เช็คลิสต์ "เลือดเก่า" ไหลออก "บิ๊กเนม" ประชาธิปัตย์ยุค "จุรินทร์"

เช็คลิสต์ "เลือดเก่า" ไหลออก "บิ๊กเนม" ประชาธิปัตย์ยุค "จุรินทร์"

เจาะไทม์ไลน์ "เลือดใหม่ไหลเข้า เลือดเก่าไหลกลับ" และ "เลือดเก่าไหลออก" ในยุค "จุรินทร์" เป็นหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์

ถึงแม้วันที่ 13 ธ.ค. จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.พาณิชย์ ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ จะมีกำหนดประชุมคณะกรรมการบริหารพรรค เพื่อพิจารณาการส่งผู้สมัครบุคคลที่จะส่งลงชิงเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. ท่ามกลางกระแสข่าวเตรียมจัดเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.ในช่วงต้นปี 2565 

แต่ความเคลื่อนไหวอีกด้านแกนนำพรรคประชาธิปัตย์คนสำคัญ "นิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ" ได้ประกาศขอลาออกจากสมาชิกพรรคไปแล้วเมื่อวันที่ 6 ธ.ค.ที่ผ่านมา ปิดฉากเข้าร่วมงานกับพรรคมากว่า 29 ปีเต็ม 

กลายเป็นขุนพลพรรคประชาธิปัตย์ระดับ "บิ๊กเนม" คนล่าสุดที่ตัดสินใจลาออก ตั้งแต่ยุคที่ "จุรินทร์" ขึ้นแท่นเป็นหัวหน้าพรรคคนที่ 8 ตั้งแต่มติประชุมใหญ่วิสามัญพรรคประชาธิปัตย์เลือกเป็นหัวหน้าพรรคคนใหม่ เมื่อวันที่ 15 พ.ค.2562 

เช็คลิสต์ "เลือดเก่า" ไหลออก "บิ๊กเนม" ประชาธิปัตย์ยุค "จุรินทร์"

ในทางการเมืองการย้ายเข้า-ออกจากพรรค ถือเป็นเรื่องปกติเกือบทุกยุค หากย้อนไปถึงการเลือกตั้งทั่วไป 24 มี.ค.2562 ในสมัย "อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ" เป็นหัวหน้าพรรค เคยมีกลุ่มกลุ่มอดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ในปี 2554 ย้ายออกจากพรรคไปมากถึง 17 คนเช่นกัน โดยย้ายไปสังกัดพรรคพลังประชารัฐ 9 คน ย้ายไปพรรครวมพลังประชาชาติไทย 7 คน และย้ายไปพรรคท้องถิ่นไทย 1 คนโดยมีพื้นที่เลือกตั้งดังนี้ 

ส.ส.ภาคใต้ 7 คน ทั้งหมดย้ายไปสังกัดพรรครวมพลังประชาชาติไทย ประกอบด้วย จ.นราธิวาส 3 คน คือนายสุรเชษฐ์ แวอาแซ นายรำรีมามะ นายเจะอาหมิง โตะตาหยง , จ.สุราษฎร์ธานี 3 คน คือนายธานี เทือกสุบรรณ นายเชน เทือกสุบรรณ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ , จ.ยะลา 1 คน คือนายอับดุลการิม เต็งกะรีนา

ส.ส.ภาคตะวันออก 5 คน ย้ายไปสังกัดพรรคพลังประชารัฐ ประกอบด้วย จ.ฉะเชิงเทรา 2 คน คือนายบุญเลิศ ไพรินทร์ พล.ต.ท.พิทักษ์จารุสมบัติ , จ.จันทบุรี 2 คน คือนายธวัชชัย อานามพงษ์ นายยุคล ชนะวัฒน์ปัญญา , จ.ชลบุรี 1 คน คือนายสรวุฒิ เนื่องจำนง

ส.ส.กทม. 3 คน ประกอบด้วย นายชื่นชอบ คงอุดม ย้ายไปพรรคท้องถิ่นไทย , นายพุฒิพงษ์ ปุณณกันต์ นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ ย้ายไปพรรคพลังประชารัฐ 

