'โชค บูลกุล'ควบ Real Sector ฝ่ามายาธุรกิจ

'โชค บูลกุล'ควบ Real Sector ฝ่ามายาธุรกิจ
21 พฤษภาคม 2557 | โดย ประกายดาว แบ่งสันเทียะ
7,113

“โชค บูลกุล” นักธุรกิจ มาดคาวบอยล้างหนี้ฟื้นธุรกิจเกษตร "ฟาร์มโชคชัย" สู่ธุรกิจท่องเที่ยวบนเนื้อที่ 2 หมื่นไร่ ไม่ยี่หระต่อทุนอสังหาฯ

ไม่ผิดนักหากจะบอกว่า ฟาร์มโชคชัย เนื้อที่ 2 หมื่นไร่ ผืนหญ้ากว้างใหญ่เขียวชอุ่มสุดลูกหูลูกตาแห่งนี้ คือพื้นที่ดินเอกชนที่มีพื้นที่กว้างขวางที่สุดแห่งเดียวในเขาใหญ่ สต๊าฟคาวบอยฟาร์มโชคชัยขับรถตู้พาเราวนดูที่ดิน 4 แปลงของฟาร์มโชคชัย ที่ถูกใช้อย่างเต็มที่ประสิทธิภาพ กับธุรกิจเกษตรร่วมสมัย ผสมผสานการใช้งานตั้งแต่เลี้ยงวัว 3,000 ตัว ปลูกข้าวโพด ปลูกผัก ปลูกข้าว ปลูกหญ้า และท่องเที่ยว

หนุ่มนักธุรกิจนอกตำรา กบฏผู้คิดต่างจากการดำเนินธุรกิจแบบเดิมๆ “โชค บูลกุล” กรรมการผู้จัดการ กลุ่มบริษัทฟาร์มโชคชัย ปรากฏตัวขึ้นตรงหน้าตามเวลานัดหมาย ท่ามกลางบรรยากาศร่มรื่น หน้าลานกางเต็นท์ ธุรกิจที่รุ่นเขาพัฒนาต่อยอดจากที่ดินของพ่อ

แน่นอนเขามาพร้อมกับหมวกทรงคาวบอย สัญลักษณ์ประจำกาย เพียงแต่วันนี้เขาไม่ได้อยู่บนหลังม้า หลังจากที่เพิ่งสอนลูกหัดขี่ม้าเพื่อปลูกฝังความเป็นคาวบอยรุ่นเล็ก ไปสดๆ ร้อนๆ

โชคบอกสำหรับเขา "ม้า" คือส่วนประกอบสำคัญในชีวิตและธุรกิจหลายด้าน อันดับแรก เริ่มต้นจากตัวเขาเอง เกิดปีมะเมีย หรือปีม้า และม้าคือพาหนะคู่ใจของคาวบอย คนทำฟาร์มวัว ม้า ยังเป็นชื่อแซ่ต้นตระกูล แซ่หม่า ซึ่งแปลว่า ม้า

และสุดท้ายความหมายของม้า คือสัญลักษณ์ของการพุ่งทะยานไปข้างหน้า !!

ม้า ยังเป็นตัวแทนของธุรกิจเกษตรร่วมสมัยของ "ฟาร์มโชคชัย" ตึกใหม่ล่าสุดที่ถูกสร้างขึ้นเป็นทั้งตึกอนุสรณ์ และโรงงานแห่งใหม่จึงเป็นรูปม้าชื่อ "อาชาไนย" คล้ายจะเป็นการประกาศชัยชนะที่ธุรกิจสามารถฟันฝ่าอุปสรรคต่างๆ มาได้

โชค จบปริญญาตรี สัตวศาสตร์ เทคโนโลยี และบริหารธุรกิจการเกษตรอุตสาหกรรม จาก “The University of Vermont” เขาถือเป็นนักธุรกิจผู้มีความคิดสร้างสรรค์ธุรกิจ ไม่เพียงในระดับประเทศ ในระดับเวทีโลกเขายังเคยถูกเลือกจากนิตยสาร Asia Week ให้เป็น 1 ใน 25 นักธุรกิจสายพันธุ์ใหม่แห่งเอเชีย ในปี 2543

