ตำรวจห้ามมวลชน ปชป. เข้าพื้นที่หวงห้าม

ตำรวจห้ามมวลชน ปชป. เข้าพื้นที่หวงห้าม
7 สิงหาคม 2556
5,659

"ชวน-อภิสิทธิ์-สุเทพ"นำทีมเจรจาตร.ขอเปิดทางขบวนมวลชนปชป.ส่งส.ส.เข้าสภา ม็อบฉุน'คำรณวิทย์'แค่เห็นตะโกนด่า/ปาขวด ตร.ห้ามมวลชน ปชป.เข้าพื้นที่

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 09.00 น. นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ส.ศ.ตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ได้ขึ้นเวทีปราศรัย โดยขอให้มวลชนที่เข้าร่วมขบวนของพรรคประชาธิปัตย์เตรียมในการเคลื่อนขบวน โดยจัดตั้งแถวโดยมีรถติดเครื่องขยายเสียงนำขบวน จากนั้นมีส.ส.จากพรรคประชาชนธิปัตย์ ตามด้วยมวลชนที่จะเดินทางเท้าไปด้วยกัน และขอให้มวลชน ที่เข้าร่วมทั้งหมดฟังชี้แจงจากรถขยายเสียงเท่านั้น และขอให้สังเกตุตลอดการเดินทางว่าใครผิดสังเกตุ และมีท่าทีที่จะเข้ามาก่อกวนหรือไม่ หากพบสามารถแจ้งไปยังส.ส. หรืออาสาสมัครรักษาความปลอดภัยในทันที และเมื่อเดินทางไปถึงจุดที่เจ้าหน้าที่มีการตั้งด่านกสัด พรรคจจะส่งส.ส.ของพรรคประมาณ 10 คน ซึ่งเป็นผู้ใหญ่ในพรคและนักกฎหมายของพรรคประชาธิปัตย์ เพื่อเข้าไปเจราจากับเจ้าหน้าที่ว่าให้ประชาชนเดินทางเข้าไปส่งส.ส.เพื่อเข้าไปในรัฐสภา ซึ่งไม่ทราบว่าผลการเจรจาจะเป็นอย่างไร และขอให้ผู้ชุมนุมยอมรับผลเจราจาที่จะเกิดขึ้น

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าจากนั้นนายชวน หลีกภัย ประธานที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ , นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรค , สุเทพ เทือกสุบรรณ ส.ส.สุราษฎร บัญญัติ บรรทัดฐาน ได้นำคณะส.ส. และสื่อมวลชนเดินทางออกจากบริเวณที่ชุมนุมใต้ทางด่วน เพื่อมุง่หน้าไปยังอาคารัฐสภา โดยมีการจัดรูปขบวนโดยให้รถติดตั้งเครื่องเสียงสามคันนำหน้าขบวน ตามด้วยส.ส.และมวลชน โดยมีอาสาสมัครความปลอดภัยอยู่รอบขบวนในการเคลื่อน

อย่างไรก็ตามล่าสุดหัวขบวนได้เดินทางมาถึงหน้าโรงพยาบาลรามาธิบดี ส่วนการจราจรช่องทางที่ขบวนผ่านได้มีการจราจรติดขัดอย่างมาก ในขณะเดียวกันมีประชาชนที่อยู่สองข้างที่ขบวนเดินผ่านมาได้หยุดยืนและตะโกนโหร้องเพื่อให้กำลังใจ และได้ถ่ายรูปตลอดเวลา