ส.ส.ภาคกลาง 2 คน ย้ายไปสังกัดพรรคพลังประชารัฐ ประกอบด้วย จ.สระบุรี 1 คน คือน.ส.กัลยา รุ่งวิจิตรชัย , จ.กาญจนบุรี 1 คนคือนายประชา โพธิพิพิธ

มาถึงในยุค "จุรินทร์" เป็นหัวหน้าพรรค ยังคงมีการเคลื่อนไหวจากอดีต ส.ส.ย้ายเข้า-ออกมาเกือบตลอด 2 ปี ประชาธิปัตย์จึงใช้ "โมเดล" วิธีสรรหาผู้สมัคร ส.ส.มาจาก 3 กลุ่ม ประกอบด้วย 1.ผู้สมัครหน้าใหม่ 2.อดีตผู้สมัครคนเดิมที่ยังทำพื้นที่ และ 3.อดีตผู้สมัครที่ย้ายกลับมาเป็นสมาชิกพรรค ซึ่งอยู่ในแคมเปญ "เลือดใหม่ไหลเข้า เลือดเก่าไหลกลับ" อาทิ "ยุคล ชนะวัฒน์ปัญญา" อดีตส.ส.จันทบุรี เขต 2 ที่ย้ายออกมาจากพรรคพลังประชารัฐ รวมถึง "กิตพล เชิดชูกิจกุล" ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.เขตสวนหลวง-ประเวศ และเป็นอดีต ส.ก. 4 สมัย

แต่อีกด้านปฏิเสธไม่ได้ว่าระดับจากรายชื่อ "บิ๊กเนม" ที่ "เลือดเก่าไหลออก" ยังเป็นแรงกระเพื่อมที่สะท้อนไปถึงเสถียรภาพภายในประชาธิปัตย์ในยุค "จุรินทร์" เป็นหัวหน้าพรรคในรอบกว่า 2 ปี โดยพบว่ามีแกนนำคนสำคัญได้ลาออกจากสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ ไล่เรียงได้ดังนี้

1.กษิต ภิรมย์ อดีต รมว.ต่างประเทศ ในสมัยนายอภิสิทธิเป็นนายกรัฐมนตรี ได้ยื่นใบลาออกความเป็นสมาชิกพรรคเมื่อวันที่ 11 มิ.ย.62 โดยให้เหตุผลว่า พรรคประชาธิปัตย์ถูกขับเคลื่อนไปในทิศทางที่เห็นต่าง หากเป็นสมาชิกพรรคต่อไปไม่ได้จึงตัดสินใจลาออก

2.กอร์ปศักดิ์ สภาวสุ อดีตรองนายกรัฐมนตรี ในสมัยรัฐบาลอภิสิทธิ์ ได้ลาออกไปเมื่อวันที่ 24 มิ.ย.62 พร้อมให้เหตุผลทางทวิตเตอร์ว่า “ผมเป็นสมาชิกพรรค ปชป.เมื่อปี พ.ศ.2539 เช้านี้ส่งหนังสือลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรคแล้ว ผมขอขอบคุณพรรคประชาธิปัตย์ที่ให้การสนับสนุนการทำงานทางการเมืองของผมเป็นอย่างดีมาโดยตลอด”

3.วรงค์ เดชกิจวิกรม อดีต ส.ส.พิษณุโลก แกนนำตรวจสอบโครงการรับจำนำข้าวในรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ยื่นหนังสือลาออกเมื่อวันที่ 19 พ.ย.62 จากนั้นได้ไปร่วมพรรครวมพลังประชาชาติไทย ที่มีนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เป็นแกนนำผู้ก่อตั้ง จากนั้นได้ลาออกเพื่อมาตั้งพรรคไทยภักดีในเวลาต่อมา