ย้อนกลับไปปี 2537 คือ ช่วงเวลาที่ยากลำบากหลังโชคเพิ่งพ้นรั้วมหาวิทยาลัย ต้องมารับช่วงกิจการต่อจากพ่อ ทั้งที่ยังอยู่ในรอยต่อวิกฤติธุรกิจเกษตร

แผนแรกจึงทำอะไรไม่ได้มากไปกว่าตัดขายธุรกิจนมแบรนด์ "โชคชัย" เพื่อล้างหนี้ 500 ล้านบาท

ฟาร์มโชคชัยในยุคเจน 2 แตกไลน์ธุรกิจอุตสาหกรรมแปรรูปนมแบรนด์ อืมม!..มิลล์ (Umm!..Milk) เชื่อมต่อกับธุรกิจท่องเที่ยวหลากหลายแขนง เช่น ที่พักกางเต็นท์ ภัตตาคาร ร้านอาหาร ของที่ระลึก โดยมีกลุ่มตลาดคือนักท่องเที่ยว ซึ่งถือเป็นกลยุทธ์ตลาดที่ประสบความสำเร็จด้านยอดขาย

ปัจจุบันธุรกิจฟาร์มโชคชัยของโชค มีอยู่ด้วยกัน 7 กลุ่มบริษัท รวมมูลค่าไม่ต่ำกว่า 2,000 ล้านบาท ประกอบด้วย โชคชัยอินเตอร์เนชั่นแนล ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ มรดกพื้นที่ อาคารของต้นตระกูลบูลกุล,โชคชัยฟู้ดแอนด์เรสโทรองท์ ภัตตาคาร “โชคชัยสเต็คเฮาส์ ,ฟาร์มโชคชัย ฟาร์มโคนมครบวงจร ,โชคชัยแรนช์ อุตสาหกรรมอาหารสัตว์ ,โชคชัยแรนช์ รีสอร์ท ธุรกิจท่องเที่ยว รีสอร์ทกางเต็นท์ ที่พักและค้าปลีก ,โชคชัยฟาร์มโปรดิวซ์ ผลิตภัณฑ์อืมม!มิลค์ และบริษัท บิซคิด จำกัด ที่ปรึกษาด้านการตลาดและการบริหารจัดการ ฝึกอบรมและถ่ายทอดประสบการณ์

“เราอยู่ในตลาดที่ไม่ต้องแข่งขันกับใครเรื่องราคา เพราะเรามีอัตลักษณ์ความเป็นคาวบอย ความเป็นฟาร์มที่เชื่อมโยงกัน ถือเป็นธุรกิจเซอร์วิสให้ลูกค้าเลือกรับบริการได้หลากหลาย เรามีสตอรี่อายุยาวนานกว่า 50 ปี (ก่อตั้งปี 2500) เราเป็นธุรกิจที่ขายบริการ และขายเรื่องราว เป็นสิ่งที่ไม่มีใครมีและคนต้องอิจฉา” โชคเล่า

ทว่า โชคกำลังเผชิญกับแรงเสียดทานทางธุรกิจอีกระลอก เมื่อโครงการอสังหาริมทรัพย์ "บ้าน คอนโดมิเนียม รีสอร์ท" ผุดขึ้นเต็มเขาใหญ่ พร้อมกับมูลค่าที่ดินที่ปรับตัวสูงขึ้น

เขากลับยืนหยัดฟื้นฟูกิจการเกษตรรุ่นพ่อ ด้วยองค์ความรู้ครบวงจรเทคโนโลยีเกษตรผสมผสานกับตำราการตลาด ไม่ยอมให้ธุรกิจเกษตรถูกรุกล้ำถอยร่นตามเทรนด์ธุรกิจมาแรง จนต้องแบ่งพื้นที่ฟาร์มไปให้กับโครงการอสังหาริมทรัพย์ขนาดใหญ่ในพื้นที่ใกล้เคียงกัน

ทั้งหมดเกิดจากปรากฏการณ์บูมเขาใหญ่เป็นบ้านหลังที่ 2 ของมหาเศรษฐี จนที่ดินแถบเขาใหญ่ราคาพุ่งสูงแตะไร่ละไม่ต่ำกว่า 1-60 ล้านบาท ที่กำลังพลิกโฉม อ.ปากช่อง เมืองที่ได้ชื่อว่าดินแดนแห่งการเกษตร จนได้รับขนานนามว่า "คาวบอยซิตี้" ถูกแปลงให้เป็นเมืองตากอากาศหรือบ้านหลังที่ 2 ถูกทุนเข้ากว้านซื้อที่ พร้อมกับพัฒนาโครงการ

จุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้เกษตรกร เจ้าของที่ดินปั่นราคา เทขายที่ดิน ให้กับนายทุนไปพัฒนาบ้านจัดสรรและคอนโดเรียงรายเต็มเส้นทางเข้าสู่เขาใหญ่ ทว่า ฟาร์มโชคชัยกลับคงรูปธุรกิจเกษตรผสมผสานกับธุรกิจท่องเที่ยวอย่างไม่ยี่หระต่อปรากฏการณ์นี้

“ธุรกิจเกษตรคือรากฐานที่พ่อตั้งใจเริ่มมากว่า 50 ปี จนเป็นจุดแข็งของเรา ทำให้เรามีที่ดินเยอะเพื่อเลี้ยงวัวกว่า 5 พันตัวในยุคเริ่มต้น เพราะที่นี่อ.ปากช่องเป็นจุดภูมิศาสตร์ด้านการเกษตร มูลค่าที่ดินวันนั้นมันถูก (ปี 2500) แม้วันนี้ราคาที่ดินจะแพงขึ้นก็ไม่เคยคิดว่าต้องแข่งขันกันสร้างรีสอร์ท เพราะมูลค่าที่ดินวันนั้นกับวันนี้มันต่างกัน และคุณค่าและมูลค่าธุรกิจก็แตกต่างกัน"

หนุ่มธุรกิจหัวใจโคบาล มองปรากฏการณ์ครั้งนี้แตกต่างไปจากนักธุรกิจทั่วไป ไม่ยอมวิ่งแห่แหนตามกระแสทุนนิยม ขายที่หรือหยิบไปพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ เพราะเขามองว่ามันคือการเก็งกำไร กระตุ้นดีมานด์ให้คนอยากมีบ้านหลังที่ 2 จึงสร้างแคมเปญมาร์เก็ตติ้งชู เขาใหญ่เป็นเมืองตากอากาศอันยอดนิยม ซึ่งอาจไม่ยั่งยืนทางธุรกิจ

เขาตั้งคำถามว่า แน่นอนมันได้ผลในเชิงธุรกิจแล้วเขาก็ถามกับตัวเองว่าแล้วสังคมได้อะไร ?

ที่สำคัญไม่ใช่สไตล์การทำธุรกิจของลูกผู้ชายบนหลังอานที่ชื่อว่า "โชค" ผู้ที่เชื่อในทฤษฎีของ Real Sector มากกว่าการเก็งกำไรชั่วครู่ชั่วยาม เพราะเกษตรคือ Real sector ที่เป็นพื้นฐานคือรากเหง้าแท้จริงของสังคมไทย

“ราคาที่ดินขยับขึ้นเป็นเรื่องธรรมดาเพราะคนมากขึ้น จำนวนที่ดินลดลง และที่เขาใหญ่อากาศดีจึงถูกพัฒนาเป็นบ้านตากอากาศ แต่ต้องมองระยะยาวว่า ดีมานด์มันจะมีมากจริงไหม หรือเป็นการพูดเพื่อเก็งกำไร กระตุ้นดีมานด์หรือไม่ต้องกลับมานั่งคิด มูลค่าที่ดินเป็นอย่างนั้นจริงหรือไม่ ผมไม่ทำอะไรที่เป็นการเก็งกำไร หรือพนัน"

สายเลือดเกษตรโดยแท้อย่างโชค ยังมีปรัชญาการทำธุรกิจอยู่ว่า ธุรกิจที่ทำจะต้องได้ใส่ความคิดสร้างสรรค์ พร้อมกับให้มูลค่าธุรกิจและคุณค่ากับสังคม

“โดยนิสัยส่วนตัวแล้วหากจะได้ทำอะไรจะต้องทำเพราะใจรัก ทำแล้วรู้สึกมีคุณค่า เท่ คูล มีอัตลักษณ์ หากสร้างคอนโด บ้านแล้วรีบขายทำกำไร ให้ฟาร์มโชคชัยได้ชื่อว่าเป็นอีกเจ้าหนึ่งในธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ สำหรับผมมันไม่มีประโยชน์ ทำแล้วมันไม่เท่ห์ก็ไม่อยากทำ ผมอยากเห็นคนไทยทำอะไรที่สร้างสรรค์และมีมูลค่ามากกว่านี้” โชค วิจารณ์อย่างออกรส