ม็อบฉุน'พล.ต.ท.คำรณวิทย์'ตะโกนด่า-ปาขวดน้ำ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเมื่อขบวนของพรรคประชาธิปัตย์ มาถึงแยกราชวิถีและซึ่งเป็นแนวต้านของตำรวจ ทั้งสองฝั่งได้ตั้งหน้าประชิดกัน จากนั้น ตำรวจได้ส่งตัวแทนมาเจรจา กับแกนนำพรรคประชาธิปัตย์ อาทิ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายชวน หลีกภัน นายบัญญัติ บรรทัดฐาน และ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ โดยพรรคประชาธิปัตย์ได้เจรจารอบแรก ขอให้มวลชนเข้าไปส่ง ส.ส. ถึงหน้าสภา แต่ไปเพียงหนึ่งส่วน ไม่ไปทั้งหมด และจะปฏิบัติตามกรอบ อย่างไรก็ตามตำรวจผู้มาเจรจาแจงว่าเป็นอำนาจของ ผู้บังคับบัญชาคือ พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ผบช.น. และ พล.ต.ต.ปริญญา จันนทร์สุริยา รอง ผบช.น. จากนั้นจึงได้ไปตาม ให้ พล.ต.ท.คำรณวิทย์ออกมา แต่เมื่อมวลชนเห็น พล.ต.ท.คำรณวิทย์ จึงแสดงความไม่พอใจและตะโกนด่า พร้อมทั้งโห่ไล่ และปาขวดน้ำใส่ ทำให้พล.ต.ท.คำรณวิทย์ เดินกลับไป จากนั้นพรรคประชาธิปัตย์ได้ปักหลักรอฟังคำตอบ

'ชวน-อภิสิทธิ์-สุเทพ'ถกตร.ขอเคลื่อนม็อบ

ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศการเจรจาของตัวแทนแกนนำส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ที่จะขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อทางให้ขบวนกลุ่มมวลชนของพรรคประชาธิปัตย์ เดินไปส่งส.ส.ของพรรคประชาธิปัตย์เข้าประชุมสภาผู้แทนราษฎร ในจุดสกัดจุดแรกโดยนายชวน หลักภัย ประธานที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ , นายอถิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ , นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ส.ส.จังหวัดสุราษฎร์ธานี ได้เข้าเจรจากับตัวแทนเจ้าหน้าที่ตำรวจ

โดยระหว่างการเจรจา สุเทพ กล่าวว่า ตนทราบว่าพื้นที่ดังกล่าวที่ขบวนจะเข้าไปนั้นเป็นพื้นที่ที่รัฐบาลประกาศพื้นที่หวงห้ามตามพ.ร.ก.ความมั่นคง อีกทั้งในตัวประกาศดังกล่าวได้มีการระบุว่า การจะเปิดพื้นที่ให้เข้าไปได้นั้นจะต้องได้รับการอนุญาตจากเจ้าหน้าที่เสียก่อน ซึ่งตนจึงอยากจะประสานเพื่อขอให้มีการอนุญาตให้มีการเปิดทางขบวนของพรรคผ่าน เพราะการเข้าไปนั้นเราจะเดินอย่างสงบ ไม่ทำให้เกิดความวุ่นวายกับเจ้าหน้าที่ที่ปฎิบัติงาน ดังนั้นตนจึงอยากให้มีการประสานงานเพื่อให้มีการอนุญาตตามนี้

ด้านนายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ภายใต้รัฐธรรมนูญได้ระบุไว้อย่างชัดเจนว่าการเดินทางไปของประชาชนสามารถทำได้ตามสิทธิเสรีภาพ

ส่วนนายชวน กล่าวว่า ตนขอยืนยันว่าสิ่งที่เจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นห่วงว่าหากปล่อยให้มวลชนของเราเข้าไปแล้ว จะไม่ยอมกลับออกมานั้น เรื่องนี้ตนขอยืนยันว่าไม่ต้องเป็นห่วง และตนขอรับประกันว่าหากเจ้าหน้าที่ตำรวจปล่อยให้ขบวนผ่านเข้าเพื่อส่งส.ส.ของพรรคประชาธิปัตย์เข้าไปทำหน้าที่ที่หน้าอาคารรัฐสภาเสร็จแล้ว มวลชนทั้งหมดก็จะเดินทางกลับทั้งหมด

" พรรคประชาธิปัตย์เราเคารพกฎหมาย และไม่ต้องการให้ใครทำผิดกฎหมาย ดังนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงไม่ต้องกลัวในเรื่องดังกล่าวตนขอให้สัญญา เราจะไม่มีการยึดพื้นที่หน้าอาคารรัฐสภาเพื่อปักหลักชุมนุมแต่อย่างใด " นายชวน กล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากที่แกนนำของพรรคประชาธิปัตย์ ได้เข้าเจรจากับเจ้าหน้าที่ตำรวจเสร็จสิ้น แกนนำพรรคประชาธิปัตย์ทั้งหมดได้แยกย้าย และปล่อยให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจที่รับเรื่องได้ทำการประสานตามที่มีการยื่นข้อเสนอไป โดยระหว่างนี้นายสุเทพ และส.ส.ของพรรค ประชาธิปัตย์ ได้ขึ้นปราศรัยกับมวลชนที่ร่วมขบวนว่าในขณะนี้เรากำลังรอการตัดสินใจจากตำรวจว่าจะอนุญาตให้ขบวนผ่านเข้าได้หรือไม่

ล่าสุดเมื่อเวลา 11.15 น. ตัวแทนเจ้าหน้าที่ตำรวจได้แจ้งผลการหารือกับผู้บัญชาการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย (ศอ.รส.) ได้แจ้งกลับมาว่า ทางเจ้าหน้าที่ตำวรจของยืนยันตามหลักการเดิม คือ จะอนุญาตให้เพียงสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเข้าพื้นที่ได้เท่านั้น ส่วนมวลชนที่ร่วมขบวนนั้นทางเจ้าหน้าที่ตำวรจไม่สามารถอนุญาตให้เข้าไปส่งส.ส.ตามที่มีการเสนอได้

ตำรวจห้ามมวลชน ปชป. เข้าพื้นที่หวงห้าม

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากการเจรจารอบแรกจบลง พ.ต.อ.วิศาล พันธ์มณี ผบก.น.8 เป็นตัสแทนมาเจรจากับพรรคประชาธิปัตย๋์อีกครั้ง โดยกล่าวกับนายสุเทพ เทือกสุบรรณ แกนนำพรรคประชาธิปัตย์ ยืนยันว่าจะไม่ให้ประชานเข้าไปสในพื้นที่ และเมื่อนายสุเทพถามว่าใครจะไม่อนุญาติ พ.ต.อ.วิศาล จึงแจ้งว่า พ.ต.ท. คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ผบช.น. ในฐานะ ผอ.ศูนย์ฯ ไม่ให้เข้า

นายสุเทพกล่าวต่อว่า ถ้าเช่นนั้น ตนจะไปบอกประชาชน ว่าพล.ต.ท.คำรณวิทย์ไม่ให้เข้า จากนั้นนายสุเทพก็ได้ไปพูดกับมวลชนว่า "ตำรวจไม่ไห้เข้า ขอให้พี่น้องมาส่งแค่นี้ ขอให้กลับบ้านไปอายนเอาบท่า และจะแจ้งข่าวอีกครั้ง หากผ่านวาระสามค่อยดูอีกครั้ง"

จากนั้น นายอภิสิทธิ์ก็ได้ขึ้นขึ้นรถขยายเสียงกล่าวขอบคุณมวลชน ก่อนที่จะพา ส.ส. พรรคประชาธิปัตย์เดินผ่านแนวตำรวจเข้าไปทำหน้าที่ในสภาต่อไป