4.พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค อดีต รมว.ยุติธรรม ยื่นลาออกเมื่อวันที่ 9 ธ.ค.62 พร้อมระบุว่า "ขอบคุณผู้ใหญ่หลายท่านที่เมตตา เป็นตัวอย่างที่ดี ขอบคุณเพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ และเจ้าหน้าที่ทุกคน ที่สนับสนุน เป็นกำลังใจเสมอมา ขอบคุณบ้านหลังนี้ที่ให้โอกาสทำงานนานเกือบสามสิบปี" จากนั้นนายพีระพันธุ์ได้รับแต่งตั้งเป็นที่ปรึกษานายกฯ 

5.กรณ์ จาติกวณิช อดีต รมว.คลัง ยื่นลาออกเมื่อวันที่ 15 ม.ค.63 พร้อมระบุเหตุผลว่า "เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ได้ร่วมพิจารณาอนุมัติงบประมาณแผ่นดินจนเสร็จเรียบร้อย จึงคิดว่าผมได้ทำภารกิจที่พรรคได้มอบหมายไว้จนครบถ้วนหมดแล้ว ผมจึงได้ยื่นใบลาออกตามที่ตั้งใจไว้" จากนั้นนายกรณ์ได้ดำเนินการก่อตั้งพรรคกล้า

6.อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี อดีต ส.ส.กทม. ได้ลาออกไปเมื่อวันที่ 16 ม.ค.63 พร้อมเหตุผลว่า "การเมืองที่ผมอยากเห็น คือการเมืองที่กระชับ ชัดเจน รองรับวิกฤตการเปลี่ยนแปลงของโลก เพื่อนำประเทศเข้าสู่โครงสร้างเศรษฐกิจแบบใหม่ เป็น Startup ทางการเมืองที่จะฉีกกรอบแนวคิดการบริหารราชการแผ่นดินอย่างสร้างสรรค์อยากเห็นคนจริง คนทำงานในหลากหลายอาชีพ มาช่วยกันขับเคลื่อนพลิกโฉมประเทศไทย" จากนั้นนายอรรถวิชช์ ได้ร่วมกับ "กรณ์" ก่อตั้งพรรคกล้า 

7.นพ.ปรีชา มุสิกุล อดีต ส.ส.กำแพงเพชร อดีต รมช.สาธารณสุข ในรัฐบาลม.ร.ว.เสนีย์ ปราโมช และ รมช.วิทยาศาสตร์ฯ ในรัฐบาล"ชวน หลีกภัย" ได้ยื่นหนังสือลาออกจากสมาชิกพรรคเมื่อวันที่ 5 ก.พ.63

8.วิฑูรย์ นามบุตร อดีต ส.ส.อุบลราชธานี อดีต รมว.พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ยื่นลาออกจากสมาชิกพรรคเมื่อวันที่ 28 ม.ค.64 โดยระบุเหตุผล ไม่มีที่ยืน และไม่มีตำแหน่งอะไรที่พรรคมอบให้ 

9.นิพิฎฐ์ อินทรสมบัติ อดีต ส.ส.พัทลุง อดีต รมว.วัฒนธรรม ยื่นหนังสือลาออกเมื่อวันที่ 6 ธ.ค.64 โดยไม่ระบุเหตุผลการลาออกท่ามกลางกระแสข่าวเตรียมก่อตั้งพรรคร่วมกับสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ อดีตรองนายกฯ อุตตม สาวนายน อดีต รมว.คลัง และสนธิรัตน์สนธิจิรวงศ์ อดีต รมว.พาณิชย์

ทั้งหมดเป็น "ไทม์ไลน์" ปรากฎการณ์ "เลือดใหม่ไหลเข้า เลือดเก่าไหลกลับ" และ "เลือดเก่าไหลออก" ในยุคจุรินทร์เป็นหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ในช่วงกระแสการจัดทัพเตรียมพร้อมการเลือกตั้งที่เกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ.

เช็คลิสต์ "เลือดเก่า" ไหลออก "บิ๊กเนม" ประชาธิปัตย์ยุค "จุรินทร์"