"ซีวิลเอนจีเนียริง"คาดก่อสร้างรัฐปีหน้าโต 7%

"ซีวิลเอนจีเนียริง"คาดก่อสร้างรัฐปีหน้าโต 7%

“ซีวิลเอนจีเนียริง” มั่นใจปี 2565 เม็ดเงินลงทุนก่อสร้างภาครัฐโต 6-7% ราว 8.5 แสนล้านบาท หลังเตรียมอัดงานตอกเสาเข็มโครงการอีอีซีและขยายเมือง

นายชัยวัฒน์ อุทัยวรรณ์ ประธานกรรมการ บริษัท ซีวิลเอนจีเนียริง จำกัด (มหาชน) หรือ CIVIL เปิดเผยว่า ผลจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด -19 ทำให้หลายอุตสาหกรรมต้องปรับตัว เช่นเดียวกับอุตสาหกรรมก่อสร้างไทย เข้าสู่ช่วงของการเปิดรับเทคโนโลยีเพื่อเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขัน

ขณะที่ภาพรวมของอุตสาหกรรมก่อสร้างไทยในปี 2564 ท่ามกลางการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 แต่ยังมีสัญญาณเติบโตอย่างต่อเนื่อง ซึ่งปัจจัยบวกเกิดจากการลงทุนของภาครัฐในเรื่องของการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน การขยายเมืองและโครงข่ายด้านคมนาคม ปัจจุบันก่อให้เกิดการสร้างงานราว 8 แสนล้านบาท และคาดว่าในปี 2565 จะเติบโตอีกกว่า 6-7% หรือมีมูลค่างานกว่า 8.5 แสนล้านบาท

"ซีวิลเอนจีเนียริง"คาดก่อสร้างรัฐปีหน้าโต 7%

“นโยบายของรัฐที่ยังคงขยายเมืองเศรษฐกิจพิเศษ เป็นโอกาสที่จะทำให้ภาคก่อสร้างเข้าไปรับงานเหล่านี้ และยังมีโอกาสจากโครงการด้านสาธารณสุขที่คาดว่าจะเติบโตอย่างก้าวกระโดด ทั้งการก่อสร้างโรงพยาบาล รวมทั้งศูนย์สุขภาพและระบบดูแลผู้สูงอายุ”

นายปิยะดิษฐ์ อัศวศิริสุข ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซีวิลเอนจีเนียริง จำกัด (มหาชน) หรือ CIVIL กล่าวว่า การแข่งขันในอุตสาหกรรมก่อสร้างในอนาคตเทคโนโลยีจะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ สร้างข้อได้เปรียบทางการแข่งขัน นอกจากการบริการต้นทุนให้น้อยที่สุดแล้ว ซึ่งบริษัทฯ สามารถบริหารจัดการสิ่งเหล่านี้ได้เป็นอย่างดี อีกทั้งยังทำงานแบบคล่องตัวและยืดหยุ่น

"ซีวิลเอนจีเนียริง"คาดก่อสร้างรัฐปีหน้าโต 7%

อย่างไรก็ดี การปรับตัวดังกล่าวทำให้บริษัทฯ ขยายเครือข่ายลูกค้าจากเดิมรับงานในส่วนของภาครัฐ 100% ปัจจุบันปรับเป็นงานภาครัฐ 95% และเอกชน 5% ซึ่งปี 2565 บริษัทฯ ประเมินว่ายังมีโอกาสในการเข้าไปประมูลงานภาครัฐในรูปแบบพีพีพี และรับเหมาช่วง (ซับคอนแทค) โดยเฉพาะงานในพื้นที่พัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) ที่จะเริ่มลงมือก่อสร้าง และยังมีนโยบายขยายเมืองที่ต้องควบคู่ไปกับโครงสร้างพื้นฐาน

สำหรับโครงการใหม่ในปี 2565 ที่บริษัทฯ คาดว่าจะเริ่มก่อสร้างนอกเหนือจากโครงการในอีอีซี อาทิ รถไฟฟ้าสายสีส้มตะวันตก ช่วงบางขุนนนท์ - มีนบุรี มูลค่า 1.4 แสนล้านบาท, รถไฟฟ้าสายสีม่วงใต้ ช่วงเตาปูน - ราษฎร์บูรณะ มูลค่า 1 แสนล้านบาท, รถไฟทางคู่ ระยะที่ 2 ช่วงขอนแก่น – หนองคาย มูลค่า 2.6 หมื่นล้านบาท และรถไฟความเร็วสูง กรุงเทพฯ - โคราช สัญญา 4-1 ช่วงบางซื่อ - ดอนเมือง มูลค่า 1 หมื่นล้านบาท