"ประชา"วอนม็อบปล่อยให้ส.ส.ถกในสภาฯ

พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายความมั่นคง ให้สัมภาษณ์ถึงสถานการณ์การชุมนุมของกองทัพประชาชนโค่นล้มระบอบทักษิณและการที่พรรคประชาธิปัตย์นำประชาชนเคลื่อนขบวนที่หน้ารัฐสภาว่า ศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย (ศอ.รส.) ที่มีพล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร. เป็นผู้อำนวยการ กำลังทำงานติดตามสถานการณ์ตามพ.ร.บ.การรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ที่ประกาศครอบคลุม 3 เขต จึงต้องขอความร่วมมือจากประชาชนทั่วไปว่าอาจจะไม่ได้รับความสะดวกที่จะเดินทางผ่าน ทั้งนี้ตนเชื่อว่าส.ส.สามารถเข้าประชุมสภาผู้แทนราษฎรได้ ไม่น่าจะมีปัญหา แต่ตนเป็นห่วงกรณีที่พรรคประชาธิปัตย์จะชักชวนประชาชนเดินทางไปรับฟังการอภิปรายในสภาฯซึ่งอยู่ในพื้นที่ที่มีการประกาศพ.ร.บ.ความมั่นคงฯว่าเป็นพื้นที่หวงห้าม ซึ่งผู้ไม่มีหน้าที่เกี่ยวข้องก็ไม่ควรเข้าไป แต่น่าจะฟังสถานการณ์อยู่รอบนอกพื้นที่ เพราะการทำหน้าที่ในสภาฯเป็นหน้าที่ของฝ่ายนิติบัญญัติ

อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ตำรวจมีข้อปฏิบัติตามที่ได้รับการอบรมมาอย่างดี ไม่ใช้ความรุนแรงโดยเด็ดขาด หลีกเลี่ยงการปะทะ อำนวยความสะดวกให้ประชาชน ไม่ต้องการให้มีการเผชิญหน้า และพูดคุยกันด้วยเหตุผล ตนจึงมั่นใจว่าจะไม่มีความวุ่นวาย ไม่มีความรุนแรง เพราะประชาชนคนไทยด้วยกันน่าจะพูดกันได้ ไม่มีเหตุผลใดที่จะต้องไปใช้วิธีการที่เป็นข่าวว่าออกมาว่าจะมีการก่อเหตุรุนแรง เพราะวันนี้เป็นการทำหน้าที่ทางนิติบัญญัติของส.ส.ในสภาฯ

ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่สำนักงานข้าหลวงใหญ่เพื่อสิทธิมนุษยชนแห่งองค์การสหประชาชาติขอให้ประเทศไทยทบทวนการออกร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรม เพราะเกรงว่าจะทำให้ผู้ที่ก่อความรุนแรงจากการประท้วงต่อต้านรัฐบาลเมื่อปี 2553 ไม่ต้องรับโทษ ทั้งที่ก่อเหตุละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างร้ายแรง พล.ต.อ.ประชา กล่าวว่า การพิจารณาร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรมโดยฝ่ายนิติบัญญัติยังไม่ได้เริ่มขึ้น และเราก็ไม่ทราบในเนื้อหารายละเอียดตรงนั้น จึงต้องรอให้มีการเปิดประชุมสภาผู้แทนราษฎร และมีการพูดคุยกันด้วยเหตุผล เพราะส.ส.ทุกคนมีสิทธิ์อภิปราย เรายังไม่ทราบว่าเขาจะอภิปรายเรื่องใดบ้าง ดังนั้นจะไปคาดการณ์ล่วงหน้าไม่ได้ ต้องปล่อยให้เป็นเรื่องของรัฐสภา ที่จะพิจารณากันด้วยเหตุผล

เมื่อถามถึงข่าวลือที่ว่าจะมีการยุบสภาฯแล้วให้มีการเลือกตั้งใหม่ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ตนยังไม่มองไปถึงขั้นนั้น เป็นการคาดการณ์เท่านั้น ส่วนมวลชนที่มาโดยพรรคประชาธิปัตย์รวมตัวหรือกลุ่มที่สวนลุมพินีนั้นเป็นมวลชนที่ให้กำลังใจซึ่งกันและกัน แลกเปลี่ยนความคิดเห็นแต่ละเวทีปราศรัย แต่ไม่มีอะไรส่งให้เกิดเหตุรุนแรงเพราะคนไทยด้วยกัน

แชร์ข่าว :
เพิ่มเพื่อน
Tags:

ข่าวที่เกี่ยวข้อง