ในไม่ช้าเมื่อพื้นที่รอบข้างถูกกระหน่ำขึ้นโครงการอสังหาริมทรัพย์ ธรรมชาติที่ฟาร์มโชคชัยยังรักษาไว้เพียงผืนเดียวแห่งนี้จะเป็นแม่เหล็กดึงดูดนักท่องเที่ยวโหยหาธรรมชาติและเข้ามาพักในฟาร์มโชคชัยหรือแม้แต่พื้นที่รอบข้างก็ใช้วิวฟาร์มโชคชัยเป็นจุดขาย

“เราเดินตามทฤษฎีเศรษฐกิจพอเพียงของจริง ไม่ใช่ทุนนิยมแบบสุดโต่งที่พัฒนาไปเรื่อยๆ ไม่รู้จบ เพราะหยุดไม่ได้ นั่นเป็นเพราะผมไม่ได้เดินตามตำราทุนจึงไม่ต้องทำแบบใคร แต่เราอยู่ได้ในแบบของเรา ด้วยสตอรี่ของเรา”

หากให้คิดโปรเจคพัฒนาที่ดินที่เขากุมอยู่กว่า 2 หมื่นไร่ โชควางวิชั่นว่า อยากเนรมิต "Hub of University" ที่แหล่งรวมของมหาวิทยาลัยชั้นนำของโลก ตั้งแต่ เยล ,ฮาร์วาร์ด ,อ็อกซ์ฟอร์ด หรือแสตมฟอร์ด หรือไม่เช่นนั้นก็พัฒนาเนอร์สซิ่งโฮม ให้ผู้สูงอายุได้เข้ามาพักผ่อน จะให้คุณค่ากับสังคมมากว่าสร้างบ้านหรูให้คนรวยมาอยู่

สำหรับการต่อยอดธุรกิจในปัจจุบันโชคได้พัฒนาโมเดลธุรกิจแฟรนไชส์ อืมม!..มิลค์ ที่ปัจจุบันเปิดไปแล้ว 25 สาขา จนกระทั่งมีสูตรของการพัฒนาโมเดลธุรกิจที่สามารถบริหารจัดการธุรกิจได้ จึงถอดรูปโมเดลความสำเร็จธุรกิจในรูปแฟรนไชส์ให้กับผู้ที่สนใจ

“ขยายทีละสาขามันยากในการควบคุม ดังนั้นคนที่เข้ามาร่วมทำแฟรนไชส์กับเราจึงต้องมีความพร้อมจริงๆ หากไม่มีเราก็ค่อยๆ ขยายไปเรื่อยได้ แต่ถ้ามีสนใจก็เพิ่มขึ้นเท่าตัวถือว่าคุ้มค่าเป็นโมเดลที่เราคิดวางแผนไว้ในการบุกในอาเซียนทั้ง 10 ประเทศ ที่จะทำให้แบรนด์มีความแข็งแกร่ง” เขากล่าว

รวมถึงโรงงานแห่งใหม่ในตึกกระจกแก้วใส ชื่อตึกอาชาไนย ที่จะเปิดตัวในเร็วๆ นี้ เป็นการต่อยอดธุรกิจ อืมม!..มิลค์ในสเกลที่กว้างขวางมากขึ้นกว่าเดิม พร้อมกับต่อยอดธุรกิจท่องเที่ยวให้เต็มรูปแบบ เพราะตัวตึกจะเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าไปเห็นกระบวนการทำงานในโรงงานได้ทุกขั้นตอนการผลิตนมพรีเมี่ยม และมีพื้นที่สำหรับให้นักท่องเที่ยวทดลองทำไอศกรีมรสชาติที่ตัวเองชอบได้

นี่ความท้าทายของผู้ชายชื่อ "โชค" มากกว่า ผุดโครงการอสังหาฯ เป็นไหนๆ

ติดตามข่าวสารผ่าน facebook กรุงเทพธุรกิจ เพียง กดถูกใจ

แชร์ข่าว :
เพิ่มเพื่อน
Tags: