วิธีทำให้ขยะหายไป

วิธีทำให้ขยะหายไป
13 มิถุนายน 2563 | โดย คาเฟ เบลอ
8

พลาสติกไม่ใช่ผู้ร้าย ขยะไม่ใช่ฆาตกร เพียงแค่สองมือของเราช่วยกัน 'ทิ้งขยะ' และ 'แยกขยะ' รวมถึง 'จัดการขยะ' อย่างเป็นระบบ เราก็ช่วยรักษ์โลก

การจัดการกับขยะไม่ใช่เรื่องไกลตัว ทุกคนต้องรู้และร่วมกันสร้างพลังเล็ก ๆ เพียงแค่ ใส่ใจการคัดเลือกบรรจุภัณฑ์ และ แยกขยะ ในครัวเรือนให้เป็นนิสัย เนื่องในวันสิ่งแวดล้อมโลก (5 มิถุนายน) เนสท์เล่ ผู้ผลิตอาหารและเครื่องดื่ม จับมือกับ เปรม พฤกษ์ทยานนท์ เจ้าของเพจ ลุงซาเล้งกับขยะที่หายไป มาร่วม แบ่งปัน เทคนิคในการจัดการขยะครัวเรือน แบบง่าย ๆ เพื่อช่วยลดปริมาณขยะ ส่งเสริมและปลูกฝังนิสัยการจัดเก็บขยะอย่างถูกวิธี

นภดล ศิวะบุตร       

    นภดล ศิวะบุตร

 นภดล ศิวะบุตร ผู้อำนวยการบริหารฝ่ายองค์กรสัมพันธ์ บริษัท เนสท์เล่ (ไทย) จำกัด บอกว่า “เนสท์เล่ให้ความสำคัญกับการดูแลโลกและสิ่งแวดล้อม เพื่อให้สอดคล้องกับเจตนารมณ์ในการเพิ่มพูนคุณภาพชีวิต เสริมสร้างสุขภาพดีสู่อนาคต เริ่มตั้งแต่การเดินหน้าพัฒนาบรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ในกลุ่มผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ อาทิ เปลี่ยนมาใช้บรรจุภัณฑ์ที่ทำจากกระดาษ ในกลุ่มผลิตภัณฑ์ไอศกรีมและผลิตภัณฑ์กาแฟ โพรเทค โพรสลิม การเปลี่ยนมาใช้อลูมิเนียมสำหรับผลิตภัณฑ์กาแฟกระป๋องเนสกาแฟ และการลดการใช้พลาสติกผลิตใหม่ในผลิตภัณฑ์น้ำดื่มเนสท์เล่ เพียวไลฟ์ พร้อมสนับสนุนครอบครัวไทยให้มีส่วนร่วมรักษ์โลก ด้วยการจัดกิจกรรมให้ความรู้อย่างต่อเนื่อง”

ถังขยะในครัวควรมีกี่ใบ re

        

 เช่น เทคนิคการลดขยะ ซึ่งเป็นเรื่องใกล้ตัว เพราะทุกครัวเรือนผลิตขยะทุก ๆ วัน เจ้าของเพจ “ลุงซาเล้ง” ให้ข้อมูลว่า

 “ข้อมูลของกรมควบคุมมลพิษ พบว่า ประเทศไทยมีขยะประมาณ 27 ล้านตันต่อปี เฉลี่ยคนไทยสร้างขยะประมาณ 1 กิโลกรัมต่อคนต่อวัน โดย 80% เป็นขยะที่นำไปกำจัดแบบไม่ถูกวิธี ต้องใช้งบประมาณจำนวนมากในการกำจัด ยิ่งในช่วงที่มี Work From Home ปริมาณขยะในครัวเรือนเพิ่มขึ้นถึง 60% ซึ่งน่าเป็นห่วง เพราะปกติขยะในครัวเรือนก็รีไซเคิลยากอยู่แล้วถ้าไม่มีการจัดการแบบถูกวิธี ทำให้โอกาสที่จะนำไปสู่การรีไซเคิลยากขึ้น

ขยะบรรจุภัณฑ์อาหาร

 ขยะบรรจุภัณฑ์อาหารทั่วไป re        

ผมไม่ได้มองว่าคนไทยละเลยหรือมองข้ามการแยกขยะ แต่หลายคนอาจมองไม่เห็นภาพรวมของกระบวนการแยกขยะที่เป็นระบบ คิดว่าแยกไปสุดท้ายก็ถูกเก็บไปรวมกันอยู่ดี เลยไม่มีกำลังใจที่จะทำ ดังนั้นเราต้องช่วยกันรณรงค์และสร้างห่วงโซ่ของการจัดการระบบให้เกิดขึ้น เริ่มตั้งแต่จุดเล็ก ๆ อย่างขยะในครัว ทุกบ้านสามารถช่วยโลกลดขยะได้ตั้งแต่ การเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ที่มีการออกแบบบรรจุภัณฑ์ให้สามารถย่อยสลาย หรือเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิลได้ง่าย

 ขยะเศษอาหาร        

เทคนิคคือ ถังขยะในครัวเรือนควรมีกี่ใบ ตอบง่าย ๆ คือ ขยะในครัวเรือนแบ่งออกเป็น 2 ประเภทใหญ่ ๆ ได้แก่ ขยะอินทรีย์ จากเศษอาหาร ประมาณ 60% ที่เหลืออีก 40% เป็นขยะที่มาจากบรรจุภัณฑ์ จึงแนะนำว่า ในครัวควรมีถังขยะ 3 ใบ ใบแรกสำหรับใส่เศษอาหาร ใบที่สองเป็นถังขยะสะอาดส่งต่อได้สำหรับขยะที่สามารถนำไปรีไซเคิล และ ใบที่สามเป็นขยะทั่วไปเพื่อส่งฝังกลบ ซึ่งถังนี้ควรเป็นทางเลือกสุดท้าย ถ้าไม่จำเป็นอย่าทิ้ง เพราะปลายทางของขยะในถังนี้ คือหลุมฝังกลบเท่านั้น

 จัดการขยะ        

การจัดการขยะ 1) ขยะเศษอาหาร แยกถังขยะในครัวแล้ว หลักการง่าย ๆ ในการจัดการขยะ คือ อย่านำขยะจากเศษอาหารที่ทานเหลือ หรือขยะอินทรีย์ไปรวมกับขยะอื่น ๆ ควรแยกทิ้งโดยเฉพาะ ถ้าบ้านไหนมีบริเวณที่มีพื้นดิน สามารถนำขยะที่เป็นเศษอาหาร เศษผักผลไม้ เศษเนื้อสัตว์ เศษอาหารเหลวที่มีไขมันสูง ไปหมักปุ๋ย ซึ่งหากทำถูกวิธีจะไม่ทำให้เกิดกลิ่นเหม็น แต่ถ้าบ้านไหนที่ไม่มีพื้นดิน อาจจะแยกทิ้ง หรือใช้เครื่องหมักหรือถังหมักที่เป็นระบบปิดแทน ส่วนเศษอาหารเหลวน้ำใส ให้ทิ้งลงระบบระบายน้ำได้เลย

2) ขยะบรรจุภัณฑ์อาหาร เช่น ถุงใส่ผลไม้หรือผักส่วนที่เป็นฟิล์มเหนียวยืดได้ อาจจะลอกสติ๊กเกอร์ราคาออก หรือถุงใส่ขนมปังหรือถุงน้ำตาล พวกนี้สามารถส่งต่อไปยังโครงการ "มือวิเศษ×วน" โดย PPP Plastics ในการช่วยกำจัดพลาสติกอย่างถูกวิธี ส่วนถุงหิ้วที่สะอาดก็สามารถพับเก็บไว้ใช้ซ้ำได้ถ้าต้องการ  

3) ขยะบรรจุภัณฑ์อาหารทั่วไป แนะนำให้ทำความสะอาดและแยกประเภทไว้ เช่น พลาสติกกล่องถาดเกรด PP ที่ใช้รองเนื้อสัตว์หรืออาหารต่าง ๆ ให้ล้างให้สะอาดแล้วนำไปตากให้แห้ง ส่วนขวดพลาสติก ขวดแก้ว ให้เทของภายในให้หมดแล้วแยกใส่ถุงไว้ ส่งขายต่อซาเล้งได้ โดยเฉพาะภาชนะพลาสติกที่ขายได้ง่าย คือ ขวดน้ำดื่มใส PET และพลาสติกที่มีสัญลักษณ์ PP หรือ PE-HD ส่วนกระป๋องเครื่องดื่มที่ทำมาจากอลูมิเนียม ให้บีบหรือเหยียบให้แบนเพื่อประหยัดพื้นที่จัดเก็บ และสามารถส่งขายซาเล้งได้เลย

ถังขยะในครัวควรมีกี่ใบ re_2

ไม่อยากให้ขยะเยอะทำอย่างไร ง่าย ๆ คือ ลดการสร้างขยะโดยไม่จำเป็น เริ่มตั้งแต่วางแผนก่อนการซื้อ ถ้าจำเป็นต้องซื้อ ให้ถามตัวเองว่าสิ่งที่ซื้อเป็นการสร้างภาระต่อโลกหรือเปล่า สามารถนำกลับมาใช้ซ้ำ หรือนำไปรีไซเคิลได้หรือไม่ เช่นเมื่อไปจ่ายตลาด แนะนำให้พกถุงผ้าแบบตาข่ายเพื่อนำไปใส่ผักสด ถ้าเป็นเนื้อสัตว์อาจจะพกกล่องไปใส่เพื่อลดขยะ หรือถ้าจำเป็นต้องซื้อให้เลือกบรรจุภัณฑ์ที่มีระบบการจัดการชัดเจน เช่น แก้ว กระดาษ โลหะ เป็นวัสดุที่มีระบบการจัดการชัดเจน ต่อให้เอาไปทิ้งที่ไหน ถ้าคนเก็บขยะมาเจอ ก็จะเก็บไปขาย เช่นเดียวกับขวดพลาสติกใส PET ก็มีระบบการรีไซเคิลที่ชัดเจน

  ไม่อยากให้ขยะเยอะทำอย่างไร   

สิ่งที่น่าดีใจ คือผู้ผลิตรายใหญ่ปรับตัวให้มาใส่ใจกระบวนการผลิตที่รักษ์โลกมากขึ้น เน้นการใช้วัสดุที่สามารถรีไซเคิลได้ ลดการสร้างคาร์บอนในกระบวนการผลิต ซึ่งถือเป็นนิมิตหมายที่ดีที่หลายคนลุกขึ้นมาช่วยกันรักษ์โลก”

แชร์ข่าว :
เพิ่มเพื่อน
Tags:

ข่าวที่เกี่ยวข้อง