"กสศ."เปิดแพลตฟอร์มออนไลน์ "I AM KRU" เสริมประสิทธิภาพการเรียนการสอน

"กสศ."เปิดแพลตฟอร์มออนไลน์ "I AM KRU" เสริมประสิทธิภาพการเรียนการสอน

"กสศ." เปิดตัว แพลตฟอร์มออนไลน์ "I AM KRU" เว็บไซต์-โซเชียลมีเดีย เสริม ประสิทธิภาพ การเรียนการสอน ลดเหลื่อมล้ำ สร้างความเสมอภาคการศึกษา

รศ.ดร.ดารณี อุทัยรัตนกิจ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา(กสศ.) พร้อมด้วย ดร.อุดม วงษ์สิงห์ ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาคุณภาพครู นักศึกษาครู และสถานศึกษา กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา ร่วมกันเปิดตัวเว็บไซต์และโซเซียลมีเดียI AM KRU  แพลตฟอร์ม ออนไลน์  ที่รวบรวมเครื่องมือ ข้อมูล ผลงานวิจัย ตัวอย่างนวัตกรรมในห้องเรียนที่ครูสามารถนำเครื่องมือไปปรับใช้ในการจัดการเรียนการสอนได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงเป็นพื้นที่ที่ครูสามารถเข้ามาเสริมสร้างสมรรถนะ พัฒนาศักยภาพในการสอนของตนเอง และเป็นพื้นที่ในการแสดงความเห็นเพื่อช่วยกันลดความเหลื่อมล้ำ สร้างความเสมอภาคทางการศึกษาอย่างสร้างสรรค์ 

รศ.ดร.ดารณี กล่าวว่า เมื่อโลกเกิดการเปลี่ยนแปลงแล้ว ครูจะต้องปรับเปลี่ยนเรียนรู้ที่จะทำให้เด็ก มีความสุขในการเรียน โดยเฉพาะในยุคโควิด19 ที่เด็กต้องเรียนทางออนไลน์ เป็นหลัก ครูจึงต้องพัฒนาทักษะตนเองพัฒนาศักยภาพ สอนลูกศิษย์ โดยเน้น ให้ลูกศิษย์ได้เรียนรู้กับโลกข้างหน้าที่ต้องเผชิญในอนาคต และต้องสอดคล้องกับความสามารถเฉพาะบุคคลและ  สถานการณ์ปัจจุบัน โดยที่ครูต้องเข้าถึงเด็กทุกคน 

"กสศ."เปิดแพลตฟอร์มออนไลน์ "I AM KRU" เสริมประสิทธิภาพการเรียนการสอน

“การสอนให้เด็กทุกคน ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบออนไลน์ หรือการเรียนออนแฮนด์ ครูต้องสอนให้เด็ก ได้เรียนรู้ โดยการให้เด็กได้ร่วมออกแบบการเรียนการสอน ไม่ใช่ครูออกแบบเพียงคนเดียว ต้องมีการสอบถามว่าอยากได้รู้แบบไหน ดังนั้นครูต้องเปิดใจไม่ใช่เป็นผู้ให้เพียงด้านเดียว แต่เด็กต้องมีส่วนร่วม ที่สำคัญครูต้องกล้าที่จะต้องเปลี่ยนรูปแบบการสอนไม่ว่าจะออนไลน์หรือออนแฮน นอกจากนี้ ครูจะต้องเปิดใจเรียนรู้เทคโนโลยีใหม่ๆห้องเรียนจะต้องไม่ปิด  โดยเฉพาะขณะนี้ การเรียนออนไลน์ทุกคนเข้าถึงห้องเรียน ทำให้ห้องเรียนมีชีวิตชีวาและผู้ปกครองเข้ามาเรียนรู้ได้ ซึ่งแพทฟอร์ม I AM KRU จะเป็นตัวช่วยเสริมที่ดี และเข้าถึงทุกคน" รศ.ดร.ดารณี กล่าว 

