริการได้อย่างถูกต้อง
(๒) การกําหนดเงื่อนไขในลักษณะที่เป็นการบังคับโดยทางตรงหรือทางอ้อม ให้ผู้บริโภคต้องใช้บริการโทรคมนาคมโดยผู้บริโภคไม่ประสงค์จะใช้บริการนั้น หรือเป็นเหตุให้ผู้บริโภคต้องรับภาระค่าบริการที่เพิ่มขึ้น หรือการกระทําที่มีลักษณะเป็นการจํากัดโอกาสในการเลือกซื้อหรือเลือกใช้บริการโทรคมนาคมของผู้บริโภคในการใช้บริการนั้น
(๓) การโฆษณาในลักษณะเกินจริง หรือก่อให้เกิดความเข้าใจผิดในสาระสําคัญเกี่ยวกับบริการทั้งโดยตรงหรือโดยอ้อม
(๔) การกําหนดเงื่อนไขในการคิดค่าบริการที่ไม่เป็นธรรม หรือมีลักษณะเป็นการค้ากําไรเกินควรเป็นผลให้ผู้บริโภคเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น
(๕) การกระทําโดยการโทรศัพท์หรือส่งข้อความการโฆษณามายังเครื่องโทรคมนาคมหรืออุปกรณ์ของผู้บริโภคจนก่อให้เกิดความเดือดร้อนรําคาญแก่ผู้บริโภค หรือโดยมิได้รับอนุญาตหรือความยินยอมจากผู้บริโภค เว้นแต่เป็นการแจ้งเงื่อนไขการให้บริการหรือข้อมูลเกี่ยวกับการใช้บริการของ
ผู้บริโภค หรือแจ้งเหตุเพื่อป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย หรือกรณีเกิดเหตุฉุกเฉินและภัยพิบัติรวมถึงเพื่อประโยชน์สาธารณะ
(๖) กรณีอื่นใดตามที่คณะกรรมการเห็นสมควรการดําเนินการที่ถือเป็นการกระทําที่น่าจะเป็นการเอาเปรียบผู้บริโภคตามวรรคสองมีตัวอย่างปรากฏตามภาคผนวกแนบท้ายประกาศนี้
ข้อ ๖ กรณีที่ผู้ประกอบกิจการโทรคมนาคมรายหนึ่งรายใดดําเนินการในประการที่น่าจะเป็นการเอาเปรียบผู้บริโภคตามประกาศนี้ ผู้บริโภคที่ได้รับความเดือดร้อนหรือเสียหายมีสิทธิร้องเรียนต่อคณะกรรมการตามประกาศที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการรับเรื่องร้องเรียนและพิจารณาเรื่องร้องเรียนของผู้ใช้บริการในกรณีที่มีเหตุอันควรสงสัยว่าผู้ประกอบกิจการโทรคมนาคมรายใดดําเนินการในประการที่น่าจะเป็นการเอาเปรียบผู้บริโภคตามประกาศนี้ ให้สํานักงานดําเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริง ดังต่อไปนี้
(๑) แจ้งผู้ประกอบกิจการโทรคมนาคมเพื่อให้ชี้แจงข้อเท็จจริง พร้อมแสดงพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้องต่อสํานักงานภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้ง เมื่อสํานักงานได้รับข้อมูลและพยานหลักฐานครบถ้วนแล้ว ให้สํานักงานดําเนินการวิเคราะห์ และเสนอความเห็นต่อคณะกรรมการ
(๒) หากผู้ประกอบกิจการโทรคมนาคมไม่ดําเนินการชี้แจง หรือไม่แสดงพยานหลักฐานภายในเวลาที่กําหนดตาม (๑) ให้สํานักงานพิจารณาตามเอกสารหลักฐานและข้อเท็จจริงที่ปรากฏ และเสนอความเห็นต่อคณะกรรมการ
ข้อ ๗ กรณีที่คณะกรรมการเห็นว่าผู้ประกอบกิจการโทรคมนาคมดําเนินการใด ๆ ในประการที่น่าจะเป็นการเอาเปรียบผู้บริโภค ให้มีคําสั่งให้ผู้ประกอบกิจการโทรคมนาคมนั้นระงับการดําเนินการดังกล่าวโดยทันที
ข้อ ๘ กรณีผู้ประกอบกิจการโทรคมนาคมฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามคําสั่งคณะกรรมการตามข้อ ๗ ให้คณะกรรมการปรับทางปกครองไม่เกินห้าล้านบาท และในกรณีที่ผู้ประกอบกิจการโทรคมนาคมยังคงฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามคําสั่งคณะกรรมการต่อไป ให้คณะกรรมการปรับทางปกครองอีกวันละไม่เกินหนึ่งแสนบาท ตลอดเวลาที่ยังมิได้ปฏิบัติตามคําสั่งนั้น ตามมาตรา ๗๗ แห่งพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกํากับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. ๒๕๕๓

ประกาศ ณ วันที่ ๓๑ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๕๘
พลอากาศเอก ธเรศ ปุณศรี
ประธานกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ



แชร์ข่าว :
เพิ่มเพื่อน
Tags:

ข่าวที่เกี่ยวข้อง