ดร.อุดม วงษ์สิงห์ ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาคุณภาพครู นักศึกษาครู และสถานศึกษา กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) กล่าวว่า วิกฤติโรคระบาดโควิด 19   ทำให้เกิด Learning Loss การถดถอยในการเรียนรู้ หรือ ผลกระทบด้านความรู้ที่หายไปในเด็กนักเรียนจำนวนมาก ซ้ำเติมกับช่องว่างทางการศึกษาที่ยังมีความเหลื่อมล้ำสูงระหว่างโรงเรียนขนาดใหญ่ กับโรงเรียนขนาดเล็ก และอยู่ในพื้นที่ห่างไกล  ซึ่งจากความเห็นจากวงสนทนา เพื่อสร้างการเรียนรู้ร่วมกันสู่การพัฒนาการเรียนรู้ของผู้เรียน (PLC) ของเครือข่ายนักจัดการการศึกษา จากหลายพื้นที่  พบว่าการเรียนการสอนออนไลน์มีข้อจำกัดมากกว่าที่คิด แต่ก็ต้องตั้งรับสถานการณ์ที่จะเกิดขึ้นแบบนี้ต่อไป  ขณะที่ครอบครัวรายได้น้อยเด็กด้อยโอกาสไม่มีอุปกรณ์และอินเทอร์เน็ตในการเรียนออนไลน์ ไปจนถึงการที่คุณครูห่างหายจากการสอนหน้าชั้นเรียน รวมถึงระบบการจัดการเดิมไม่สามารถปรับตัวให้ทันสมัย เท่าทันการจัดการเรียนการสอนเพื่อเป้าหมายของการพัฒนาเด็กได้ สำนักพัฒนาคุณภาพครูฯ ต้องค้นหาวิธีหนุนครู ปรับการเรียนเปลี่ยนการสอนให้เข้ากับสถานการณ์ให้ได้ 

“ด้วยเหตุนี้ เว็บไซต์และโซเชียลมีเดีย I AM KRU สังคมสร้างสรรค์ของคนสอนจึงเหมาะกับครูทุกพื้นที่ ทุกเจเนอเรชั่นที่สนใจในการพัฒนาศักยภาพตนเอง และอยากเชิญชวนครูทุกคนมาเสนอไอเดียการสอนเทคนิคใหม่ๆ หรือแม้แต่มาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเพื่อช่วยให้นักเรียนของเราในทุกพื้นที่ได้เข้าถึงการศึกษาที่มีคุณภาพ ไม่ว่าเขาจะอยู่ที่ไหนก็ตาม  นอกจากนี้ยังอยากให้คุณครูคอยติดตาม กิจกรรมและหลักสูตรออนไลน์ต่างๆจากทาง กสศ. ที่ไม่ว่าครูจะอยู่ที่ไหน ก็สามารถเข้ามาเรียนรู้ได้ตลอด 24 ชม. โปรแกรมจะติดตั้งใบประกาศนียบัตรที่คุณครูสามารถปรินท์ได้เลยทันที่จบหลักสูตร ซึ่งนวัตกรรมต่างๆ ที่จะถูกแบ่งปันลงในเว็บไซต์นั้นจะไม่ได้มีเพียงแค่นวัตกรรมจากบุคลากรคุณภาพในประเทศไทย แต่ยังรวมถึงครูจากกลุ่มประเทศอาเซียน และประเทศติมอร์-เลสเต “ ดร.อุดม กล่าว 

ดร.อุดม  ย้ำว่าเว็บไซต์และโซเชียลมีเดีย “I AM KRU สังคมสร้างสรรค์ของคนสอน”  จะอยู่เคียงข้างเพื่อเสริมพลังครู เพราะเราเชื่อว่าคุณครูทุกคนเป็นกำลังสำคัญในการกำหนดทิศทางของคนในประเทศ เป็นหัวใจที่จะทำให้เด็กและเยาวชนได้รับการศึกษาที่มีคุณภาพอย่างเท่าเทียมในทุกพื้นที่ของไทย